News Logo
หน้าแรก
ภาคประชาชนยื่นประธานสภาฯ 19 พ.ค.นี้ นับหนึ่งใหม่ดันร่างพ.ร.บ.PRTR

ภาคประชาชนยื่นประธานสภาฯ 19 พ.ค.นี้ นับหนึ่งใหม่ดันร่างพ.ร.บ.PRTR

17 พ.ค. 2569 12:57
ผู้ชม 10 คน

ภาคประชาชนเตรียมเข้ายื่นร่างพ.ร.บ. PRTR ต่อประธานสภาฯ 19 พ.ค.นี้ เดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ต่อ โดยใช้ช่องตามมาตรา 14 พ.ร.บ.การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย มูลนิธิบูรณะนิเวศโต้ "ภราดร" บทลงโทษการรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษในกฎหมายฉบับนี้เข้มข้นมาก แตกต่างกับที่รัฐบาลอ้างว่าจะแก้ให้มีเรื่อง PRTR แค่หนึ่งมาตราในพ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม

น.ส.เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ ในฐานะองค์กรนำภาคประชาชนผู้ผลักดันร่างพ.ร.บ.การรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม พ.ศ. ....หรือร่างพร.บ. PRTR เปิดเผยสำนักข่าว Next News ว่า ในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ เวลา 10.00 น.จะเข้ายื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเดินหน้าเสนอร่างพ.ร.บ. PRTR เข้าสู่สภาฯ อีกครั้ง ซึ่งเป็นการนับหนึ่งกระบวนการใหม่จากที่ได้ดำเนินการขั้นตอนเหล่านี้ไปหมดแล้วจากสภาฯ ชุดที่แล้ว

น.ส.เพ็ญโฉม กล่าวว่า การยื่นเสนอร่างกฎหมายรอบนี้เป็นการดำเนินการตามมาตรา 14 พ.ร.บ.การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ปี 2564 โดยมีระยะเวลาในการบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ 120 วัน โดยเริ่มจากวาระ 1 ใหม่เพื่อรับหลักการ จากนั้นจะมีการตั้งกรรมาธิการเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงร่าง และพิจารณาในวาระ 2 และวาระ 3 แต่หากภายใน 120 วันร่างกฎหมายไม่ถูกบรรจุ ทางภาคประชาชนก็จะต้องไปเริ่มต้นล่ารายชื่อเพื่อเสนอกฎหมายอีกครั้ง

ทั้งนี้ การที่รัฐบาลโดยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้อ้างในที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมว่า สาเหตุที่ร่างพ.ร.บ. PRTR ถูกปัดตกไป เนื่องจากภาคประชาชนเจ้าของร่างไม่ได้แจ้งยืนยันที่จะเสนอกฎหมายนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะมูลนิธิบูรณะนิเวศ ในฐานะที่เป็นองค์กรนำในการยื่นร่างกฎหมาย PRTR พร้อมด้วยรายชื่อประชาชนผู้สนับสนุนมากกว่า 12,000 รายชื่อ ได้ทำหนังสือยืนยันถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2569 แล้ว

หนังสือตอบมูลนิธิบูรณนิเวศ

หนังสือสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบกลับมูลนิธิบูรณะนิเวศ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2569

หนังสือฉบับดังกล่าวได้ยืนยันไป 2 ประเด็น คือ 1) ขอให้สนับสนุนการดำเนินงานต่อเนื่องของคณะกรรมการตรวจสอบการประกอบอุตสาหกรรมอย่างเข้มข้น หรือ "ทีมสุดซอย" และ 2) โปรดสนับสนุนให้คณะรัฐมนตรีมีมติส่งร่างพ.ร.บ.การรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม พ.ศ..... หรือร่างกฎหมาย PRTR เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาต่อเนื่องต่อไป ภายในกรอบเวลาที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 147 วรรคสอง กำหนด

น.ส.เพ็ญโฉม กล่าวด้วยว่า สิ่งที่สำคัญคือ สำนักงานปลัดสำนักนายกฯ ได้มีหนังสือตอบรับต่อหนังสือดังกล่าวของมูลนิธิฯ แล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 (ตามเอกสาร) นอกจากนั้นนายภราดรยังได้อ้างด้วยว่า รัฐบาลเตรียมร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ไว้แล้ว โดยจะรวมเรื่อง PRTR เข้าไปด้วย ซึ่ีงเนื้อหาและรายละเอียดแตกต่างกันไม่สามารถนำมาเป็นมาตรการควบคุมมลพิษแทนกฎหมาย PRTR ที่มีความครอบคลุมและกำหนดบทลงโทษไว้เข้มข้นมากกว่าได้ ประเด็นที่นายภราดรหยิบยกมาเป็นการนำเรื่อง PRTR เข้าไปเป็นเพียงมาตราหนึ่งในการแก้ไขพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเท่านั้น

"ซึ่งเราไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขที่ว่า แต่จำเป็นจะต้องแยกเรื่องการรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม หรือ PRTR (Pollutant Release and Transfer Register) ออกมา เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน อย่างเช่น กรมวิชาการเกษตรที่ควบคุมการใช้สารเคมี กระทรวงคมนาคมที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยมลพิษภาคขนส่ง กระทรวงพลังงานที่เกี่ยวข้องกับการขนถ่ายเชื้อเพลิง หรือปั๊มน้ำมันที่อาจจะเกิดการรั่วไหล การระเหยระหว่างขนถ่าย และกระทรวงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องโดยตรงในการควบคุมปล่อยมลพิษของโรงงาน

"นี่คือเหตุผลที่จำเป็นต้องมีกฎหมาย PRTR เหมือนในต่างประเทศที่เขาให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก ไม่ใช่ไปแก้ไขกฎหมายที่มีอยู่เดิม แล้วใส่เรื่องนี้เข้าไปแค่หนึ่งมาตรา เพราะเรื่องนี้มีรายละเอียดเยอะ โดยเฉพาะการกำหนดให้ต้องรายงานข้อมูลที่เป็นจริง ซึ่งมีการกำหนดโทษที่ชัดเจนและรุนแรง ถ้ามีการบิดเบือนมีความผิดทางอาญา และถ้าไม่รายงานจะมีการปรับรายวัน ซึ่งเป็นกฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์ ถ้าแค่ไปแก้กฎหมายสิ่งแวดล้อมโทษน้อยมาก คุมประเภทมลพิษได้น้อยมากแค่ 30-40 ตัวเท่านั้น

"แต่กฎหมาย PRTR เราแบ่งบัญชีรายชื่อสารมลพิษไว้ 9 กลุ่ม 108 สาร ในขณะที่ในสหรัฐฯ กำหนด 800 กว่าสาร ญี่ปุ่นก็ 300 กว่า ฉะนั้นสิ่งที่คุณภราดรนำมาอ้างว่ารัฐบาลก็จะมีการแก้ไขกฎหมาย จึงดูย้อนแย้ง และไม่ตรงกับเจตนารมย์ในการผลักดันกฎหมายฉบับนี้" น.ส.เพ็ญโฉม ระบุ

อนึ่ง ในร่างพ.ร.บ. PRTR ได้กำหนดรายชื่อสารมลพิษที่อาจทำให้เกิดอันตรายหรือส่งผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์ สัตว์ พืช ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงสารมลพิษตามความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตาม 9 กลุ่ม ดังนี้

1. เป็นสารก่อมะเร็ง

2. เป็นสารก่อการกลายพันธุ์

3. เป็นสารที่มีพิษต่อระบบสืบพันธุ์

4. เป็นสารที่มีพิษเรื้อรัง

5. เป็นสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้

6. เป็นสารที่เป็นอันตรายต่อระบบนิเวศ

7. เป็นสารที่ทำลายชั้นโอโซน

8. เป็นสารมลพิษอินทรีย์ตกค้างยาวนานในสิ่งแวดล้อม

9. สารอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นเคมีภัณฑ์หรือสิ่งอื่นใด ที่อาจทำให้เกิดอันตรายแก่ บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือสิ่งแวดล้อม

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ร่างพรบ.PRTR
กฎหมายPRTR
ประธานสภา
เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง
มูลนิธิบูรณะนิเวศ
ควบคุมมลพิษ
การรายงานมลพิษ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมพัฒนาธุรกิจฯ แปลกใจติดโผ 26 หน่วยโพลรับสินบน แต่พร้อมตรวจสอบ
กรมพัฒนาธุรกิจฯ แปลกใจติดโผ 26 หน่วยโพลรับสินบน แต่พร้อมตรวจสอบ