News Logo
หน้าแรก
'งบฯ-อำนาจ' คอขวด PM2.5 - ไฟป่าภาคเหนือ ‘ยศชนัน’ รับปากแก้ปัญหา

'งบฯ-อำนาจ' คอขวด PM2.5 - ไฟป่าภาคเหนือ ‘ยศชนัน’ รับปากแก้ปัญหา

6 พ.ค. 2569 17:12
ผู้ชม 55 คน

กสม.เปิดเวทีถกฝุ่น PM2.5-ไฟป่าภาคเหนือ สะท้อนปัญหาโครงสร้างรัฐ-งบประมาณไม่ถึงพื้นที่ ขณะที่ ‘ยศชนัน’ รับปากเร่งจัดงบแบบบูรณาการ พร้อมตั้งคำถามสำคัญ ทุกภาคส่วนจะเชื่อใจให้รัฐเป็นเจ้าภาพได้หรือไม่?


เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จัดเวทีเสวนาสาธารณะหัวข้อ “ผนึกกำลังผ่าทางออกวิกฤตฝุ่น PM 2.5: การคุ้มครองสิทธิและก้าวต่อไปของกฎหมายอากาศสะอาด” ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร โดยมี นางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมเชิญหน่วยงานรัฐ องค์กร ภาคประชาสังคม และประชาชน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อปัญหาฝุ่นและไฟป่าที่เชื่อมโยงทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สิทธิชุมชน และทิศทางกฎหมายอากาศสะอาด

ในเวทีเสวนาช่วงแรกว่าด้วย “ความก้าวหน้าและความท้าทายในการแก้ไขปัญหาฝุ่นและไฟป่าในประเทศไทย” นายก่อชิ เพชรไพรพนาวัลย์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านหลวง จังหวัดเชียงใหม่ สะท้อนว่า ปัญหาไฟป่าในระยะหลังรุนแรงจนควบคุมยาก ส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างการสั่งการที่ไม่เปิดโอกาสให้ท้องถิ่นตัดสินใจได้ทันสถานการณ์ ต้องรอคำสั่งจากระดับจังหวัด ขณะที่งบประมาณก็ไม่สอดคล้องกับภารกิจ จึงเสนอให้กระจายอำนาจและงบประมาณลงสู่ท้องถิ่นโดยตรง พร้อมจัดทำแผนเฉพาะพื้นที่ เนื่องจากลักษณะป่าและปัญหาแตกต่างกัน และควรให้ท้องถิ่นเป็นเจ้าภาพหลักร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่

ด้าน นายเดโช ไชยทัพ จากมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน มองว่าการแก้ปัญหาไฟป่าในไทยมีพัฒนาการต่อเนื่องตั้งแต่ยุคที่เป็นภารกิจของกรมป่าไม้ จนกระจายอำนาจสู่จังหวัดและท้องถิ่น และปัจจุบันมีภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น แต่ปัญหาสำคัญยังอยู่ที่ความไม่ชัดเจนของขอบเขตอำนาจและความรับผิดชอบระหว่างหน่วยงาน รวมถึงการถ่ายโอนภารกิจที่ไม่สอดคล้องกับงบประมาณ โดยนายเดโชเสนอให้กำหนดพื้นที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน มีตัวชี้วัด (KPI) ที่ตรวจสอบได้ และให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เป็นผู้ขอและบริหารงบประมาณเอง พร้อมทั้งเร่งแก้ปัญหาที่ดินและส่งเสริมการเปลี่ยนระบบเกษตรที่พึ่งพาการเผา

ในมุมของชุมชน นายพฤ โอ่โดเชา แกนนำชาวปกาเกอะญอ ชี้ว่าความรู้เกี่ยวกับไฟยังไม่ตกผลึกและขัดแย้งกันระหว่างโลกวิชาการกับวิถีชีวิตชาวบ้าน ชุมชนถูกมองว่าเป็นผู้กระทำผิดทันทีเมื่อเกิดควัน ทั้งที่การใช้ไฟเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำและความไม่เข้าใจ จึงเรียกร้องให้มองไฟโดยรวม “คน” เข้าไปในสมการด้วย

นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา จากหน่วยงานควบคุมไฟป่า ระบุว่าปัจจุบันมีการทำงานร่วมกับพื้นที่มากขึ้น เข้าใจบริบทชุมชนมากขึ้น และยอมรับว่าไฟป่าเชื่อมโยงกับปัจจัยทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมของคน ซึ่งยังมีความหลากหลาย แต่ในภาพรวมมองว่าประชาชนเริ่มมีวินัยและความตระหนักมากขึ้น

ขณะที่ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ จากมูลนิธิกระจกเงา สะท้อนประสบการณ์ภาคสนามว่า ศักยภาพการควบคุมไฟของรัฐยังจำกัดอย่างมาก โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไฟลุกลามเกินกำลัง แม้จะระดมกำลังคนก็ไม่เพียงพอ หากไม่มีปัจจัยอย่างฝนเข้าช่วย และได้ตั้งคำถามถึงการออกแบบระบบที่รองรับเพียงสถานการณ์ระดับเดียว และเรียกร้องให้มีหน่วยดับไฟมืออาชีพพร้อมอุปกรณ์ครบถ้วน รวมถึงการเตรียมการล่วงหน้าเพื่อลดเชื้อเพลิง แทนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการเผาสวนกลับแบบไฟชนไฟ แม้จะเห็นด้วยกับบทบาทของชุมชน แต่ย้ำว่าต้องมีกรอบกติกาและไม่ควรอ้างวิถีชีวิตเพื่อกระทำการที่ส่งผลกระทบต่อส่วนรวม

นางสาวปริศนา พรหมมา จากสภาลมหายใจเชียงใหม่ เสนอว่าปัญหาไฟป่ามีความหลากหลาย ไม่ควรใช้มาตรการเดียวจัดการทั้งหมด และการใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพียงอย่างเดียวไม่ได้แก้ปัญหา ชี้ว่าปัจจุบันแม้จะมีแผนจากชุมชนและท้องถิ่น แต่กลับติดขัดในขั้นตอนอนุมัติ โดยเฉพาะช่วงวิกฤตเดือนมีนาคม-เมษายน ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ทันเวลา และนำไปสู่การลักลอบเผา เสนอให้เปิดทางให้เกิดการจัดการไฟที่ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ รวมถึงเชื่อมโยงกับกฎหมายอากาศสะอาดที่จะช่วยเพิ่มกลไกตรวจสอบ

ด้าน ดร.เจน ชาญณรงค์ เสริมว่าการแก้ปัญหาไฟป่าจำเป็นต้องจำแนกประเภทของไฟให้ชัดเจน เช่น ไฟล่าสัตว์ ซึ่งควรเป็นเป้าหมายหลักในการควบคุม พร้อมชี้ว่าปีนี้สถานการณ์รุนแรงจากปัจจัยสภาพอากาศ โดยมีไฟป่าพื้นที่สูงถึงหลักสิบล้านไร่ และการควบคุมไฟยังต้องพึ่งพาฝนเป็นหลัก สะท้อนข้อจำกัดของศักยภาพมนุษย์ในภาวะโลกร้อนที่ซ้ำเติม และเสนอให้กลับไปแก้ที่ต้นเหตุ โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจพฤติกรรมของคน

ในฝั่งรัฐบาล ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ยอมรับว่า รัฐต้องรับผิดชอบปัญหานี้อย่างเต็มตัว พร้อมระบุว่าการรับฟังเสียงจากพื้นที่ทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างผู้ปฏิบัติงานหน้างานกับศูนย์สั่งการ และเปิดเผยว่ารัฐบาลกำลังพยายามจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่ออุดช่องว่างในแต่ละมิติ และรับปากว่าจะพิจารณาจัดสรรงบประมาณในขอบเขตอำนาจของตน รวมถึงจะผลักดันต่อหากเกินอำนาจ โดยย้ำว่าปัญหานี้ต้องแก้ทั้งระยะสั้น กลาง และยาวไปพร้อมกัน

อย่างไรก็ตาม ดร.ยศชนันได้ตั้งคำถามกลับไปยังเวทีว่า “ทุกภาคส่วนจะเชื่อใจรัฐบาลหรือไม่” หากรัฐเป็นเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อน พร้อมระบุว่าการแก้ปัญหาจำเป็นต้องมีเจ้าภาพที่หน้าตักใหญ่พอ และต้องสร้างระบบนิเวศการทำงานใหม่ที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ และย้ำถึงมิติที่ซับซ้อนของปัญหาไฟป่า ทั้งเรื่องปากท้อง ยาเสพติด และทุนเทา ที่ต้องแก้ไขไปพร้อมกัน

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

นางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

นางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

บรรยากาศเวทีเสวนาสาธารณะหัวข้อผนึกกำลังผ่าทางออกวิกฤตฝุ่น PM 2.5

บรรยากาศเวทีเสวนาสาธารณะหัวข้อผนึกกำลังผ่าทางออกวิกฤตฝุ่น PM 2.5

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ รับข้อเสนอสภาอุตฯ เร่งช่วย SME-หนุนรัฐจัดซื้อสินค้าไทย-ฟื้น กรอ.
นายกฯ รับข้อเสนอสภาอุตฯ เร่งช่วย SME-หนุนรัฐจัดซื้อสินค้าไทย-ฟื้น กรอ.