News Logo
หน้าแรก
นักวิชาการหนุนท่าที 'วราวุธ' ปกป้องสิ่งแวดล้อมสวนกระแสดันแลนด์บริดจ์

นักวิชาการหนุนท่าที 'วราวุธ' ปกป้องสิ่งแวดล้อมสวนกระแสดันแลนด์บริดจ์

4 พ.ค. 2569 17:41
ผู้ชม 49 คน

นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลหนุนท่าที 'วราวุธ ศิลปอาชา' ที่ออกมาทักท้วงโครงการแลนด์บริดจ์เพื่อให้มีการชั่งน้ำหนักเรื่องความคุ้มค่าในการลงทุนกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและแหล่งมรดกโลกอันดามัน แม้ว่าจะไม่ได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้วก็ตาม

นายศักดิ์อนันต์ ปลาทอง อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล และนายกสมาคมวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ระบุว่า ช่วงเวลาที่เคยได้ทำงาน เคยเดินทาง และเคยแลกเปลี่ยนความคิดกับนายวราวุธ ศิลปอาชา (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม) โดยเฉพาะห้วงเวลาสำคัญที่ประเทศไทยเคยพยายามผลักดัน "ทะเลอันดามัน" ให้ก้าวขึ้นสู่การเป็นมรดกโลก ในวันที่นายวราวุธดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเป็นประธานคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางธรรมชาติ

Quote-วราวุธ

วราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม กล่าวหลังการมอบนโยบายการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เมื่อ 30 เม.ย. 2569

"ผมเคยคิดอยู่เสมอว่า ถ้าจะมีใครสักคนจากประเทศไทยที่ยืนอยู่บนเวทีโลก แล้วถ่ายทอดคุณค่าของทะเลอันดามันได้อย่างลึกซึ้ง จริงใจ และทรงพลัง คนนั้นควรเป็นท่าน ไม่นานมานี้ ผมได้มีโอกาสกล่าวขอบคุณท่าน และสิ่งที่ผมพูดออกไป มันเรียบง่ายมาก 'ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหน หรืออยู่ในตำแหน่งใด—หัวใจของท่านก็ยังอยู่กับธรรมชาติเสมอ'"

และในวันที่ประเทศกำลังถกเถียงเรื่อง "แลนด์บริดจ์" ท่านฝากไว้เพียงประโยคเดียว—แต่หนักแน่นจนสะเทือนใจ...'ลองชั่งน้ำหนักให้ดี…กับสิ่งที่เรากำลังจะสูญเสีย ว่ามันคุ้มค่าจริงหรือไม่'

"ผมเชื่อว่าท่านก็ไม่รู้ว่าโครงการแลนด์บริดจ์เต็มๆ จะมีอะไรบ้าง จะมีอุตสาหกรรมหรือเปล่า ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไร เพราะการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ยังศึกษาแค่ท่าเรือและทะเลรอบๆ ท่าเรือ 5 กิโลเมตร แต่ที่เป็นตุเป็นตะว่าประเทศจะมีโน่นนี่นั่นเต็มไปหมด สร้างรายได้มหาศาล ยังไม่เคยประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเลย"

นายศักดิ์อนันต์ โพสต์ในเดียวกันด้วยว่า กรณีโครงการ Land Bridge ในพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศระดับโลก ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และสมาชิกของคณะรัฐมนตรี นายวราวุธ ศิลปอาชา อาจเลือกที่จะนิ่งเฉย หรือแสดงความเห็นในที่ประชุมเพียงว่า "ดีครับนาย ได้ครับผม เหมาะสมครับท่าน" ซึ่งย่อมเป็นท่าทีที่สอดคล้องกับบรรยากาศของรัฐบาล และอาจหลีกเลี่ยงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เช่น คำกล่าวของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่ว่า "คุณวราวุธคงลืมไปว่า ตอนนี้ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว"

อย่างไรก็ตาม นายศักดิ์อนันต์ ระบุว่า นายวราวุธไม่ได้เป็นเพียง "อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม" เท่านั้น แต่คือผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเสนอพื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามัน เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เป็นรัฐมนตรีที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการดำน้ำที่หมู่เกาะสิมิลัน เกาะตาชัย และหมู่เกาะสุรินทร์

ไม่ใช่เพียงร่วมกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์อย่างการปลูกป่าชายเลนในพื้นที่เสื่อมโทรมแล้วจบลงเพียงภาพถ่าย แต่ยังให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และซึมซับคุณค่าของระบบนิเวศที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง

"แม้ในบทบาทปัจจุบัน ผมยังเห็นคุณวราวุธสื่อสารผ่านสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ทั้งการชวนภาคอุตสาหกรรมให้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และการสนับสนุนแนวคิดนวัตกรรมเพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ เช่น อุปกรณ์ป้องกันไฟป่า

"ดังนั้นเมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงโครงการ Land Bridge คำตอบของคุณวราวุธ ศิลปอาชา ที่ว่า 'เป็นห่วงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม' จึงเป็นถ้อยคำที่เรียบง่าย แต่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง"

นอกจากนั้น นายวิชญุตร์ ลิมังกูร บุณยเนตร ที่ปรึกษาอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้โพสต์เฟซบุ๊กในวันเดียวกัน เพื่อตอกย้ำถึงคุณค่าทรัพยากรทางทะเลฝั่งอันดามันว่า การนำเสนอพื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามันให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามันทางตอนบนของคาบสมุทรไทย (อันดามันตอนบน) 6 แห่ง เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเล 16 แห่ง ทางฝั่งทะเลอันดามัน นับว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก พื้นที่นี้เป็นเสมือนห้องเรียนและหนังสืออ้างอิงของโลกธรรมชาติที่มาอยู่รวมกันในขอบเขตของประเทศ เพียงประเทศเดียวคือ ประเทศไทย

การนำเสนอพื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามันทางตอนบนของคาบสมุทรไทย "จะเป็นกุญแจดอกแรก" ที่นำไปสู่การนำเสนอพื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามันของคาบสมุทรไทย

'ทั้ง 16 แห่ง ให้เป็นมรดกโลก' ต่อไป

3 กลุ่มระบบนิเวศ ที่โดดเด่น ชายหาดและป่าสันทรายชายฝั่ง-ป่าชายหาด ป่าชายเลนและกลุ่มเกาะชายฝั่ง -แนวหญ้าทะเล หมู่เกาะทะเลลึก -เกาะแนวปะการัง

การขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (World Heritage Site) ต้องมีคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value; OUV) และผ่านเกณฑ์คัดเลือกอย่างน้อย 1 ข้อ จาก 10 ข้อ แบ่งเป็นเกณฑ์วัฒนธรรม 6 ข้อ และธรรมชาติ 4 ข้อ โดยต้องแสดงความครบถ้วนสมบูรณ์ (Integrity) ความเป็นของแท้ (Authenticity) และมีแผนบริหารจัดการที่เหมาะสม

ความโดดเด่นอันเป็นสากลของพื้นที่ ยกตัวอย่าง หลักเกณฑ์ Selection Criteria 3 ข้อ ที่ทะเลฝั่งอันดามันของประเทศไทยมีความโดดเด่นสูงเป็นพิเศษและผ่านเกณฑ์ธรรมชาติถึง 3 ใน 4 ข้อ

หลักเกณฑ์ ข้อที่ 7 - มีปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ยอดเยี่ยม หรือพื้นที่ที่มีความสวยงามทางธรรมชาติและความสำคัญทางสุนทรียภาพเป็นพิเศษ

หลักเกณฑ์ ข้อที่ 9 - มีความโดดเด่นซึ่งแสดงถึงกระบวนการทางนิเวศวิทยาและชีววิทยาที่สำคัญที่กำลังดำเนินอยู่ในการวิวัฒนาการและการพัฒนาของระบบนิเวศ

บนบก น้ำจืด ชายฝั่ง และทะเล รวมถึงชุมชนของพืชและสัตว์

หลักเกณฑ์ ข้อที่ 10 - เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยทางธรรมชาติที่สำคัญและมีความหมายที่สุด

สำหรับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในแหล่งที่อยู่ดั้งเดิม รวมถึงแหล่งที่อยู่อาศัยของพันธุ์พืชและสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่มีคุณค่าสากลโดดเด่นจากมุมมองทางวิทยาศาสตร์หรือการอนุรักษ์ และยังมีความโดดเด่น ด้านมนุษย์ศาสตร์ สังคมศาสตร์ ที่เข้าเกณฑ์อีก 2 ข้อคือ

หลักเกณฑ์ ข้อที่ 5 - มีความโดดเด่นของการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์แบบดั้งเดิม การใช้ที่ดิน หรือการใช้ทะเล ซึ่งเป็นตัวแทนของวัฒนธรรม หรือปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม

หลักเกณฑ์ ข้อที่ 6 - มีความเกี่ยวข้องโดยตรงหรือเป็นรูปธรรมกับเหตุการณ์หรือประเพณีที่ยังมีชีวิตอยู่กับแนวคิด หรือความเชื่อต่างๆ

โพสต์ดังกล่าวนี้ของนายวิชญุตร์ ได้ระบุเครดิต ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, อาจารย์ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง และอาจารย์ศศิน เฉลิมลาภ, อาจารย์ นฤมล อรุโณทัย (ผู้ศึกษาและวิจัยวิถีชีวิต วัฒนธรรม และสิทธิชุมชนนฝั่งทะเลอันดามัน) และขอบคุณ กองการต่างประเทศ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

อย่างไรก็ตาม นายวราวุธ ให้สัมภาษณ์ภายหลังมอบนโยบายให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา ว่า เคยทำงานในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาแล้ว สื่อมวลชนคงจะเข้าใจดีว่าตนเองเป็นนักอนุรักษ์ขนาดไหน

"แต่ว่าต้องบอกว่าการอนุรักษ์นะครับ และการเหยียบคันเร่งของรถนั้นมันต้อง balance กัน ในส่วนตัวของผมเองนั้น วันนี้คงต้องมาดูว่าหัวใจสำคัญของแลนด์บริดจ์เนี่ย คือหัวทางกับปลายทาง คือ ชุมพรกับระนอง นั้น เราจะมีการบริหารกันในลักษณะใด จะเป็นท่าเรือเรือ ท่าเรือน้ำลึกนะครับ แล้วก็การบริหารท่าเรือ การ offload การ onload นั้น เราสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหน เส้นทางที่จะเชื่อมกันระหว่างหัวกับท้าย จะเป็นทางรถไฟ จะเป็นทางรถยนต์ หรือจะเป็น pipeline นั้น นะครับ จะอยู่ในระนาบพื้นถนน หรือว่าจะมีการยกระดับ

"เพราะว่าพื้นที่ จ.ชุมพร ระนองนั้น เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์พอสมควร รวมไปถึงทางทะเล ถ้าหากว่าจะต้องทำให้เป็นเส้นทางเดินเรือน้ำลึกเข้ามาจนถึงท่าเรือนั้น จะกระทบกับสิ่งแวดล้อมมากน้อยเพียงใด

"ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องคำนึงไปถึงว่า ช่องแคบมะละกา ถ้าหากในอนาคตมีการปิดตัวลง ต้นทุนของผู้ประกอบการจะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ จะใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกกี่วัน ถ้าหากว่าเราทำแลนด์บริดจ์แล้ว เราจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้กี่วัน กี่บาท แต่ว่าก็ต้องคำนึงว่าจะต้องมีเรือที่หัวทางกับปลายทางด้วยเช่นกัน

"วันนี้พอเกิดสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์เกิดขึ้น ประเทศไทยของเราก็คงจะต้องมานั่งชั่งน้ำหนักกัน เพราะว่าถ้าถามคำถามนี้เมื่อสักประมาณ 7-8 ปีที่แล้ว คิดว่าคงจะได้รับคำตอบแบบหนึ่ง แต่วันนี้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก WTO แทบจะไม่มีความหมายอีกต่อไปนั้น คงต้องมานั่งดูกันว่าประเทศไทยของเราจะอยู่ในสภาพสังคม ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์ แล้วก็ geoeconomic อย่างไร

"หัวใจสำคัญอีกประเด็นหนึ่งก็คือ พี่น้องที่ชุมพรกับระนอง เพราะเขาเป็นเจ้าของพื้นที่ อันนี้ท่านนายกฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ต้องถามคนชุมพรและคนระนองก่อนว่า มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์

"โจทย์ที่ผมเป็นห่วงคือการพัฒนาในเชิงพื้นที่ของ 2 ฝั่ง... จะเป็นถนนบนพื้นราบ หรือจะเป็น elevated (ยกระดับ) เพราะว่าถ้าเป็นถนนบนพื้นราบ การขยายตัวของ 2 ข้างของทางนั้น มันก็จะไปกระเทือนกับทรัพยากรธรรมชาติอีก ถ้าหากว่าผ่านพื้นที่อุทยาน หรือว่าเป็นป่าชายเลน หรืออย่างไรนะครับ และที่สำคัญนั้นเนี่ย ถ้าหากว่าจะต้องยกระดับถนนขึ้น หรือยกทางรถไฟขึ้น มันก็จะเพิ่มต้นทุนในการก่อสร้าง คุ้มหรือไม่กับการที่จะมี Land Bridge ในลักษณะแบบนี้ ก็ต้องมาชั่งน้ำหนักกัน

"การที่ผมให้โจทย์เนี่ย ไม่ได้ให้ว่าจะทำหรือไม่ทำ แต่เราต้องการข้อมูลให้มากที่สุดก่อน ว่าการกระทำดังกล่าวเนี่ย จะยกระดับ หรือว่าจะเป็นระดับพื้น หัวท้ายจะเป็นอย่างไร จะเป็นเส้นทางไหน พี่น้องประชาชนในพื้นที่มีความรู้สึกอย่างไร และประเทศเพื่อนบ้านของเรามีนโยบายเกี่ยวกับช่องแคบมะละกาอย่างไร เนี่ยล้วนแล้วแต่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะดูว่าแลนด์บริดจ์ที่เราสร้างขึ้น นะครับ operator จะเป็นใคร จะคุ้มค่ามากน้อยแค่ไหน

"จะมีโอกาสเกิดนิคมใหม่ๆ ในพื้นที่ที่จะมีการก่อสร้าง อันนี้คงตอบไม่ได้ เพราะว่ายังไม่รู้ว่าเส้นทางของแลนด์บริดจ์ที่จะผ่านนั้นเนี่ย ผ่านพื้นที่อะไรบ้าง แต่สิ่งหนึ่งอย่าลืมนะครับว่า ชุมพรและระนองเนี่ย เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเนี่ยเยอะมาก ดังนั้นเนี่ยการจะขยายนิคม การจะทำอะไรเนี่ยเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน

"กระทรวงอุตสาหกรรมเปรียบเสมือน คันเร่งของรถยนต์ ซึ่งถ้าเอาแต่เหยียบคันเร่งโดยไม่แตะเบรกเลย ก็เกิดอุบัติเหตุได้ แต่ว่าถ้าหากเอาแต่เหยียบเบรก ไม่แตะคันเร่งเลย ประเทศชาติก็ไม่พัฒนา วันนี้ถึงบอกว่าต้องดูในหลายๆ มิติ และมาชั่งกันว่า สิ่งที่ประเทศชาติจะได้ และสิ่งที่เราจะต้องยอมสูญเสียไปนั้น มีความคุ้มค่ามากน้อยกันขนาดไหน" นายวราวุธ ระบุ

อย่างไรก็ดี ภายหลังนายวราวุธได้ให้สัมภาษณ์ด้วยท่าทีดังกล่าว ทำให้ในเวลาต่อมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้กล่าวกับสื่อมวลชนว่า "คุณวราวุธคงลืมไปว่า ตอนนี้ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว"

แท็กที่เกี่ยวข้อง
แลนด์บริดจ์
มรดกโลกทางทะเล
ทรัพยากรทางทะเล
ทะเลอันดามัน
คัดค้านแลนด์บริดจ์



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ รับข้อเสนอสภาอุตฯ เร่งช่วย SME-หนุนรัฐจัดซื้อสินค้าไทย-ฟื้น กรอ.
นายกฯ รับข้อเสนอสภาอุตฯ เร่งช่วย SME-หนุนรัฐจัดซื้อสินค้าไทย-ฟื้น กรอ.