News Logo
หน้าแรก
‘ปชน.’ จี้รัฐใช้งบกลาง-พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ลุยขจัดมลพิษน้ำท่วมปราจีนฯ

‘ปชน.’ จี้รัฐใช้งบกลาง-พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ลุยขจัดมลพิษน้ำท่วมปราจีนฯ

7 ต.ค. 2569 15:17
ผู้ชม 17 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

‘พรรคประชาชน’ แถลงการณ์จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมปราจีนบุรี หลังพบปัญหามลพิษเรื้อรังแพร่กระจาย ขยายวงกว้างลามเกินรัศมี 1 กิโลเมตร กระทบชุมชนรอบข้าง หวั่นซึมเข้าห่วงโซ่อาหาร อัดรัฐทำงานล่าช้าเข้าตรวจน้ำหลังท่วมไปแล้วสัปดาห์ เสนอรัฐบาลจัดสรรงบกลางให้กรมโรงงานฯ บังคับใช้ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย จัดเก็บสารพิษทันที

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงถึงสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งพบพบคราบคล้ายน้ำมันแพร่กระจายในพื้นที่ โดยระบุว่า ปัญหามลพิษเรื้อรังมานาน เมื่อเกิดน้ำท่วมจึงซ้ำเติมให้สถานการณ์วิกฤตยิ่งขึ้น ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่พบความเสี่ยงที่น้ำปนเปื้อนกากอุตสาหกรรมจะขยายวงกว้าง จากเดิมที่เคยมีรัศมีครอบคลุมราว 1 กิโลเมตร ในพื้นที่ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ์ แต่ล่าสุดได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่บ้านสระมะเขือ ว่าคราบดังกล่าวมีแนวโน้มแพร่กระจายไปไกลเกินกว่า 1 กิโลเมตรแล้ว ซึ่งหากยืนยันว่าเป็นคราบน้ำมันและสารพิษจริง ย่อมส่งผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตรและสัตว์น้ำในพื้นที่

นายวีระยุทธ กล่าวต่อว่า ในวันนี้คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร จึงได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง ซึ่งพบปัญหาสำคัญคือหน่วยงานรัฐปฏิบัติงานค่อนข้างล่าช้า เนื่องจากเพิ่งเริ่มจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจวัดคุณภาพน้ำเมื่อวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา หรือหลังจากเกิดเหตุน้ำท่วมไปแล้วกว่า 1 สัปดาห์ ซึ่งถือว่าล่าช้าและอาจสายเกินไปต่อการยับยั้งผลกระทบ

นายวีระยุทธ กล่าวเสริมว่า สำหรับข้อเรียกร้องได้เสนอผ่าน 2 ช่องทางหลัก ช่องทางแรกคือ ให้กรมควบคุมมลพิษเข้าตรวจสอบ ซึ่งได้รับชี้แจงในที่ประชุมคณะกรรมาธิการว่า ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำจะทราบผลภายในสัปดาห์หน้า

อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลมีความจริงจังในการแก้ปัญหา ยังมีอีกช่องทางคือ การสั่งการให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม บังคับใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย เข้าดำเนินการเข้าจัดเก็บและกำจัดสารพิษในพื้นที่ทันที ซึ่งเคยมีบรรทัดฐานการทำงานรูปแบบนี้มาแล้วในพื้นที่จังหวัดราชบุรีและระยอง ทั้งนี้ ปัญหาสำคัญในปัจจุบันคือขาดแคลนงบประมาณดำเนินการ หากกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้รับการจัดสรรงบประมาณย่อมสามารถเข้าคลี่คลายปัญหาได้ทันที ซึ่งรัฐบาลสามารถพิจารณาอนุมัติใช้นำงบกลางมาดำเนินการได้ เนื่องจากเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชน

ขณะที่ นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่เป็นข้อถกเถียงคือ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของบริษัทที่ถูกกล่าวหาว่าปล่อยมลพิษ สืบเนื่องจากอุตสาหกรรมจังหวัดได้ออกหนังสือประกาศเรื่องการขอขยายโรงงาน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 5 แสนตัน ซึ่งตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระบุไว้ชัดเจนว่า กิจกรรมฝังกลบขยะไม่อันตรายเข้าข่ายประเภทกิจการที่ต้องจัดทำรายงาน EIA โดยเฉพาะโรงงานที่ได้รับอนุญาตก่อนปี 2566 หากมีการขยายกำลังการผลิตก็จำเป็นต้องจัดทำ EIA ใหม่

อย่างไรก็ตาม ทางอุตสาหกรรมจังหวัดกลับมีความเห็นแย้งว่า โรงงานดังกล่าวขยายกำลังการผลิตโดยใช้เกณฑ์กำลังเครื่องจักร หรือกำลังแรงม้าตามกฎหมายโรงงาน ซึ่งเป็นคนละเงื่อนไขกัน ส่งผลให้เกิดข้อสับสนทางกฎหมาย ดังนั้น สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) จึงจำเป็นต้องเร่งสร้างความชัดเจนในประเด็นนี้อย่างเร่งด่วน

นายพูนศักดิ์ ระบุอีกว่า พื้นที่ตั้งของโครงการดังกล่าวเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและประสบปัญหาน้ำท่วมขังเป็นประจำ ประกอบกับพื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่ทำการเกษตรของประชาชน การนำขยะพิษหรือสารเคมีอันตรายมาฝังกลบในบริเวณนี้ จึงมีความเสี่ยงสูงมากที่จะปนเปื้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งเข้ามาตรวจสอบและแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศุภจี'บุก 'โตโยต้า-ไทยอกริฯ'ช่วยห่วงโซ่การผลิตต่อเนื่องสู้น้ำท่วม
'ศุภจี'บุก 'โตโยต้า-ไทยอกริฯ'ช่วยห่วงโซ่การผลิตต่อเนื่องสู้น้ำท่วม