ผลการนับคะแนนการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการหลังปิดหีบ เมื่อ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” แคนดิเดตจากพรรคภูมิใจไทยจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป หลังคว้าชัยมาเป็นอันดับ 1 และได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลต่อไป โดยการเลือกตั้งครั้งนี้พบการร้องเรียนเรื่องทุจริตผ่านเว็บไซต์ vote62 มากถึง 4,993 เรื่อง

จำนวน สส.จาก 22 พรรคการเมืิองที่ได้รับเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ
ผลการนับคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อวันที่ 8-9 ก.พ. ที่ผ่านมา นับได้อยู่ที่ 94% พบว่า มีผู้สมัคร สส.จาก 22 พรรคการเมืองได้รับเลือกให้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร (รายละเอียดภาพอินโฟกราฟิก)
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการดำเนินการนับคะแนนและระหว่างการหย่อนบัตรพบการร้องเรียนว่า มีหลายหน่วยเลือกตั้งผิดสังเกต ทำให้บางพรรคได้เตรียมร้องเรียนให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบเพื่อสะท้อนการจัดการเลือกตั้งที่โปร่งใส และเป็นธรรม
ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เปิดเผย เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ว่า กกต. ได้กำชับให้ดำเนินการอย่างเฉียบขาดในทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดการเลือกตั้ง ทั้งการฉีกบัตรเสียหาย การจับกุม รวมทั้งการรายงานผลที่ผิดพลาดทางเทคนิค โดยล่าสุดมีเรื่องร้องเรียนเข้ามายัง กกต. รวม 113 สำนวน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการซื้อเสียง ซึ่งในจำนวนนี้ได้รับเป็นสำนวนแล้ว 107 เรื่อง
นอกจากนี้ ผลการนับคะแนนในบางเขตที่จำนวนคะแนนกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกัน ทาง กกต. จะต้องตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนที่จะประกาศผลคะแนนอย่างเป็นทางการตามกรอบเวลาของกฎหมายภายใน 60 วัน
ด้าน โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) แถลงว่า ในนามเครือข่ายประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ (Con for All) พบการร้องเรียนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ผ่านเว็บไซต์ vote62 ทั้งหมด 4,993 เรื่องโดยพบความผิดปกติ 5 ประการ ดังนี้
1.เจ้าหน้าที่ไม่ให้เซ็นชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ 2.นับคะแนนผิด 3.จำนวนบัตรลงคะแนนมากกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ 4.เมื่อขอให้นับคะแนนใหม่บางหน่วยก็ยอม แต่บางหน่วยไม่ยอม และ 5. เจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้สังเกตการณ์นับคะแนนและไม่ยอมให้ถ่ายภาพการนับคะแนน
ยกตัวอย่าง จ.นครสวรรค์ เขต 1 พบว่า คะแนนของทุกพรรครวมกันแล้วได้ 89,280 คะแนน แต่นับจำนวนผู้มาใช้สิทธิได้ 86,040 คน น้อยกว่าจำนวนบัตรกว่า 3,000 ใบ หรือในพื้นที่ จ.แพร่ เขต 2 เมื่อรวมคะแนนบัตร สส.เขตของ 5 พรรค ได้ 82,693 คะแนน แต่มีผู้มาใช้สิทธิเพียง 76,409 คน มีส่วนต่างถึงกว่า 6,000 ใบ
ขณะที่ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานปกครองและทะเบียน รายงานความคืบหน้าการนับคะแนนเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติอย่างไม่เป็นทางการ จากระบบ ECT Report ณ วันที่ 9 ก.พ. 2569 เวลา 15.51 น. ว่า กกต.กทม. ตรวจสอบความถูกต้องผลการเลือกตั้งแล้ว 6,167 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 93.50 จากหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 6,728 หน่วย




