News Logo
หน้าแรก
หอการค้าต่างชาติเตือน ไทยเสี่ยงเสียความเชื่อมั่น หากกฎหมายอากาศสะอาดยังล่าช้า

หอการค้าต่างชาติเตือน ไทยเสี่ยงเสียความเชื่อมั่น หากกฎหมายอากาศสะอาดยังล่าช้า

1 พ.ค. 2569 14:19
ผู้ชม 17 คน

JFCCT ชี้มลพิษกระทบเศรษฐกิจ-สุขภาพ เร่งรัฐดันกฎหมายก่อนเส้นตาย 13 พ.ค. หวั่นสะดุดยาว 2 ปี กระทบลงทุน-ขีดความสามารถในการแข่งขัน

สภาหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทย (JFCCT) ออกแถลงการณ์สนับสนุนการผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด ชี้เป็นปัจจัยสำคัญต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน สุขภาพประชาชน และความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจของไทย โดยแถลงการณ์ลงวันที่ 28 เมษายน 2569

โดยแถลงการณ์ดังกล่าวของ JFCCT ระบุว่า ปัญหามลพิษทางอากาศยังคงเป็นความท้าทายร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน คุณภาพชีวิต ความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ตลอดจนศักยภาพการแข่งขันระยะยาวของประเทศ

ระดับมลพิษที่อยู่ในเกณฑ์สูง ไม่เพียงกระทบต่อประชาชน ผู้อยู่อาศัย นักท่องเที่ยว และแรงงานเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดต้นทุนทางเศรษฐกิจ ทั้งในรูปแบบภาระด้านสาธารณสุข ผลผลิตที่ลดลง การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงผลกระทบเชิงลบต่อภาคการท่องเที่ยว โรงแรม ค้าปลีก และธุรกิจ SME ในประเทศ

ในมุมมองของภาคธุรกิจนานาชาติ การมีกฎหมายอากาศสะอาดที่มีประสิทธิภาพ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ เพิ่มความน่าสนใจด้านการลงทุน สร้างความมั่นคงให้ตลาดส่งออก และยกระดับสถานะของไทยในเวทีมาตรฐานด้านธุรกิจและความยั่งยืนระดับสากล อาทิ กระบวนการเข้าร่วม OECD และกรอบการประเมิน Business Ready ของธนาคารโลก

อย่างไรก็ตาม JFCCT เห็นว่า มาตรการที่มีอยู่ในปัจจุบันเพียงอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างความชัดเจน ความสม่ำเสมอ และความเชื่อมั่นในระยะยาวที่จำเป็นได้ การมีกฎหมายที่มีกรอบชัดเจนจะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถวางแผน ลงทุน และพัฒนานวัตกรรมได้ภายใต้เงื่อนไขที่คาดการณ์ได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวเคยผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นเอกฉันท์ และถูกส่งต่อไปยังวุฒิสภา แต่กระบวนการต้องชะงักลงเนื่องจากการยุบสภาในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2568 โดยขณะนี้ใกล้ถึงเส้นตายตามรัฐธรรมนูญในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ที่จะต้องนำร่างกฎหมายกลับเข้าสู่การพิจารณาอีกครั้ง หากไม่ดำเนินการภายในกรอบเวลาดังกล่าว กระบวนการนิติบัญญัติจะต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ประเด็นที่เคยพิจารณาไปแล้วต้องถูกเปิดขึ้นมาอีกครั้ง และอาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าอย่างน้อย 18-24 เดือน

ความล่าช้าในการผลักดันกฎหมายสำคัญฉบับนี้ อาจทำให้สถานการณ์คุณภาพอากาศทรุดลงมากขึ้น พร้อมทั้งซ้ำเติมผลกระทบด้านลบต่อประชาชน ภาคธุรกิจ ขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีนานาชาติ

ด้วยเหตุนี้ JFCCT จึงสนับสนุนให้มีการเดินหน้ากระบวนการต่อเนื่อง โดยใช้ร่างกฎหมายฉบับเดิมเป็นฐานในการพัฒนา พร้อมปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่จำเป็นอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทางการดำเนินงานเชิงปฏิบัติ ได้แก่

  • กำหนดช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจ SME และภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบ

  • ใช้แนวทางการบังคับใช้แบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบท

  • เปิดทางให้มีการออกกฎย่อย (sub-regulations) เพื่อกำหนดรายละเอียดทางเทคนิคที่อาจต้องปรับปรุงเพิ่มเติมในอนาคต

ท้ายที่สุด JFCCT ระบุว่า พร้อมสนับสนุนการหารืออย่างสร้างสรรค์ร่วมกับภาครัฐ รัฐสภา และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแบ่งปันประสบการณ์ระดับนานาชาติและมุมมองเชิงปฏิบัติ เพื่อร่วมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศที่มีอากาศสะอาด สุขภาพดี และมีความสามารถในการแข่งขันที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น

JFCCT ออกแถลงการณ์สนับสนุนการผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด

JFCCT ออกแถลงการณ์สนับสนุนการผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กสม.ชี้ห้อง VIP ผู้ต้องขังจีน-อาชญากรข้ามชาติเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
กสม.ชี้ห้อง VIP ผู้ต้องขังจีน-อาชญากรข้ามชาติเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน