'ณัฐพงษ์' นำทีม ครม.เงา จี้รัฐบาลแสดงความกล้าหาญทางการเมือง เร่งแก้ปัญหากากขยะอุตสาหกรรม จ.ปราจีนบุรี พร้อมซัด 'ระบอบสีน้ำเงิน' ยิ่งครอบงำ ปัญหายิ่งทวีความรุนแรง
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาชน ได้แถลงผลการลงพื้นที่ติดตามปัญหาการลักลอบทิ้งกากขยะอุตสาหกรรมใน จ.ปราจีนบุรี โดยระบุว่า พบการแอบเปิดโรงงานเถื่อนและทิ้งสารเคมีพิษอย่างรุนแรง ประชาชนผู้ร้องเรียนกลับถูกข่มขู่คุกคามชีวิต ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐก็ยังไร้ความคุ้มครองในการปฏิบัติงาน ซึ่งสะท้อนถึงความล้มเหลวของระบบกำกับดูแลและปัญหาระบบอุปถัมภ์ในพื้นที่อย่างชัดเจน
นายณัฐพงษ์ ชี้ว่า ปัญหาดังกล่าวคือภาพสะท้อนของ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ที่กลุ่มทุนสีเทาประสานผลประโยชน์ร่วมกับเครือข่ายการเมืองท้องถิ่น ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ถูกกดดัน และมีทนายทุนเทาฟ้องร้องปิดปากหากเข้าไปตรวจสอบ ทั้งนี้ จากการตั้งข้อสังเกตุพบว่า ในพื้นที่ที่มีการเมืองท้องถิ่นเข้มข้นและเชื่อมโยงกับเครือข่ายบ้านใหญ่สีน้ำเงิน ยิ่งยึดครองพื้นที่เข้มข้นเท่าไร ปัญหาการจัดการกากอุตสาหกรรมกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเท่านั้น
ในส่วนของข้อเสนอแก้ไขปัญหาเชิงระบบ นายณัฐพงษ์ แนะนำให้บูรณาการฐานข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมของ GISTDA ร่วมกับระบบทะเบียนอนุญาตโรงงาน เพื่อให้สามารถตรวจสอบตำแหน่งโรงงานที่ก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
พร้อมกันนี้ ได้เรียกร้องไปยัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนและฝ่ายค้าน เพื่อเร่งปราบปรามโรงงานลักลอบปล่อยมลพิษและขยะพิษข้ามเขต รวมถึงสร้างความชัดเจนว่ามีแผนจะผลักดัน จ.ปราจีนบุรี เข้าสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) หรือไม่ พร้อมวางมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.พรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า ปัญหาดังกล่าวเรื้อรังและทวีความรุนแรงขึ้น โดยแบ่งเป็น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. ปล่อยมลพิษทางกลิ่นและน้ำเสียในนิคมฯ 304 ที่ยังไร้การจัดการ 2. การลักลอบเปิดโรงงานเถื่อนนอกเขตนิคมฯ โดยกลุ่มทุนสีเทาและทุนจีน ซึ่งอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายและการจ่ายส่วยเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ และ 3. ความกังวลของชาวอำเภอกบินทร์บุรีต่อโครงการโรงไฟฟ้าขยะ 3 แห่ง โดยประชาชนกังวลว่าหากปราจีนบุรีเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ EEC จะยิ่งทำให้พื้นที่กลายเป็นถังขยะของภูมิภาค ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ยังพบการฝังกลบขยะอุตสาหกรรมบดละเอียดปริมาณมหาศาล ซึ่งเสี่ยงต่อการปนเปื้อนในดินและแหล่งน้ำใต้ดินระยะยาว
ขณะที่ทางด้าน นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.พรรคประชาชน ได้เสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมาย โดยเร่งผลักดันกฎหมายรายงานการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (PRTR) และแก้ไขประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2566 ให้มีระบบติดตาม (Dashboard) แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อควบคุมเส้นทางขยะตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ป้องกันการลักลอบทิ้ง รวมถึงเสนอแก้ไข พ.ร.บ.โรงงาน เพื่อเพิ่มโทษและลดขั้นตอนการเอาผิดผู้ฝ่าฝืน




