"จุลพันธ์" ย้ำจุดยืนเข้าร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยเพราะมีโอกาสทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชนได้มากกว่าเป็นฝ่ายค้าน สำหรับประเด็นฮั้ว สว. และเขากระโดงที่เพื่อไทยนำมาโจมตีในช่วงหาเสียงเลือกตั้งนั้น จากผลคะแนนที่ออกมาสะท้อนแล้วว่าประชาชนส่วนใหญ่อาจไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้เป็นอันดับแรก
เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กภายหลังพรรค พท. ตัดสินใจเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โดยระบุว่า พรรคเพื่อไทยได้ทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อนำเสนอนโยบายให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประชาชนมีโอกาส มีความมั่นคง และมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง
"เราเดินหน้าหาเสียง นำเสนอนโยบายของเรา ด้วยความหวังว่าคนไทยจะให้ความไว้วางใจอย่างชัดเจนกับเรา เพื่อพาเราไปสู่อำนาจรัฐและเปิดโอกาสให้เราได้นำนโยบายเหล่านั้นไปปฏิบัติจริง เราหวังว่าเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนจะพาเราไปทำงานและมอบโอกาสให้เราได้ทำหน้าที่นั้นอย่างเต็มที่
"แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา เราได้เสียงไม่มากพอ ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่ความผิดของประชาชน การที่ประชาชนยังไม่เลือกเรามากพอ คือสิ่งที่เราเคารพและต้องนำกลับมาเป็นการบ้าน เพื่อทบทวนว่านโยบายของเราตรงไหนที่ยังไม่ตอบโจทย์ และเราจะทำอย่างไรให้ดีขึ้น เพื่อให้สมกับความไว้วางใจของประชาชนในอนาคต
"ในขณะเดียวกัน การที่ประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยมาเป็นอันดับ 1 และมีเสียงทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างมีนัยสำคัญ คือการตัดสินใจที่เราต้องเคารพด้วย เพราะนี่คือเสียงของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย
"ในฐานะพรรคอันดับ 3 เราต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่า เราจะร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน โดยตั้งคำถามกับตนเองว่า ทางใดจะทำให้เราสามารถทำหน้าที่เพื่อประชาชนได้อย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว การร่วมรัฐบาลทำให้เรามีโอกาสทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนได้มากกว่าการเป็นฝ่ายค้าน" นายจุลพันธ์ ระบุ
หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ย้ำด้วยว่า "เสียงประชาชนไม่เทา การทำงานร่วมกับพรรคภูมิใจไทยก็คือการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนของประชาชนอีกส่วนหนึ่ง และการร่วมรัฐบาลไม่ได้หมายความว่าเรากลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่า เรากลายเป็นส่วนหนึ่งของพรรคภูมิใจไทย เรายังคงมีความเป็นอิสระในจุดยืน อุดมการณ์ และมีขอบเขตของการร่วมอย่างชัดเจน"
สำหรับประเด็นฮั้ว สว. และเขากระโดง ซึ่งช่วงการหาเสียงเพื่อไทยได้นำมาโจมตีพรรคภูมิใจไทย นายจุลพันธ์ กล่าวว่า "เรายังคงเดินหน้าทำต่อภายใต้ความตระหนักว่าเราไม่ได้เป็นเสียงข้างมากของสภาฯ และไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หากประชาชนต้องการให้เรามีอำนาจเต็มในการดำเนินการเรื่องนี้ พวกเขาคงมอบเสียงให้เราอย่างถล่มทลาย แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ ก็สะท้อนว่าเรื่องนี้อาจไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
"หลักการของประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาเป็นเช่นนี้ และเราต้องเคารพความจริงนั้น หลักการสำคัญของพรรคเพื่อไทยคือการเคารพการตัดสินใจของประชาชน และภายใต้ข้อจำกัดของเสียงที่เราได้รับ เราจะใช้ทุกเสียงนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนที่เลือกเราให้ได้มากที่สุด
"ท้ายที่สุด หากเราตัดสินใจผิดหรือทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเราอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และเราตระหนักดีว่าทุกการตัดสินใจของเรามีความรับผิดชอบต่อประชาชนเสมอ เพราะทุกการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยทำบนความรับผิดชอบที่เรามีต่อทุกเสียงของประชาชนที่เลือกเรามา" หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าว




