การยื่นคำร้องให้ตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ที่ผิดปกติในหลายกรณี สุ่มเสี่ยงที่อาจจะกลายเป็นจุดตายของการเลือกตั้ง ปี 2569 และอาจทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ รวมถึงส่งผลให้บิ๊ก กกต. ติดคุกหรือไม่? หรือในทางกลับกันทุกคำร้องไม่มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ หลังการเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วยและนับคะแนนใหม่เรียบร้อย กกต.ก็จะประกาศผลการเลือกตั้งทั้งประเทศอย่างเป็นทางการ และนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่
คำถามและข้อสงสัยการจัดทำบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขัดต่อหลักการลงคะแนน "โดยตรงและลับ" ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมหรือไม่ แม้ กกต.จะยอมรับว่าการใช้บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสามารถสแกนตรวจสอบย้อนถึงต้นขั้วได้ก็จริง แต่เป็นไปตามหลักการลงคะแนน "โดยตรงและลับ" ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ทว่า ทุกคำอธิบายของ กกต.กลับมีพิรุธหลายประการ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อถือการจัดการเลือกตั้งของ กกต. และมีผู้ยื่นเรื่องให้มีการตรวจสอบและทบทวนผลการนับคะแนเลือกครั้งนี้จำนวนมากเช่นกัน Next News สรุปมาให้ ดังนี้
1) เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ที่ผ่านมา ผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียนการที่ กกต.พิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง 12 คำร้อง เพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาว่าเข้าข่ายการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 96 หรือไม่ แล้วส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การดำเนินการของ กกต.ขัดรัฐธรรรมนูญหรือไม่
ทางผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่ง 3 คำร้องของ ภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์, ทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักธุรกิจและนักวิชาการอิสระ และคำร้องจากตัวแทนประชาชนที่ขอสงวนชื่อให้ กกต.ชี้แจงรายละเอียด เหตุผล ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ถูกร้องเรียนส่งกลับมาภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ เป็นต้นไป ซึ่งจะครบกำหนดภายในวันที่ 23 ก.พ. 2569 หาก กกต.ไม่ชี้แจงกลับมาทางผู้ตรวจการแผ่นดินจะพิจารณาวินิจฉัยคำร้องดังกล่าวเองว่า จะส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่หาไม่มีมูลก็จะสั่งยุติเรื่อง
2) เครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย หรือ We Watch ได้ยื่นเรื่องให้ กกต. อธิบายว่ากระบวนการเลือกตั้งส่อถึงความไม่โปร่งใสตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เช่น การตัดคำว่า "โปร่งใส" ออกจากสโลแกนขององค์กร ปัญหาบัตรเขย่ง การวินิจฉัยบัตรดี-บัตรเสียที่ผิดพลาด การใช้ระบบบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
3) ตัวแทนภาคประชาชน นิสิต และนักศึกษาจาก 9 สถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง ยื่นฟ้องศาลปกครองกลางกรณีจัดทำบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยลับหรือไม่
4) วีระภัทร คันธะ ผู้สมัคร สส. สมุทรปราการ เขต 6 พรรคประชาชน ยื่นคำร้องให้ กกต. ตรวจสอบกระดาษเลือกตั้งที่พบในกองขยะ จ.สมุทรปราการ รวมถึงคัดค้านผลการเลือกตั้ง และเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ ในขณะที่เดียวกัน ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้สมัคร สส. ปทุมธานี เขต 8 พรรคประชาชน ยื่นร้องเรียนให้ กกต. ตรวจสอบว่ากรณีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเข้าข่ายความผิดกฎหมาย PDPA หรือไม่ โดยเฉพาะมาตรา 26 ที่ห้ามเก็บรวมรวมข้อมูลความเห็นทางการเมือง โดยไม่ได้รับความยินยอมล่วงหน้า
5) มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคทางเลือกใหม่ ยื่นเรื่องร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดขัดกับหลักลงคะแนนโดยตรงและโดยลับ
6) อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มสำรอง ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดให้วินิจฉัยการจัดการเลือกตั้งของ กกต. โดยการใช้บาร์โค้ดและคิวอารืโค้ด และขอให้ศาลสั่งให้บัตรเลือกตั้ง สส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อแบบแบ่งเขต ทั้งเมื่อวันที่ 1 ก.พ. และ 8 ก.พ. 2569 เป็นบัตรเสีย ให้ กกต.เผาหรือทำลายบัตรดังกล่าวและสั่งลงโทษ กกต., สำนักงาน กกต., และเลขาธิการ กกต. ให้ร่วมชดใช้ค่าเสียหายในการจัดเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด รวมถึงโทษจำคุกและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
7) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมข้อเท็จจริงยื่นฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อดำเนินคดีกับ กกต. และเลขาธิการ กกต. ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ นอกจากนี้ ส่งเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบความผิดปกติอื่นๆ เช่น บัตรเขย่ง และการทิ้งเอกสารสำคัญที่ จ.สมุทรปราการ
8) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เตรียมดำเนินคดีกับ กกต. กรณีการทำบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง โดยจะดำเนินคดีสองส่วน ส่วนแรกจะยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ส่วนที่สอง จะยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญและศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อชี้ให้เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาตรา 96 และนำไปสู่การสั่งให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ที่โปร่งใสและเป็นธรรมกว่าเดิม
9) ธนู รุ่งโรจน์เรืองฉาย หรือ "ทนายชา" ยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครองกลางผ่านระบบ e-filing ซึ่งศาลได้มีการรับเรื่องไว้เป็นคดีดำที่ 304/2569 โดยได้ขอให้ศาลสั่งจัดการเลือกตั้งใหม่โดยใช้บัตรเลือกตั้งที่ไม่มีระบบติดตามย้อนกลับได้ และขอให้มีคำสั่งเผาทำลายบัตรเลือกตั้งเดิมที่ลงคะแนนไปแล้วทั้งหมด
10) ชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระว่า ฝ่ายกฎหมายของพรรคกำลังเร่งรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมดเกี่ยวกับการมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งว่ามีความเชื่อมโยงกับต้นขั้วและทำให้ทราบว่าประชาชนคนนั้นลงคะแนนเลือกใคร หรือพรรคการเมืองใดหรือไม่ หากมีความเชื่อมโยงจริงจะถือว่าการเลือกตั้งไม่เป็นความลับซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ และอาจนำไปสู่การร้องขอให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ ฯลฯ
การยื่นคำร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ที่มีความผิดปกติในหลายกรณีตามที่ยกมาทั้งหมดนี้ ผลการตรวจสอบที่ออกมามีความสุ่มเสี่ยงที่อาจจะกลายเป็นจุดตายของการเลือกตั้ง ปี 2569 และอาจทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ รวมถึงอาจส่งผลให้บิ๊ก กกต. ต้องติดคุกหรือไม่?...ซึ่งข้อสังเกตนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคกล้าธรรมได้ออกมาสะท้อนให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า ตัวเขาเองมีความกังวลและให้ความสนใจการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ที่อาจจะขัดรัฐธรรมนูญและทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะมากกว่าจะสนใจเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ดี ในทางกลับกัน หากทุกคำร้องไม่มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ หลังการเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วยและมีการนับคะแนนใหม่เรียบร้อย กกต.ก็จะประกาศผลการเลือกตั้งและผลการลงประชามติทั้งประเทศอย่างเป็นทางการ และนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ตามไทม์ไลน์เดิมที่กำหนดไว้




