เลขาธิการ กกต.ยืนยัน บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งถือเป็นการเลือกตั้งโดยตรงและลับ เพราะไม่มีใครทราบประชาชนลงคะแนนให้ใคร ไม่มีผู้ใดเข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่มีคำสั่งศาล ขณะที่ผลสำรวจนิด้าโพลระบุ คนที่เชื่อว่ามีการทุจริตการเลือกตั้ง 58.28% ไม่เชื่อว่า กกต.จะสามารถลงโทษใครได้
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า หลักการโดยตรงและลับ และความปลอดภัยของการใช้บาร์โค้ด ดังนี้ 1. หลักการโดยตรงและลับ เป็นหลักการขั้นพื้นฐานของสิทธิมนุษชนในการเลือกตั้ง ตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) ของสหประชาติ (UN) ว่าด้วยสิทธิทางการเมืองที่กำหนดว่าในการเลือกตั้งการออกเสียงต้องเป็นไปโดยตรงและลับ พูดแบบเข้าใจง่ายๆ คือ ลงคะแนนด้วยตนเอง และไม่มีผู้ใดทราบได้
2. หลักการความปลอดภัยของบัตรและการเลือกตั้ง เป็นหลักการที่มาจากปฏิญญาสากลเช่นกัน ที่กำหนดว่าการเลือกตั้งต้อง "เสรีและเป็นธรรม"(Free &Fair) กฎหมายจึงกำหนดเรื่องความปลอดภัยของบัตรและการเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ป้องกันการปลอมแปลงบัตร การใช้บัตรปลอม การใช้บัตรข้ามเขต รวมทั้งการบรหารจัดการบัตร ควบคุมบัตรในการแจกจ่ายได้อย่างถูกต้อง เป็นต้น
3. Barcode กับ 2 หลักการ Barcode ถูกนำมาใช้กับ "หลักความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้งและความปลอดภัยของการเลือกตั้ง" แต่หลักการความปลอดภัยต้องไม่กระทบสาระสำคัญของหลักลงคะแนนโดยตรงและลับ ต้องมีกระบวนการขั้นตอนที่ให้ 2 หลักการเดินไปด้วยกันได้อย่างเรียบร้อย
ในการเลือกตั้งทั้ง 2 หลักการได้มาอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน เป็นกิจกรรมเดียวกันพอดีคือ ตั้งแต่ระยะเวลาที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแสดงตนรับบัตร รับบัตรเข้าคูหา หย่อนบัตรลงหีบ นับคะแนน นำบัตรและอุปกรณ์ไปส่ง ยุบรวมหีบ และจัดเก็บรักษา
ทั้งนี้ เพื่อให้ทั้ง 2 หลักการเดินไปด้วยกันได้ และให้การออกเสียงเป็นไปโดยตรงและลับ การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จึงมีการออกแบบการออกเสียงลงคะแนนทุกขั้นตอนเพื่อป้องกัน และสอบทานซึ่งกันและกันได้ อาทิ มีการเก็บบัตร ต้นขั้วบัตร บัญชีผู้ใช้สิทธิ ในถุงที่เตรียมใว้ มีสายรัดใว้ แล้วเก็บใว้แยกหีบกัน การใช้บุคลากรในแต่ละขั้นตอนคนละชุดกัน อาทิ ที่หน่วยเลือกตั้ง คือ กปน. ที่รับบัตร คือ อนุอำเภอ และที่จัดเก็บเป็น สนง.กกต จังหวัด เป็นต้น
4. Barcode กับการออกเสียงโดยตรงและลับ การใช้ barcode ในบัตรเลือกตั้งกรณีประชาชนที่ไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งถ่ายรูปบัตรที่มี barcode จะทราบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ใครแล้วหรือไม่ ขอยืนยันว่าไม่ทราบอย่างแน่นอน แต่หากมีผู้พยามอยากจะทราบว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ใคร (เป็นการทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม เป็นคนละส่วนกับการลงคะแนนโดยตรงและลับ) ก็มีมาตรการในการให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วในข้อ 3 คือ การเก็บบัตร ต้นขั้วบัตร บัตรชีรายชื่อ แยกจากกัน ในที่ปลอดภัย ไม่มีผู้ใดจะเข้าถึงได้โดยไม่มีคำสั้งศาล และหากจะเปิดหีบตามคำสั่งศาลก็เพื่อการเลือกตั้งที่มีการร้องว่าการเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมเท่านั้น และการเปิดหีบเอกสารก็จะเปิดเท่าทีจำเป็น หีบใดหีบหนึ่งที่เกี่ยวกับคำร้องไม่ได้เปิดเอกสารทั้ง 3 อย่างพร้อมกัน
การออกเสียงโดยตรงและลับใช้กับทุกคน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุกคนของ กกต. กปน. ด้วย ที่เกรงว่า กปน. จะถ่ายรูปบัตร แล้วนำมาให้บุคคลภายนอก นั้น กปน. ที่อยู่ใกล้ชิดบัตรมีอยู่คนเดียว คือ กปน. ผู้ทำหน้าที่จ่ายบัตร นั้นถือว่า กปน. เป็นเจ้าพนักงานมีส่วนทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม (โดยสภาพถ่ายได้เฉพาะบัตรเปล่า เพราะเป็นช่วงจ่ายบัตรยังไม่ได้มอบบัตรให้แก่ผู้สิทธิเลือกตั้ง )
อย่างไรก็ตาม ด้วยมี Barcode จะทราบทันทีว่า บัตรนั้นเป็นบัตรจากหน่วยใด กปน. คนใดเป็นคนจ่าย สำนักงานจะดำเนินการในส่วนที่เกียวข้องว่าอาจทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งขณะนี้เท่าที่มีข้อมูลมีอยู่ 2 ราย
ดังนั้น ต้องแยกมาตรการ หรือ กระบวนการออกเสียงโดยตรงและลับ แยกจากการกระทำผิดของบุคคล เช่น ในหน่วยมีการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งในฐานความผิดอื่นๆ บุคลนั้นก็ต้องรับในสิ่งที่ทำลงไป โดยกระบวนการไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด
มาตราการจึงออกแบบมาเพื่อให้ออกเสียงโดยตรงและลับ ส่วนการจะไปตรวจว่าใครลงคะแนนให้ใครไม่สามารถทำได้ คนที่จะทำเช่นนั้นคือคนที่มีเจตนาทุจริต ให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปตามหลักการโดยตรงและลับ และหลักการความปลอดภัยของการเลือกตั้ง คือการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม
ด้าน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2569 ว่า จากผลการสำรวจถึงการทุจริตการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 40.08 ระบุว่า ไม่มีแน่นอน รองลงมา ร้อยละ 23.51 ระบุว่า ไม่แน่ใจว่ามีหรือเปล่า ร้อยละ 19.54 ระบุว่า อาจจะมี และร้อยละ 16.87 ระบุว่า มีแน่นอน
ขณะเดียวกัน กลุ่มตัวอย่างที่ตอบว่า มีการทุจริตการเลือกตั้งแน่นอนและอาจจะมีการทุจริตในเขตเลือกตั้งของตนเองในการเลือกครั้งนี้ จำนวน 477 ตัวอย่าง พบว่า ร้อยละ 58.28 ระบุว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะไม่สามารถลงโทษใครได้เลย รองลงมา ร้อยละ 28.93 ระบุว่า อาจจะลงโทษได้บ้างบางกรณี ร้อยละ 11.32 ระบุว่า จะสามารถลงโทษได้แน่นอน และร้อยละ 1.47 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
เมื่อถามถึงความพึงพอใจของประชาชนต่อการทำงานของ กกต.ในการจัดการการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งของตนเอง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 38.55 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ รองลงมา ร้อยละ 22.29 ระบุว่า พอใจมาก ร้อยละ 20.84 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ ร้อยละ 17.63 ระบุว่าไม่พอใจเลย และร้อยละ 0.69 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
สำหรับการทำโพลของนิด้าในครั้งนี้ตั้งหัวข้อว่า "กกต. จะลงโทษผู้ทุจริตการเลือกตั้งได้ไหม" สำรวจระหว่างวันที่ 11-12 ก.พ. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งกระจายทุกภูมิภาค จำนวน 1,310 ตัวอย่าง และเก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์
ด้านความเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน กล่าวว่า ทางพรรคได้มอบหมายให้ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรื่อง รองหัวหน้าพรรคฝ่ายกฎหมาย รวบรวมข้อเท็จจริง และทำคำร้องยื่นฟ้องศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ดำเนินคดีกับ กกต.และเลขาธิการ กกต. ตามมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ทั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่า บาร์โคดในบัตรเลือกตั้งที่สามารถสืบย้อนหลังหาต้นขั้วบัตรได้ ในเชิงทฤษฎีเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะการลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามหลักการที่สังคมเข้าใจ โดยประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าจะย้อนตรวจว่าใครกาอะไรยากหรือง่าย แต่อยู่ที่ว่ามีใครเข้าถึงการระบุตัวตนในบัตรใบนั้นได้
"เป็นการเปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ เปิดให้พรรคการเมืองเข้าถึงระบบไปเช็คข้อมูลว่าใครลงคะแนนอย่างไร เช่น การใช้อำนาจเงิน บังคับให้ผู้มาใช้สิทธิ จำเลขต้นขั้ว มาแจ้งหัวคะแนน" นายพริษฐ์ ระบุและย้ำว่า ไม่ว่าจะเก็บบัตรเลือกตั้งไว้อย่างดีแค่ไหน หากเข้าถึงตัวเลขได้ก็เสี่ยง หรือหากกมี กปน.ทุจริต ถ่ายภาพบัตรต้นขั้วออกมาก็ทำได้ แม้ กกต.จะชี้แจงว่าทำเพื่อความปลอดภัย แต่การใส่บาร์โคดเปิดช่องขนาดใหญ่ที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม และเป็นภัยกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ดังนั้น การมีบาร์โคดอยู่ในบัตรเลือกตั้ง อาจเป็นส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไปด้วย หากในอนาคตข้อมูลรั่วไหลออกไปจะทำให้รู้ว่า ประชาชนลงคะแนนให้พรรคไหนบ้าง และจะส่งผลต่อการเลือกตั้ง และสร้างการได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง ยืนยันการตรวจสอบในเรื่องนี้ไม่ใช่เพื่อการเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้ง แต่ต้องการปกป้องเสียงข้องประชาชน ต้องการให้เจ้าหน้าที่ที่จงใจทุจริตต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย
ขณะที่กลุ่มนักศึกษาและประชาชนได้จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ภายใต้ชื่อ "นับใหม่ทั้งประเทศ" ที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้ กกต. นับคะแนนการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศ โดยในวันที่ 15 ก.พ. ได้นัดจัดกิจกรรมต่อเนื่องเป็นวันที่ 6




