บลูมเบิร์กตีข่าวโดรนถูกส่งออกซ้ำผ่านไทยไปรัสเซีย ปี 68 มูลค่าพุ่งถึง 3.88 พัน ล. ด้าน บ.จีนโร่ออกมาปฏิเสธ ขณะอธิบดีกรมศุลฯไทย ยอมรับยังไม่มีข้อบังคับแจ้งวัตถุประสงค์ปลายทาง กรณีส่งออกซ้ำ
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โดรนจากจีนจำนวนมากมีแนวโน้มถูกส่งออกซ้ำจากประเทศไทยไปยังรัสเซีย โดยอ้างอิงข้อมูลการค้าที่แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของการส่งออกโดรนจากไทยไปรัสเซียนับตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งเป็นปีที่รัสเซียเริ่มการรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบ
ข้อมูลระบุว่า ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 รัสเซียนำเข้าโดรนมูลค่า 125 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,888.75 ล้านบาท) จากประเทศไทย ซึ่งคิดเป็น 88% ของยอดส่งออกอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ทั้งหมดของไทย และสูงกว่าปี 2567 ถึง 8 เท่า ในช่วงเวลาเดียวกัน จีนได้จัดหาโดรนให้ไทยมูลค่า 186 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5,786.46 ล้านบาท) ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นการส่งออกโดรนของจีนมายังประเทศไทย
ย้อนไปในปี 2565 ประเทศไทยส่งออกโดรนไม่ถึง 1 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 31.11 ล้านบาท) และไม่มีการส่งออกไปยังรัสเซียเลย ตามข้อมูลการค้าอย่างเป็นทางการ
ตามรายงานของบลูมเบิร์ก ระบุว่าบริษัท Skyhub Technologies อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งออกโดรนจากไทยไปยังรัสเซีย เอกสารการจดทะเบียนแสดงให้เห็นว่าบริษัทนี้เดิมดำเนินงานในภาคส่วนธรณีวิทยา แต่ปัจจุบันจดทะเบียนเป็นธุรกิจให้เช่ารถยนต์ เอกสารที่รวบรวมโดย Big Trade Data ระบุว่าในปี 2568 บริษัทนี้ได้นำเข้าโดรนมูลค่า 25 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 777.75 ล้านบาท) รวมถึงการจัดส่งจาก Autel Robotics ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตโดรนรายใหญ่ที่สุดของจีน
บันทึกทางการค้าแสดงให้เห็นว่าการจัดส่งดังกล่าวรวมโดรน 976 ลำที่มีรหัสรุ่นเดียวกับ Autel EVO Max 4T ซึ่งมีราคาประมาณ 9,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 279,990 บาท) ต่อเครื่อง
บลูมเบิร์กอ้างอิงจากสำเนาจดหมาย ระบุว่าในปี 2568 บริษัท Aero HIT ของรัสเซียได้ร้องขอความช่วยเหลือทางการเงินจากกระทรวงกลาโหมรัสเซีย เพื่อดำเนินการผลิตโดรน EVO Max 4T ภายในประเทศ โดยอธิบายว่าเป็นโดรนที่มีประสิทธิภาพสูงในการสู้รบ ด้าน Autel แถลงการณ์ทางอีเมลปฏิเสธว่าไม่มีความร่วมมือกับ Aero HIT และไม่ทราบถึงข้อเสนอแนะดังกล่าว บริษัทเสริมว่าโดรนของตนมีไว้สำหรับใช้งานพลเรือนและติดตั้ง "ระบบกำหนดเขตห้ามบิน" ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการบินในเขตสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน
อีกบริษัทหนึ่งคือ China Thai ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 10 นาที ในย่านโกดังสินค้า ตามข้อมูลการค้า บริษัทนี้ได้นำเข้าโดรนมูลค่า 144 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4,480 ล้านบาท) จากจีนในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 ต่อมาในเดือนตุลาคม สหราชอาณาจักรได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรต่อบริษัทนี้ในข้อหาจัดหาเทคโนโลยีให้กับกองทัพรัสเซีย
รายได้ประจำปีของ China Thai เพิ่มขึ้นจากประมาณ 14,000 บาท (ประมาณ 450 ดอลลาร์) ระหว่างปี 2563 ถึง 2565 เป็น 17.8 ล้านบาท (ประมาณ 572,000 ดอลลาร์) ในปี 2566 และเพิ่มขึ้นเป็น 25.3 ล้านบาท (ประมาณ 813,000 ดอลลาร์) ในปี 2567 ต่อมาบริษัทได้เปลี่ยนชื่อเป็น Lanto Global Logistics
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดส่งโดรนผ่านประเทศไทย แต่โฆษกกล่าวว่าจีนสนับสนุนความพยายามทางทหารของรัสเซียและจัดหาส่วนประกอบที่เรียกว่า "สินค้าสองทาง" (dual-use parts) ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งพลเรือนและทหารประมาณ 80%
ด้านนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากรไทย กล่าวว่าการส่งออกโดรนจีนจากประเทศไทยดำเนินการอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย เขาระบุว่าการแจ้งวัตถุประสงค์การใช้งานปลายทางไม่เป็นข้อบังคับเมื่อนำเข้าโดรนจากจีน
"เราพร้อมที่จะดำเนินการ แต่ก่อนอื่นต้องมีการออกกฎหมายก่อน" นายพันธ์ทองกล่าวเสริม และระบุว่ากรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่




