สภาผู้บริโภคเตรียมถกหน่วยงานรัฐแก้ปัญหาผู้จัดเทงานวิ่งเขาใหญ่ เข้าข่ายละเมิดสิทธิผู้บริโภค หากไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ เตรียมฟ้องคดีแบบกลุ่ม เสนอวางเงินประกันสกัดผู้จัดไร้ความรับผิดชอบ
งานวิ่งมาราธอน Khao Yai Wild Breeze Run 2026 ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ระหว่างวันที่ 14-15 ก.พ. 2569 ถูกยกเลิกกระทันหัน ทำให้นักวิ่งที่ลงทะเบียนจ่ายเงินไปกว่า 1,800 คน ได้รับความเสียหาย โดยผู้จัดงานระบุว่า จะมีการทยอยคืนเงินให้กับผู้ที่ลงทะเบียนสมัครวิ่งภายใน 3 วัน ล่าสุดมีผู้บริโภคเข้ามาร้องเรียนผ่านสภาผู้บริโภคแล้วมากกว่า 20 ราย ทางสภาผู้บริโภคจึงเตรียมหารือ สคบ. และอาจยื่นฟ้องแบบกลุ่มเพื่อเยียวยาผู้เสียหาย
ผศ.สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ ประธานอนุกรรมการด้านสินค้าและบริการทั่วไป สภาผู้บริโภค กล่าวว่า การที่ผู้จัดงานวิ่งมาราธอน Khao Yai Wild Breeze Run 2026 ไม่สามารถจัดกิจกรรมได้ตามที่โฆษณาไว้ เข้าข่ายละเมิดสิทธิผู้บริโภคตามกฎหมายถึง 4 ประการ ตั้งแต่การได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจทำสัญญา สิทธิในการมีอิสระเลือกซื้อบริการที่ถูกจำกัดด้วยข้อมูลเท็จ ความไม่เป็นธรรมในสัญญาเมื่อผู้จัดไม่ทำตามข้อตกลง และสิทธิที่จะได้รับการชดเชยความเสียหาย โดยเฉพาะข้อสังเกตเรื่องราคาค่าสมัคร 999 บาทที่จูงใจด้วยที่พัก อาหาร และรางวัลใหญ่เกินจริง อาจถือว่ามีความผิดปกติและส่อเจตนาไม่สุจริตหากมีการตั้งใจหลอกลวงตั้งแต่ต้น
ทั้งนี้ ผู้จัดงานต้องรับผิดชอบมากกว่าการคืนเงินค่าสมัคร แต่ต้องครอบคลุมถึงค่าเสียหายเกี่ยวข้องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าที่พักที่ผู้บริโภคจ่ายไปแล้ว รวมถึงค่าเสียโอกาสต่างๆ โดยสภาผู้บริโภคจะหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการเยียวยาที่รอบด้าน และเป็นธรรมที่สุด
อย่างไรก็ตาม หากการเจรจาไกล่เกลี่ยไม่เป็นผล สภาผู้บริโภคพร้อมจะใช้อำนาจทางกฎหมายในการฟ้องคดีแบบกลุ่ม (Class Action) เนื่องจากอุปสรรคสำคัญของการฟ้องคดีรายบุคคลคือภาระด้านต้นทุนที่สูงจนอาจไม่คุ้มกับมูลค่าความเสียหายรายละไม่กี่พันบาท
ดังนั้น การฟ้องคดีแบบกลุ่มจึงเป็นทางออกในการช่วยเหลือผู้เสียหายที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกันเป็นจำนวนมาก นอกจากจะช่วยลดภาระและต้นทุนในการดำเนินคดีของผู้บริโภคแล้ว ยังเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ละเมิดสิทธิของผู้บริโภคลักษณะนี้อีก
ผศ.สุทธิชัย กล่าวต่อว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้นภาครัฐจำเป็นต้องปรับบทบาทจากการตั้งรับมาเป็นการควบคุมเชิงรุก โดยเสนอให้มีระบบการขอใบอนุญาตจัดกิจกรรมสาธารณะและข้อกำหนดให้ผู้จัดงานต้องวางเงินประกันความเสี่ยงไว้กับหน่วยงานรัฐล่วงหน้า เพื่อให้มั่นใจว่าหากเกิดกรณีผู้จัดงานยกเลิกงานโดยไม่รับผิดชอบหรือทำไม่ได้ตามโฆษณา เงินประกันก้อนนี้จะถูกนำมาเยียวยาผู้บริโภคได้ทันทีโดยไม่ต้องรอขั้นตอนการฟ้องร้องที่ยาวนาน อีกทั้งภาระการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบการไม่ควรตกอยู่ที่ผู้บริโภคเพียงฝ่ายเดียว แต่รัฐต้องมีบทบาทในการวางระบบการันตีที่เป็นรูปธรรม
"หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีบทบาทเชิงรุกในการวางระบบการันตี เหมือนในต่างประเทศที่มีการบังคับขอใบอนุญาตและวางเงินประกันความเสี่ยง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้รับการคุ้มครองหรือการเยียวยาทันทีหากเกิดปัญหา" ผศ.สุทธิชัย กล่าว
ทั้งนี้ ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาที่มีระบบใบอนุญาตจัดงานและประกันความเสี่ยงที่ชัดเจน หรืออังกฤษที่มีระบบการออกใบอนุญาต (License) ผ่านสมาคมกีฬาเพื่อการันตีมาตรฐานผู้จัดงาน พร้อมเสนอให้หน่วยงานรัฐเจ้าของพื้นที่จัดทำฐานข้อมูลประวัติผู้จัดงานเพื่อคัดกรองมิจฉาชีพ ขณะเดียวกันฝั่งผู้ประกอบการควรมีการรวมตัวกันเพื่อจัดการและคัดกรองผู้จัดงานที่ไร้คุณภาพออกไปจากระบบ เพื่อไม่ให้ปลาเน่าตัวเดียวทำลายความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมการจัดงานกิจกรรมในภาพรวม
หากผู้บริโภคได้รับความเสียหายจากการจัดงานวิ่งดังกล่าว และยังไม่ได้รับการเยียวยาหรือการชดเชยความเสียหาย ปรึกษา - ร้องเรียนกับสภาผู้บริโภค ผ่านเว็บไซต์ https://complaint.tcc.or.th/complaint
หมายเหตุ- ขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ไทยรัฐสปอร์ต




