News Logo
หน้าแรก
สส.พรรคประชาชนยื่นรัฐบาลอนุทิน 5 ข้อ แก้ฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือเร่งด่วน

สส.พรรคประชาชนยื่นรัฐบาลอนุทิน 5 ข้อ แก้ฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือเร่งด่วน

20 เม.ย. 2569 10:31
ผู้ชม 5 คน

สส.พรรคประชาชน ยื่น 5 ข้อเสนอให้ 'รัฐบาลอนุทิน' แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ โดยเฉพาะการหยิบร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดกลับมาพิจารณา ซึ่งขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียง 23 วันเท่านั้นก่อนที่ร่างกฎหมายนี้จะตกไป

นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า มีข้อเสนอ 5 ข้อ ให้นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการเดินทางมาบัญชาการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 20 เมษายน

นโยบาย 5 ข้อเร่งด่วนที่ต้องจัดการในช่วงท้ายของปัญหาและต้องเร่งทำทันที คือการจัดการไฟในพื้นที่ป่า, ไฟในพื้นที่เกษตร, การรับมือด้านสุขภาพกับกลุ่มเปราะบาง, การจัดการมลพิษอากาศข้ามแดน, และร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด

ภัทรพงษ์

ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ลงพื้นที่ดับไฟป่าในพื้นที่เชียงใหม่

(1) จัดการพื้นที่ไฟป่า

1) เร่งทำแผนที่เสี่ยงไฟป่า ณ ปัจจุบันโดยทันที เริ่มจากการใช้ ข้อมูล แผนที่ป่า จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ข้อมูลที่มีอยู่แล้ว) มารวมเข้ากับข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในปีนี้ ของ GISTDA และอุทยานฯ ที่อัปเดตล่าสุด (ข้อมูลที่มีอยู่แล้ว) จากตรงนี้จะได้พื้นที่ป่าที่ยังไม่เกิดการเผาไหม้ขึ้น ในส่วนของระบบไม่ต้องทำใหม่ใช้จากที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทำขึ้นมาในปีนี้นั่นคือ warroom.pro แต่รัฐต้องนำข้อมูลของภาครัฐที่อัปเดตที่สุดเข้าสู่ระบบนี้

2) จัดทำศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ แบ่งตามกลุ่มพื้นที่เสี่ยงนั้นๆ เพื่อรวบรวมข้อมูลทีมทั้งหมดในพื้นที่นั้นๆ ทีมอุทยาน ทีมท้องที่/ท้องถิ่น ทีมอาสาภาคประชาชน หรือทีมประชาชนในหมู่บ้านนั้นๆ จำนวนคนต่อทีม จำนวนอุปกรณ์ (ที่ดีและที่เสีย) จำนวนโดรนตรวจจับความร้อน มอเตอร์ไซค์วิบาก และข้อมูลพื้นฐานของป่าที่เฝ้าระวัง ตรงไหนเป็นป่าไผ่ หญ้าแห้ง หรือพื้นที่ผาที่ไม่สามารถเข้าดับได้ เพื่อเตรียมประเมินอุปกรณ์ที่ยังขาด และเส้นทางเข้า-ออกป่ากรณีที่เกิดไฟป่า

3) ข้อนี้สำคัญมาก ไม่มีใครรู้จักป่าได้ดีเท่ากับคนในพื้นที่ เพราะฉะนั้นใช้เงินทดรองราชการจากการประกาศเขตภัยพิบัติในการจ้างแรงงาน (ตีความคำว่า “แบกหาม” ให้เข้ากับการลาดตระเวนเฝ้าระวังไฟป่า หรือให้กระทรวงการคลังอนุมัติใช้เงินนอกหลักเกณฑ์โดยด่วน โดยให้มีค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของค่าแรงขั้นต่ำ)

*นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุด คือการให้คนที่อยู่ในพื้นที่ป่า รู้จักป่าดีที่สุด มีงบประมาณ มีอุปกรณ์ในการดูแลป่าของพวกเขาอย่างเต็มที่ และรัฐเสริมในส่วนของข้อมูล การบัญชาการ ทีมไหนเข้าจุดไหน ดับด้วยวิธีอะไร อุปกรณ์มากน้อยขนาดไหน อะไรเสียและต้องส่งซ่อม ต้องซ่อมที่ไหน ในพื้นที่มีวิทยาลัยเทคนิคฯ หรือร้านซ่อมอะไหล่ยนต์จุดไหนบ้าง ต้องมีทั้งทีมผชิญเหตุ และทีมบัญชาการ ให้ทีมทำงานได้เต็มที่ ไม่เกิดอาการล้าสะสม สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนให้ทีมเผชิญเหตุมีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์มากที่สุด เพราะตอนนี้ปัญหาหลักคือ ทีมดับไฟล้ามาก ทำงาน 6 วันพัก 1 วัน บางคนไม่ได้พักเลย ร่างกายไม่มีทางไหว

(2) ไฟในพื้นที่เกษตร

1) ในพื้นที่ราบ ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน รัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการการสนับสนุนให้เกษตรกรไม่เผาเพิ่ม เนื่องจากปัจจุบันราคาน้ำมันเพิ่มมากขึ้น ทำให้ต้นทุนเครื่องจักรก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เพื่อป้องกันการเผาในพื้นที่เกษตรมาเพิ่มเติมปัญหาฝุ่นที่หนักมากอยู่แล้วในปัจจุบัน รัฐบาลต้องเร่งอัดงบประมาณในส่วนนี้ทันที

