เครือข่ายเลือกตั้งเสรี ANFREL เผยเลือกตั้ง-ประชามติไทยปี 69 แม้สงบเรียบร้อย แต่มีปัญหาซ้ำซากเหมือนปี 66 พบอัตราบัตรเสียสูง ข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งหาย คนพิการยังขาดสิทธิเข้าถึงหน่วยเลือกตั้ง 23% และข้อกังวลเรื่องความโปร่งใส จี้ปฏิรูปเพื่อสร้างความเชื่อมั่น พร้อมเปิดเผยผลการนับคะแนนเต็มรูปแบบ
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (ANFREL) ได้ออกแถลงการณ์เบื้องต้นเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญของประเทศไทยในปี 2026 โดยระบุว่าแม้การลงคะแนนเสียงจะดำเนินไปอย่างสงบเรียบร้อย และมีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวนมากถึง 36 ล้านคน คิดเป็น 65-70% ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง แต่ก็ยังพบปัญหาซ้ำซากที่เคยเกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 2023 อาทิ การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งที่ยังไม่ทั่วถึง การประเมินบัตรเสียที่ไม่มีความสอดคล้องกัน และข้อผิดพลาดด้านการบริหารจัดการในวันลงคะแนนล่วงหน้า ซึ่ง ANFREL ชี้ว่าปัญหาเหล่านี้สะท้อนถึงคุณภาพการบริหารจัดการการเลือกตั้งที่หยุดนิ่ง และเรียกร้องให้มีการปรับปรุงแก้ไขอย่างจริงจังเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน
แถลงการณ์ของ ANFREL ซึ่งได้ส่งผู้สังเกตการณ์ 24 คน ไปยัง 31 จังหวัดทั่วประเทศไทย เพื่อสังเกตการณ์ช่วงหาเสียง การลงคะแนนล่วงหน้า และวันเลือกตั้งหลัก พบว่าการดำเนินการที่หน่วยเลือกตั้งส่วนใหญ่เป็นไปอย่างมีระเบียบและโปร่งใส อย่างไรก็ตาม ANFREL ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยผลคะแนนอย่างละเอียดในระดับหน่วยเลือกตั้งโดยไม่ชักช้า หลังมีข้อเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ในหลายจังหวัด เช่น ชลบุรี มหาสารคาม และปทุมธานี เนื่องจากผู้สังเกตการณ์ของ ANFREL ไม่สามารถเข้าถึงศูนย์รวมผลคะแนนได้
นอกจากนี้ ANFREL ยังเรียกร้องให้มีการแก้ไขรูปแบบบัตรเลือกตั้งและระเบียบเกี่ยวกับบัตรเสีย โดยระบุว่าอัตราบัตรเสียค่อนข้างสูงที่ 3.56% สำหรับบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต และ 4.50% สำหรับบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งสูงกว่าระดับปกติที่ยอมรับได้ และชี้ว่า กกต. ควรพิจารณาตรวจสอบบัตรเสียอย่างครอบคลุมร่วมกับภาคประชาสังคมและพรรคการเมือง เพื่อหามาตรการลดอัตราบัตรเสียในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
ผู้สังเกตการณ์ยังพบความผิดปกติทางขั้นตอนในบางหน่วยเลือกตั้ง อาทิ การไม่มีข้อมูลผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง การมีผู้แทนพรรคการเมืองและผู้สังเกตการณ์น้อย การพบเห็นป้ายหาเสียงใกล้หน่วยเลือกตั้ง และการเข้าถึงหน่วยเลือกตั้งที่ไม่สอดคล้องกันสำหรับผู้สังเกตการณ์ นอกจากนี้ ปัญหาการเข้าถึงสำหรับผู้พิการยังคงเป็นข้อกังวลสำคัญ โดย 23% ของหน่วยเลือกตั้งที่เข้าเยี่ยมชมไม่สามารถเข้าถึงได้หากปราศจากความช่วยเหลือ
ANFREL ยังได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับประเด็นการเข้าถึงทรัพยากรทางการเงินและสื่อที่ไม่เท่าเทียมกัน ข้อกล่าวหาเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียง และการแพร่กระจายของข้อมูลบิดเบือนออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการลงประชามติ แม้จะชื่นชมความพยายามในการให้ความรู้แก่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งของ กกต. แต่ก็ระบุว่าการให้ความรู้เกี่ยวกับการลงประชามติยังไม่เพียงพอ และเอกสารข้อมูลทางการบางฉบับมีข้อผิดพลาดที่อาจสร้างความสับสนแก่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง
แถลงการณ์ยังเน้นย้ำถึงกรอบกฎหมายและการเมืองที่ยังคงมีผลต่อการแข่งขัน รวมถึงการเข้ามามีส่วนร่วมของฝ่ายตุลาการในกระบวนการทางการเมือง และสภาพแวดล้อมที่จำกัดเสรีภาพในการแสดงออก โดย ANFREL แสดงความกังวลต่อคำตัดสินของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่พบว่าอดีต ส.ส. พรรคก้าวไกล 44 คน มีความผิดทางจริยธรรม ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต ในขณะที่การมีส่วนร่วมของสตรีและเยาวชนอยู่ในระดับสูง แต่สตรีก็ยังคงมีจำนวนผู้สมัครและบทบาทผู้นำทางการเมืองน้อยกว่าที่ควรจะเป็น และยังมีอุปสรรคต่อการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ของคนพิการ
ANFREL จะยังคงสังเกตการณ์ต่อไปในช่วงหลังการเลือกตั้ง และจะเผยแพร่รายงานฉบับสมบูรณ์พร้อมรายละเอียดและข้อเสนอแนะต่อไป




