"ภูมิธรรม" ประกาศจุดยืนเพื่อไทยชัดเป็นฝ่ายค้านอาจได้พูดเต็มที่ แต่เป็นรัฐบาลคือการลงมือทำจริง ย้ำการเมืองไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรีของพรรค แต่คือความรับผิดชอบต่อประเทศ และปากท้องประชาชน
นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กแสดงจุดยืนการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยว่า การเข้าร่วมรัฐบาลไม่ใช่เรื่องของการถือศักดิ์ศรี แต่คือโอกาสการได้ใช้อำนาจเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้น โดยมีเสียงของพี่น้องประชาชนเป็นแนวทาง
"การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยในการตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย อาจมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย นี่คือธรรมชาติของการเมืองในระบอบประชาธิปไตย แต่คำถามสำคัญ ไม่ใช่ว่าใครจับมือกับใคร คำถามคือ ประชาชนจะได้อะไรจากการตัดสินใจครั้งนี้
"การเป็นฝ่ายค้านอาจพูดได้เต็มที่ แต่การเป็นรัฐบาลคือการลงมือทำจริง เราเลือกเส้นทางที่ทำให้นโยบายเกิดผลเป็นรูปธรรม เศรษฐกิจต้องเดินหน้า ปากท้องต้องดีขึ้น ปัญหายาเสพติด ความมั่นคง ความเหลื่อมล้ำต้องได้รับการแก้ไข
"การเมืองไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรีของพรรค แต่คือความรับผิดชอบต่อประเทศ เมื่อมีโอกาสเข้าไปทำงาน เราจะไม่ยืนดูอยู่ข้างสนาม เราเคารพและรับฟังเหตุผลของทุกความเห็นต่าง โดยเฉพาะเสียงของผู้สนับสนุน ที่แสดงความกังวลต่อการเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ ทุกความคิดเห็นมีคุณค่าและจะถูกนำไปเป็นข้อมูลสำคัญในการปรับยุทธศาสตร์และทิศทางการทำงานของพรรคต่อไป" นายภูมิธรรม กล่าว
นายภูมิธรรม ระบุด้วยว่า "สำหรับพรรคเพื่อไทย 'อำนาจ' มีไว้ใช้เพื่อเปลี่ยนชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น และเสียงของประชาชนคือเข็มทิศในการตัดสินใจของเรา"
ในขณะที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา ตอนหนึ่งว่า ภายหลังผลการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยมีทางเลือกสำคัญ 2 แนวทางคือ การเข้าร่วมรัฐบาลหรือการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน โดยหลังหารือภายในพรรคและรับฟังความคิดเห็นจากหลายฝ่าย ส่วนใหญ่เห็นว่าควรเข้าร่วมรัฐบาล แม้จะเป็นการตัดสินใจที่ไม่ง่ายสำหรับพรรคที่เคยเป็นแกนนำรัฐบาลมาอย่างยาวนาน
ในฐานะผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรค ยืนยันพร้อมเดินหน้าร่วมกับพรรคในทุกสถานการณ์ พร้อมกล่าวขออภัยต่อผู้สนับสนุนที่อาจรู้สึกไม่สบายใจต่อทิศทางการตัดสินใจครั้งนี้ โดยย้ำว่ารับฟังทุกความคิดเห็นด้วยความเคารพ และวาระเร่งด่วนที่สุดคือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนอย่างทั่วถึง
ทั้งนี้ สาเหตุที่แกนนำพรรคเพื่อไทยพยายามออกมาอธิบายเหตุผลการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากที่ผ่านมาทั้งสองพรรคมีความขัดแย้งในการบริหารงานกันมาต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเร่งรัดการดำเนินการเกี่ยวข้องกับจุดอ่อนของแต่ละพรรค อาทิ สนามกอล์ฟอัลไพน์ เขากระโดง การฮั้ว สว. กระทั่งเพื่อไทยออกมากัดดันให้พรรคภูมิใจไทยคืนเก้าอี้รัฐมนตรีมหาดไทยที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นั่งว่าการอยู่ กระทั่งภูมิใจไทยต้องยอมถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร
รวมทั้งในช่วงการรณรงค์หาเสียงที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยได้ปราศรัยโจมตีพรรคสีน้ำเงินอย่างเผ็ดร้อน โดยเฉพาะประเด็นเขากระโดง และฮั้ว สว. แต่ในที่สุดหลังผลการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทยชนะมาเป็นอันดับ 1 และพรรคเพื่อไทยก็ตัดสินใจเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคสีน้ำเงินเป็นพรรคเแรก ซึ่งนายอนุทินได้ออกมาประกาศหลังการหารือร่วมกันว่า ทั้งสองพรรคพร้อม "ลบอดีต" และจะหันหน้ามาทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประเทศ




