News Logo
หน้าแรก
'ยศชนัน' เร่งผุดห้องปลอดฝุ่นภาคเหนือ มุ่งใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสืบที่มา

'ยศชนัน' เร่งผุดห้องปลอดฝุ่นภาคเหนือ มุ่งใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสืบที่มา

18 เม.ย. 2569 17:41
ผู้ชม 24 คน

'ยศชนัน' ลงพื้นที่เชียงใหม่พร้อมรัฐมนตรี พม. เร่งสร้าง 'ห้องปลอดฝุ่น' ช่วยกลุ่มเปราะบาง 8 จังหวัดภาคเหนือ ยกระดับการแก้ปัญหาระยะยาวด้วยการใช้ Deep Tech หรือเทคโนโลยีขั้นสูงสืบค้นต้นตอว่าฝุ่นลอยมาจากจุดไหนและประเภทไหน

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์การแก้ไขฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางพิเศษ จากนั้นเดินทางไปยังอุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อร่วมประชุมบูรณาการแก้ไขปัญหาและปฏิบัติการบรรเทาปัญหา PM2.5 

ศ.ยศชนัน และคณะ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมชม ‘ระบบห้องปลอดฝุ่น’ ซึ่งเป็นระบบที่ถูกพัฒนาโดยกระทรวง อว. ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) และได้รับการสนับสนุนโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งระบบดังกล่าวถูกนำมาติดตั้งที่สถานสงเคราะห์เด็กบ้านเวียงพิงค์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีเด็กที่อยู่ในความอุปการะ 296 คน ซึ่งเด็กกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ค่าคุณภาพอากาศเชียงใหม่เกินมาตรฐาน

ศ.ยศชนัน เปิดเผยผ่านโฟซบุ๊กว่า มาลงพื้นที่เชียงใหม่เพื่อติดตามวิกฤต PM2.5 ที่กำลังทำร้ายพี่น้องภาคเหนือ โดยเพาะอย่างยิ่งสุขภาพของเด็กๆ และผู้สูงอายุ ภารกิจแรกคือ การแก้ปัญหาระยะสั้นด้วย ห้องปลอดฝุ่นราคาประหยัดแต่คุณภาพดี ได้ติดตั้ง 'ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร' (Made in Chiang Mai) ผลงานวิจัยจาก มช. และ NARIT หรือสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ที่ใช้งานได้จริงในราคาเพียง 3,600 บาท ด้วยระบบความดันบวก (Positive Pressure) ผสานกับ IoT แบบทำเอง DIY ที่ช่างชุมชนทำเองได้

"เราตั้งเป้าติดตั้งเพิ่มเติมโดยด่วน 83 แห่งใน 8 จังหวัดภาคเหนือทันที เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กลุ่มเปราะบางก่อน (ทาง มช. ได้ติดตั้งเครื่องของ มช. กว่า 600 จุดไว้แล้วในช่วงที่ผ่านมา)"

รองนายกฯ และรัฐมนตรี อว. กล่าวอีกว่า นอกจากแนวทางป้องกัน โจทย์ใหญ่คือการแก้ที่ต้นเหตุด้วย โดยกำลังยกระดับการแก้ปัญหาระยะยาวด้วย Deep Tech (เทคโนโลยีขั้นสูง) ที่เข้มข้นกว่าเดิม ด้วยการสืบค้นต้นตอด้วยข้อมูลระดับโมเลกุล เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกที่จะระบุให้ได้ชัดว่าฝุ่นที่ลอยอยู่มาจากจุดไหน ประเภทไหน เพื่อให้การแก้ปัญหาตรงจุด ไม่ใช่การคาดเดา

"เป้าหมายคือ การใช้ข้อมูลนี้วางนโยบายข้ามกระทรวงสำหรับการแก้ปัญหา PM2.5 อย่างเป็นระบบ สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน และปีต่อไปที่ต้องเตรียมพร้อมให้มากขึ้น ระบบตรวจจับไฟป่าแบบ Real-time ด้วยเทคโนโลยี Machine Vision ภาพทางอากาศแบบหลายความถี่ ร่วมกับข้อมูลดาวเทียม และระบบเตือนภัยร่วมกับอาสาสมัครดับไฟป่า ซึ่งเป็นผู้ใช้งานจริงในพื้นที่ เพื่อให้ทีมแนวหน้าเข้าไประงับเหตุได้ก่อนที่ไฟจะลุกลาม

"Co-creation (ร่วมคิดร่วมทำ) กับคนในพื้นที่ นวัตกรรมที่ดีไม่ได้มาห้องแล็บเพียงอย่างเดียว แต่ต้องผ่านการทดสอบและพัฒนาจากมืออาสาสมัครและชาวบ้านที่รู้ใจป่าดีที่สุดร่วมกันผมเชื่อมั่นในศักยภาพของนักวิจัยไทยและพลังความร่วมมือข้ามกระทรวงครับ เราจะไม่รอข้อกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่เราจะใช้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมนำทาง เพราะอากาศบริสุทธิ์และสุขภาพคนไทย รอไปเรื่อยๆ ไม่ได้ครับ" ศ.ยศชนัน ระบุ

รองนายกฯ และรัฐมนตรี อว. กล่าวด้วยว่า กระทรวง อว. ยังมีความจำเป็นที่จะต้องวางโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล เพื่อนำมาจัดทำเป็นนโยบายต่อไป รวมถึงเรื่องของร่างพ.ร.บ. อากาศสะอาด ที่จำเป็นต้องปรับปรุงและผลักดันอย่างเต็มความสามารถ เพื่อนำไปบังคับใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน นายนิกร ระบุว่า การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 สำหรับกลุ่มเปราะบางพิเศษเป็นนโยบายเร่งด่วนของกระทรวง พม. ขณะนี้ได้เร่งทำห้องปลอดฝุ่นสำหรับดูแลกลุ่มเปราะบางที่เป็นเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ และคนไร้ที่พึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ภาคเหนือ 8 จังหวัด ประกอบด้วย จ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน พะเยา แพร่ และน่าน 

ทั้งนี้ ในปี 2568 ได้มีการติดตั้งพัดลมกรองฝนและระบบเติมอากาศสะอาดจำนวน 6 ห้อง ในพื้นที่ 3 อาคาร รองรับเด็กในความอุปการะได้จำนวน 200 คน มูลค่า 3 แสนบาท โดยมีแผนขอรับสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อจัดทำห้องปลอดฝุ่น PM2.5 เป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิต สุขภาพ และพัฒนาการตามช่วงวัย

นอกจากนี้ นายนิกรได้เสนอแนะเชิงนโยบายว่า กระทรวง พม. จะเร่งรัดทำห้องปลอดฝุ่นสำหรับกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ภาคเหนือ 8 จังหวัด ซึ่งมีความต้องการห้องปลอดฝุ่น PM2.5 จำนวน 83 ห้องทันที (ได้รับงบสนับสนุนจาก อว.) จากนั้นจะมีการขยายแผนในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ อาทิ สถานสงเคราะห์เด็กและสถานพัฒนาและฟื้นฟูเด็ก จำนวน 31 แห่ง บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัด จำนวน 77 แห่ง และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด 76 แห่งทั่วประเทศ เป็นต้น จากนั้นจะมีการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้แก้ไขปัญหาได้อย่างแม่นยำเป็นลำดับถัดไป

เครดิตภาพประกอบ: เพจ Yodchanan Wongsawat - ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ฝุ่น PM2.5
ฝุ่นPM2.5เชียงใหม่
มลพิษภาคเหนือ
ห้องปลอดฝุ่น
DeepTech



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยืดเวลากลุ่มขนส่งลงทะเบียนถึง 24 เม.ย.ขอรับสิทธิช่วยค่าน้ำมัน
ยืดเวลากลุ่มขนส่งลงทะเบียนถึง 24 เม.ย.ขอรับสิทธิช่วยค่าน้ำมัน