โฉมหน้าพรรคร่วมรัฐบาลอนุทิน ล่าสุดมี 14 พรรคการเมือง รวม 295 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคไทรวมพลัง 6 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง (ผนวกกับพรรคเพื่อไทย) พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง และพรรคขนาดเล็กที่ได้ 1 เสียงอีก จำนวน 7 พรรค
ความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำที่มีเสียงอันดับ 1 ล่าสุดมีพรรคการเมืองเข้าร่วมสนับสนุนให้ "อนุทิน ชาญวีรกูล" เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 แล้วทั้งสิ้น 14 พรรคการเมือง รวม 295 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคไทรวมพลัง 6 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง (ผนวกกับพรรคเพื่อไทย) พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง และพรรคขนาดเล็กที่ได้ 1 เสียงอีก จำนวน 7 พรรค คือ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมพลังประชาชน พรรคมิติใหม่ และพรรคโอกาสใหม่
อย่างไรก็ตาม จากคำให้สัมภาษณ์ของ "อนุทิน" ล่าสุดเมื่อช่วงดึกของวันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา ที่ระบุว่า ยังไม่ได้พูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมในการร่วมจัดตั้งรัฐบาล จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า รัฐบาลอนุทิน 2/1 พรรคกล้าธรรมที่มี สส. 58 เสียง อาจจะไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เนื่องจากที่ผ่านมากล้าธรรมต่อรองเก้ารัฐมนตรีตัวเดิมในการเข้าร่วมรัฐบาล อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ความขัดแย้งอีกประเด็น การต่อสู้กันในสนามเลือกตั้งชนิดที่ไม่ยอมหลีกทางให้แก่กันตามที่ตกลงไว้ ทำให้บ้านใหญ่ภูมิใจไทยเจ้าของพื้นที่นั้นๆ ต้องทุ่มปัจจัยสู้มากกว่าเท่าตัว และหลายพื้นที่ต้องเสียที่นั่งให้กับพรรคกล้าธรรม รอยเร้าจากสนามแข่งขันจึงกลายเป็นเงื่อนไขใหม่ในการเข้าร่วมรัฐบาล ดังนั้น หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนพรรคร่วมรัฐบาลจนกระทั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ รัฐบาลอนุทินจะมี 14 พรรคการเมือง รวม 295 เสียง โดยขั้นตอนต่อไปจะเป็นการแบ่งโค้วต้ารัฐมนตรีของแต่ละพรรคในพรรคร่วมที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งสัดส่วนเบื้องต้นจะอยู่ที่ สส. 8 ที่นั่งต่อรัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ "อนุทิน" สื่อสารชัดว่า ภูมิใจไทยจะคุมกระทรวงด้านความมั่นคง และกระทรวงเศรษฐกิจหลักๆ "พรรคภูมิใจไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย นำเศรษฐกิจไทยที่ตกอยู่ในหล่มมายาวนาน ขึ้นมาจากหล่มให้ได้ การทำงานด้านเศรษฐกิจจะต้องทำงานแบบมืออาชีพ เป็นทีมเดียวกัน คือ ทีมประเทศไทยที่มีส่วนผสมหลักคือ อนุทิน เอกนิติ ศุภจี สีหศักดิ์" อนุทิน ระบุผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวก่อนหน้านี้
กระทรวงที่ว่ารวมถึงกระทรวงเกษตรฯ ที่ภูมิใจทยต้องการกำกับเอง เพื่อผลักดันให้การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจที่มีปัจจัยรุมเร้าทั้งภายในและภายนอกประเทศค่อนข้างหนักหน่วง ดังนั้น การแก้ "ปัญหาปากท้อง" จึงควรต้องอยู่ในมือพรรคสีน้ำเงิน เพื่อช่วยส่ง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ มือเศรษฐกิจของรัฐบาลให้มีความโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ทีมเศรษฐกิจรัฐบาล ทั้ง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่นั่งรองนายกรัฐมนตรี ควบคลัง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งพาณิชย์ และกำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ และ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ที่นั่งรองนายกรัฐมนตรี ควบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าขากันได้เป็นอย่างดี รัฐบาลมีผลงานเป็นที่ประจักษ์
ดัังนั้น ณ นาทีนี้ รัฐบาลภูมิใจไทยจึงมีเสียงสนับสนุนมั่นคงมากพอที่ 295 เสียง ไม่จำเป็นต้องมีพรรคกล้าธรรมมาเสริมทัพ เว้นเสียแต่ว่า จะมีปัจจัยอื่นที่ทำให้แกนนำพรรคต้องตัดสินใจใหม่อีกครั้ง




