‘สรรพสามิต’ชงขอใช้1.2หมื่นล้านจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใช้โครงการรถเก่าแลกรถกระบะใหม่ อุดหนุน 4 หมื่นบาท พร้อมกระตุ้นซื้อจยย.ไฟฟ้า ช่วยสนับสนุน 1-2 หมื่นบาท ลุ้นกรรมการกลั่นกรองฯไฟเขียว ใน 1-2 สัปดาห์
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวถึงโครงการรถเก่าแลกรถกระบะใหม่ว่า อยู่ระหว่างเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าบาทพิจารณา (ส่วนโครงการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงาน 2 แสนล้านบาท โดยขอใช้วงเงินราว 6,000 ล้านบาท โดยหลักการเบื้องต้นคือรัฐจะสนับสนุนเงินอุดหนุนคันละ 40,000 บาท คาดว่าจะครอบคลุมรถใหม่ 150,000 คัน โดยมีทั้งรถกระบะไฟฟ้าและรถกระบะที่รองรับการใช้น้ำมัน B20 ส่วนรายละเอียดต้องรอผลการพิจารณาจากคณะกรรมการกลั่นกรองฯ คาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาราว 1-2 สัปดาห์
นายพรชัยกล่าวว่า นอกจากนี้ยังเสนอขอใช้เงินพ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 6 พันล้านสำหรับโครงการอุดหนุนการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จะอุดหนุนผู้ซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าใหม่คันละ 1-2 หมื่นบาท โดยไม่ต้องนำรถเก่ามาแลก แต่ต้องเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตภายในประเทศไทยเท่านั้น เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ทั้งนี้จะให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐช่วยปล่อยสินเชื่อด้วย
นายพรกล่าวถึงการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถ BEV และ REEV ที่นำเข้าจากต่างประเทศเป็น 35% ที่จะเริ่มวันที่ 1 มกราคม 2570 ว่า มาตรการดังกล่าวไม่ได้เป็นการปฏิเสธการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า แต่จะเน้นนำเข้าเพื่อดึงดูดการลงทุน และการนำเข้าเพื่อต่อยอดการผลิตยานยนต์แห่งอนาคตในประเทศไทย เนื่องจากรัฐบาลต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และให้ใช้วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) เพิ่มมากขึ้น รวมถึงเน้นการสร้างเทคโนโลยีในประเทศเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ทักษะแรงงานของไทยในการผลิตรถยนต์แห่งอนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม




