News Logo
หน้าแรก
ย้อนรอยขวางการเลือกตั้งจากปี 2500 ถึงความอื้อฉาวชลบุรีเขต 1

ย้อนรอยขวางการเลือกตั้งจากปี 2500 ถึงความอื้อฉาวชลบุรีเขต 1

12 ก.พ. 2569 22:22
ผู้ชม 28 คน

เหตุผล กกต. ที่ว่า "ไม่มีถังขยะ" ในจุดที่มีการประท้วง เป็นกองเอกสารที่รอการจัดการ และการตัดสายรัดหีบเป็นขั้นตอนปกติของการยุบรวมหีบบัตรเพื่อบรรจุใหม่ เป็นเหตุว่าไม่ปรากฏหลักฐานว่าการเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม จึงไม่มีเหตุให้สั่งนับคะแนนใหม่ที่ชลบุรีเขต 1 นี่เป็นความอื้อฉาวการเลือกตั้งที่มีการพูดถึงมากที่สุด ย้อนไปเมื่อปี 2557 กระทั่งถึงปี 2500 ก็เคยมีการคัดค้านการเลือกตั้งจนกลายเป็นคดี และสร้างความฉาวโฉ่ในวงการการเมืองมาก่อน

ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ได้มีมติลุยไฟเดินหน้าผลการนับคะแนนชลบุรี เขต 1ตามเดิม จะไม่มีการนับคะแนนใหม่ตามที่ประชาชนในพื้นที่เรียกร้อง โดยให้เหตุผลว่า ประเด็นพบเอกสารในถังขยะ/หีบไม่รัดสาย เกิดจากการย้ายสถานที่รวมหีบจากศาลาประชาคม (พื้นที่แคบ) ไปยังโรงยิมสนามแบดมินตันเพื่อทำการ “ยุบรวมหีบบัตร” ก่อนส่งเข้าโกดัง และมีมวลชนเข้าไปในช่วงที่เจ้าหน้าที่กำลังทำงาน (เสร็จไป 90% เหลือ 10%)

กกต.ยืนยันด้วยว่า “ไม่มีถังขยะ” ในจุดดังกล่าวและ “กองเอกสารที่เห็นคือวัสดุที่รอการจัดการ และการตัดสายรัดหีบเป็นขั้นตอนปกติของการยุบรวมหีบบัตรเพื่อบรรจุใหม่” กกต. จึงเห็นว่า พยานหลักฐานไม่ปรากฏว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตเที่ยงธรรม จึงมีมติ “ยุติเรื่อง” และไม่มีเหตุให้สั่งนับคะแนนใหม่ตาม มาตรา 124

นี่คือการยุติเรื่องอื้อฉาวหลังถูกประชุมชุมนุมประท้วงตั้งแต่เย็นวันที่ 9 ก.พ. กระทั่งถึงเช้าของอีกวัน ณ บริเวณสนามแบดมินตัน เทศบาลเมืองชลบุรี จ.ชลบุรี เป็นการสรุปที่ทำให้ผลการนับคะแนนเป็นไปตามเดิม นั่นคือ “สุชาติ ชมกลิ่น” ผู้สมัครในเขตนี้จากพรรคภูมิใจไทยจะได้รับเลือกเป็น สส. ชลบุรี เขต 1 (คะแนนไม่เป็นทางการอยู่ที่ 43,703 คะแนน) คะแนนเดิมที่ "สุชาติ" ออกมาท้าก่อนนี้ว่า "ถ้าคะแนนออกมาเหมือนเดิมใครจะรับผิดชอบ"

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ กกต.จะผ่าทางตันวาระร้อน ป้ายกระดาษ "ให้ความโปร่งใสช้า แจ้งความประชาชนโคตรเร็ว" ถูกนำมาติดไว้ที่สนามแบดมินตันเทศบาลเมืองชลบุรี และก่อนหน้านั้นกกต.ในพื้นที่ก็เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ มนัสนนัทน์ กรเกษม กนกวรรณ สร้อยสม ในข้อหาบุกรุกขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และทำให้เอกสารของผู้อื่นสูญหาย รวมถึง เบญจพร สุขสว่าง ฐานมีพฤติการณ์เปิดหีบเลือกตั้งของชลบุรี เขต 1 เมื่อ 12 ก.พ. 2569

นี่เป็นการตอบโต้ของฝ่ายรัฐโดย กกต. หลังเกิดการลุกฮือประท้วงการนับคะแนนที่ไม่โปร่งใสและกดดันให้เจ้าหน้าที่นับคะแนนใหม่ จนกลายเป็นกระแส "นับใหม่ทั่วประเทศ" Next News ขอนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้ไปโยงให้เห็นภาพการขัดขวางการเลือกตั้งในอดีตที่ผ่านมา

1. การเข้าแจ้งความต่อประชาชนที่ไม่พอใจการทำหน้าที่ระหว่างการนับคะแนนที่ชลบุรีเขต1 โดยผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่1 จ.ชลบุรี ถูกตั้งคำถามว่าชอบธรรมหรือไม่ เพราะประชาชนที่มารวมตัวกันประท้วงตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงเช้าอีกวันพบความผิดปกติอย่างโจ่งแจ้ง พบใบนับคะแนนทิ้งในถังขยะพร้อมลายเซ็นกำกับของเจ้าหน้าที่ กกต.และเป็นใบที่ผู้ชนะมีคะแนนต่ำกว่าอันดับ 2 จากพรรคประชาชน  ข้อสงสัยของคนชลบุรีเขต 1 ก็คือ เป็นชัยชนะที่โปร่งใสหรือไม่ ทำไมถึงไม่ยอมนับคะแนนใหม่ในเมื่อมีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์

2. การกล่าวหาประชาชนผู้ประท้วงทั้ง 3 ว่าอาจเข้าข่ายความผิดฐานเปิด ทำลาย ทำให้เสียหาย ทำให้เปลี่ยนสภาพ หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งหีบบัตรเลือกตั้ง ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 รวมถึงความผิดฐานบุกรุก...เป็นการแก้ต่างเพื่อแก้ตัวหรือไม่ แทนที่จะนับคะแนนใหม่หรือยอมรับว่า กกต.ไม่สามารถดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้มีความบริสุทธิ์ ยุติธรรมและโปร่งใส่...นี่คือข้อกังขาของประชาชน

3. นอกจากนั้นฝั่งพรรคประชาชน วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคก็เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองชลบุรี เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ไว้ด้วย เพื่อดำเนินคดีกับ กกต.ประจำจังหวัดชลบุรี ประธานหน่วยเลือกตั้งที่ 15 ชลบุรี และกรรมการ กกต.ทั้ง 7 คน ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามหน้าที่ราชการ ตาม มาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และ มาตรา 172 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

4. ย้อนไปเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2556 มีการชุมนุมคัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอยของ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” โดยกลุ่ม กปปส. ที่มี “สุเทพ เทือกสุบรรณ” และพวกจากพรรคประชาธิปัตย์ จนในที่สุด “ยิ่งลักษณ์” ตั้งตัดสินใจยุบสภาในที่ 9 ธ.ค. 2556 เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่วันที่ 2 ก.พ. 2557

5. 17 ธ.ค. “สุเทพ” ในนามแกนนำ กปปส. ประกาศทิศทางการต่อสู้ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” จนนำไปสู่การปิดล้อมหน่วยเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557 ทั่วประเทศ ทั้งในวันเลือกตั้งล่วงหน้าต่อเนื่องไปถึงวันเลือกตั้งจริง โดยพรรคประชาธิปัตย์ที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นั่งหัวหน้าพรรค ประกาศไม่ส่งผู้สมัคร สส. ทุกเขต และ 21 มี.ค. 2557 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 6 ต่อ 3 ให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เป็นโมฆะ

6. การขัดขวางการเลือกตั้งในปี 2557 ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมถูกฟ้องเป็น “คดีขัดขวางการเลือกตั้ง” จำนวนมาก โดยเฉพาะ "สุเทพ" และพวกรวม 8 คน ต้องเข้าไปนอนเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก่อนจะได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว เมื่อ 26 ก.พ. 2564

7. ย้อนไปคราวการเลือกตั้ง 26 ก.พ. 2500 ได้รับการขนานนามว่าเป็นการเลือกตั้งที่ “สุดสกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์” เป็นการเลือกตั้งหลังจากสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดตามวาระ ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2495 โดยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยเป็นการเลือกตั้งแบบรวมเขตจังหวัด ช่วงชิงเก้าอี้ในสภาทั้งสิ้น 160 ที่นั่ง มีพรรคการเมืองลงสนามเลือกแข่งขัน 23 พรรค

8. ศ.ทักษ์ เฉลิมเตียรณ นักวิชาการจากค่ายท่าพระจันทร์ ผู้เขียนหนังสือการเมืองไทยเล่มคลาสสิค "การเมืองระบบพ่อขุนอุปถัมภ์แบบเผด็จการ" วิเคราะห์ว่า จอมพล ป. พิบูลสงคราม พยายามจะหาทางรักษาอำนาจของตนเองด้วยการหาเสียงสนับสนุนจากประชาชน แทนที่การพึ่งอำนาจจากตำรวจและทหาร ภายใต้ระบบการเมืองแบบสามเส้าคือ ฝ่ายจอมพล ป.พิบูลสงคราม กับกลุ่มอำนาจทางการเมืองของ จอมพลผิน ชุณหะวัณ และ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ที่คุมอำนาจตำรวจ

9. จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ตั้งพรรคเสรีมนังคศิลาขึ้นมาเตรียมลงรับสมัครเลือกตั้งเป็นครั้งแรก เป็นเดิมพันทางการเมืองที่สูงยิ่งของจอมพล ป. เพื่อสืบทอดอำนาจของฝ่ายรัฐบาลขณะนั้น จึงได้ทำทุกวิถีทางที่จะชนะการเลือกตั้งให้ได้ ในขณะที่ประชาชนรู้สึกเบื่อหน่ายต่อรัฐบาลของจอมพล ป. ที่ครองอำนาจอย่างยาวนานและมีแนวโน้มจะเป็นเผด็จการมากขึ้น ทำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์กันอย่างคึกคัก

10. สภาพเหตุการณ์ในวันเลือกตั้งได้เกิดความวุ่นวายขึ้นในหลายพื้นที่ รวมทั้งพบพรรคเสรีมนังคศิลาส่อทุจริต อย่างเช่น พบบัตรเลือกตั้งจำนวน 7 ปึกใหญ่ที่กาลงคะแนนให้พรรคเสรีมนังคศิลาไว้แล้ววางอยู่บนโต๊ะกรรมการการเลือกตั้ง ทำให้นักศึกษาประชาชนและผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์คือหลวงอังคณานุรักษ์ที่ร่วมสังเกตการณ์ร้องคัดค้าน กระทั่งประชาชนเข้าห้อมล้อมคัดค้านการลงคะแนน

11. การเลือกตั้งครั้งนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวายทั้งก่อนและในวันเลือกตั้ง หลังการนับคะแนนมีเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นหลายแห่ง โดยเฉพาะที่เขตดุสิตและบางเขนที่นับคะแนนถึงสองวันสองคืนและมีไฟดับขณะนับคะแนน ทำให้คะแนนของฝ่ายค้านที่กำลังนำอยู่ถูกคะแนนของฝ่ายรัฐบาลแซงนำ จนจอมพล ป. สามารถเอาชนะ “ควง อภัยวงศ์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในกรุงเทพฯ ไปในที่สุด

12. ผลการเลือกตั้งทั่วประเทศปรากฏว่า พรรคเสรีมนังคศิลาได้เสียงข้างมาก 83 ที่นั่ง ประชาธิปัตย์ 28 เสรีประชาธิปไตย 11 ธรรมาธิปัตย์ 10 เศรษฐกร 8 ชาตินิยม 3 ไฮด์พาร์ค 2 อิสระ 2 ไม่สังกัดพรรค 13 รวม 160 ที่นั่ง แต่ประชาชนไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง เพราะเห็นว่ารัฐบาลโกงการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มนิสิตนักศึกษาที่เข้าร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้ง สื่อมวลชนและประชาชนประณามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่สกปรก แต่ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้แถลงว่า อย่าเรียกว่าการเลือกตั้งสกปรกเลย ควรจะเรียกว่าเป็น “การเลือกตั้งไม่เรียบร้อย” เท่านั้น คำแถลงดังล่าวกลายเป็นชนวนทำให้กลุ่มนิสิตนักศึกษาไม่พอใจ และออกมาเดินชุมนุมประท้วงในวันที่ 2 มี.ค.

13. ในขณะที่ฝ่ายค้านนำโดยพรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นฟ้องร้องต่อศาลจังหวัดพระนคร สระบุรี นครราชสีมา อุบลราชธานี และเชียงใหม่ ให้การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 26 ก.พ. 2500 เป็นโมฆะ แต่ในที่สุดมีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 21 มี.ค. 2500 พร้อมกับแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีขึ้นมาบริหารประเทศ

14. อย่างไรก็ตาม ผลพวงจากการเลือกตั้งสกปรก ทำให้สถานะของรัฐบาลมีความสั่นคลอน มีการนำเสนอข่าวด้านลบของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจจากทางฝ่ายค้าน มีการประท้วงและการต่อต้านจากประชาชน จนท้ายที่สุดได้นำไปสู่ใช้กำลังทหารยึดอำนาจรัฐบาล ภายใต้การนำของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในวันที่ 16 ก.ย. 2500

อ้างอิง: สถาบันพระปกเกล้า

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย