กัมพูชาคอนเฟิร์มร่วม Board of Peace "ทรัมป์" แจงชัดไม่ต้องจ่าย 3 หมื่นล้าน ย้ำเดินหน้าเคลียร์ชายแดนไทย-กัมพูชา
ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยืนยันกัมพูชาจะเข้าร่วมใน "สภาสันติภาพ" (Board of Peace) ของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท) เนื่องจากเข้าร่วมในสถานะสมาชิกผู้ก่อตั้งวาระ 3 ปี ไม่ใช่สมาชิกถาวรที่มีภาระผูกพันทางการเงินดังกล่าว
การยืนยันจุดยืนครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างการเข้าพบของ พลเรือเอก แซมมวล ปาปาโร ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก ณ วิมานสันติภาพ เมื่อเช้าวันที่ 26 มกราคม 2026 โดยนายกฯ กัมพูชาระบุว่าได้ตัดสินใจตอบรับคำเชิญของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ส่งมาเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2026 เพื่อร่วมสร้างสันติภาพตามหลักการที่กัมพูชายึดถือมาโดยตลอด
ฮุน มาเนต ชี้แจงว่า การเข้าร่วมครั้งนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความปรารถนาดีและความรักในสันติภาพ โดยกัมพูชามีประสบการณ์สนับสนุนภารกิจรักษาสันติภาพภายใต้ร่มธงของสหประชาชาติในหลายประเทศมาแล้ว ส่วนประเด็นเงิน 1 พันล้านดอลลาร์นั้น เป็นเงื่อนไขที่กำหนดไว้สำหรับสมาชิกถาวรในระยะยาวเท่านั้น
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างกัมพูชาและสหรัฐฯ โดยเฉพาะด้านความร่วมมือทางทหาร ล่าสุดกัมพูชาอนุญาตให้เรือรบกองทัพเรือสหรัฐฯ USS Cincinnati (LCS-20) เข้าเทียบท่าฐานทัพเรือเรียม จังหวัดพระสีหนุ เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อการเยือนอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 5 วัน ระหว่างวันที่ 24-28 มกราคม โดยมีเป้าหมายเพื่อกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหารทางทะเล รวมถึงเปิดการฝึกร่วมทางเรือระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ USS Cincinnati ถือเป็นเรือรบสหรัฐฯ ลำแรกที่เข้าเทียบท่าฐานทัพเรือเรียมในปีนี้ และเป็นเรือรบต่างชาติลำที่ 3 หลังการปรับปรุงฐานทัพแล้วเสร็จในปี 2025 ต่อจากญี่ปุ่นและเวียดนาม
ทั้งนี้ นายกฯ กัมพูชาได้แจ้งต่อฝ่ายสหรัฐฯ ถึงความคืบหน้าของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิงและ "แถลงการณ์ร่วมกัวลาลัมเปอร์" เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2025 โดยย้ำว่าจะแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยวิธีทางสันติบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืน
ทางด้าน พลเรือเอก ปาปาโร ระบุว่าประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงให้ความสำคัญอย่างใกล้ชิดกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยสหรัฐฯ พร้อมสนับสนุนกลไกของทีมสังเกตการณ์อาเซียน (AOT) และเร่งรัดกระบวนการของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) เพื่อดำเนินการวัดและปักปันเขตแดนระหว่างสองประเทศให้ชัดเจน
ปัจจุบันมีมากกว่า 25 ประเทศที่ตอบรับเข้าร่วม Board of Peace อาทิ อินโดนีเซีย เวียดนาม และอาร์เจนตินา ขณะที่ชาติตะวันตกหลายแห่งอย่างฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักรได้ปฏิเสธคำเชิญ โดยสภาแห่งนี้มีแผนจะให้ความสำคัญกับสถานการณ์ในกะซาเป็นอันดับแรก และอาจเข้ามามีบทบาทแทนที่สหประชาชาติในการแก้ปัญหาความขัดแย้งโลก