2) ในพื้นที่สูง ในระยะเร่งด่วนส่วนนี้ ดำเนินการร่วมกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไฟในพื้นที่ป่า ปีนี้ต้องรอให้ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปัจจุบันคลี่คลายก่อน ส่วนปีหน้าวางแผนการบริหารจัดการเชื้อเพลิงกับพื้นที่เกษตรบนที่สูงให้เป็นระบบต่อไป

(3) การรับมือด้านสุขภาพกับกลุ่มเปราะบาง

1) เร่งจัดทำมุ้งสู้ฝุ่น ที่ตามหลักเกณฑ์การประกาศเขตภัยพิบัติ รัฐสามารถจัดซื้อได้เลยหากมีการประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว เพราะฉะนั้นเลิกประกาศเขตภัยพิบัติเป็นรายตำบล เพราะตอนนี้สูดฝุ่นกันทั้งภูมิภาค

2) ห้องปลอดฝุ่นชุมชน นี่คือสิ่งที่สำคัญมาก แม้ว่าต้นทุนต่ำและได้ผลลัพธ์ดีมาก พรรคประชาชนทำได้ในต้นทุน 2,000 บาทต่อห้อง 30 ตร.ม. (ความสูงห้อง 3 เมตร Air change rate ที่ประมาณ 4.5) หรือแม้แต่ของ NARIT ที่ทำได้ 3,600 บาทต่อห้อง ผมเข้าใจว่าประมาณ 60 ตร.ม.(ไม่รวมค่าแรง) แต่ปัญหาตอนนี้คืออุปกรณ์ขาดตลาด โดยเฉพาะตัวพัดลมดูดอากาศขนาด 6 นิ้วที่มีกำลัง >500 m3/h ที่ประชาชนทั่วไปตอนนี้พลิกแผ่นดินยังหายาก รัฐบาลมีอำนาจและกำลังล้นมือ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งจัดหาอุปกรณ์ หากจริงจังกับเรื่องนี้จริงๆ

3) เก็บข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมเตรียมแผนประเมินการตรวจมะเร็งปอด Low dose CT scan ที่ทางสาธารณสุขเขตภาคเหนือ เคยมีโปรเจกต์ทดลองแล้วเมื่อปี 2567 กับกลุ่มตัวอย่าง 3,600 คน สานต่อส่วนนั้น ปรับหลักเกณฑ์การกรองผู้ที่จะได้รับการตรวจให้เข้ากับข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบปัจจุบัน

(4) การจัดการมลพิษอากาศข้ามแดน

1) ตรวจสอบย้อนกลับพื้นที่พิกัดแปลงเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีการนำเข้าอย่างเข้มงวด พร้อมออกมาตรการการประกาศรายชื่อผู้กระทำผิด หรือลักลอบนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ผิดกฎหมาย

2) ยกระดับการฑูต ขอให้ประเทศเพื่อนบ้านจริงจังในการจัดการปัญหาการเผามากขึ้นในช่วงสามสัปดาห์ถัดจากนี้ (ส่วนนี้ทำอะไรจริงจังไม่ทันครับ เนื่องจากต้องเตรียมการกันล่วงหน้า)

(5) สุดท้าย ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด

ตอนนี้ไม่มีใครมีอำนาจหยิบร่างกฎหมายนี้กลับมาพิจารณาได้ นอกจากคณะรัฐมนตรีเท่านั้น และตามรัฐธรรมนูญจะเหลือเวลาอีกเพียง 23 วันเท่านั้น ก่อนที่ร่างกฎหมายนี้จะตกไปโดยไม่สามารถหยิบขึ้นมาได้อีก

ขอให้รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีระกูล ให้ความชัดเจนกับประชาชนคนไทยในการลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ในวันนี้ ว่ารัฐบาลชุดนี้จะเอาอย่างไรกับร่างกฎหมายอากาศสะอาดที่คลอดออกมาจากการทำงานร่วมกันของภาคประชาชน ข้าราชการ และทุกพรรคการเมือง

สุดท้ายนี้กับปัญหานี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องจัดการก่อนที่ปัญหาจะเกิด หวังว่ารัฐบาลจะไม่ละเลยต่อปัญหานี้ และเร่งจัดการปัญหาเชิงโครงสร้างกันจริงๆ จังๆ สักที อย่ารอให้ปัญหาเกิดหนักแล้วจึงค่อยออกข้อสั่งการแบบที่ผ่านมา เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรเลย

ขอให้รัฐบาลเร่งจัดการปัญหานี้ อย่าให้รัฐบาลเป็นเหมือนสุภาษิตคำเหนือที่ว่า “เผื่อฮู้คิง น้ำปิงปอแห้ง” ที่แปลว่า กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไปเสียแล้ว

ขอบคุณภาพประกอบจากเพจ: Phattarapong Leelaphat - ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ฝุ่น PM2.5
ฝุ่นPM2.5เชียงใหม่



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมียนมาตั้งทีมออกใบรับรอง “ข้าวโพดปลอดการเผา” ช่วยลด PM 2.5
เมียนมาตั้งทีมออกใบรับรอง “ข้าวโพดปลอดการเผา” ช่วยลด PM 2.5