News Logo
หน้าแรก
'สีหศักดิ์' แจงสื่อฝรั่งเศส กัมพูชาป่วนชายแดนไทย-ชวนเมียนมาคืนอาเซียน

'สีหศักดิ์' แจงสื่อฝรั่งเศส กัมพูชาป่วนชายแดนไทย-ชวนเมียนมาคืนอาเซียน

24 ก.พ. 2569 06:00
ผู้ชม 60 คน

‘สีหศักดิ์’ ให้สัมภาษณ์สื่อฝรั่งเศส เรียกร้องลดความตึงเครียดไทย-กัมพูชา ปฏิเสธข้อกล่าวหาของ 'ฮุน มาเน็ต' ปมยึดครองดินแดน ยืนยันไทยวางคอนเทนเนอร์-ลวดหนามอยู่ในฝั่งไทย ย้ำกัมพูชาเป็นฝ่ายขยายความขัดแย้งให้ลุกลามเป็นเรื่องระหว่างประเทศ-หวังเห็นเมียนมากลับคืนสู่อาเซียน ผ่านกระบวนการเจรจา การปรองดอง และการสร้างสันติภาพ

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 23 ก.พ.2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ (รมว.กต.)ของไทย ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว France24 ของฝรั่งเศสเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทยกับหลายประเทศ เนื้อหามีดังต่อไปนี้

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

นายสีหศักดิ์ ได้กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาว่า แม้จะมีการตกลงหยุดยิงเมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่สถานการณ์ชายแดนยังคงเปราะบาง นายสีหศักดิ์เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อลดความตึงเครียด สร้างความไว้วางใจ และเดินหน้าความสัมพันธ์ต่อไป

ต่อข้อกล่าวหาของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา พล.อ.ฮุน มาเน็ต ที่ว่าไทยยังคงยึดครองพื้นที่บางส่วนของกัมพูชา และลึกเข้าไปในดินแดนกัมพูชาเกินกว่าแนวเขตแดนที่ไทยอ้างสิทธิ์ฝ่ายเดียว นายสีหศักดิ์ได้ตอบโต้ว่าข้อกล่าวหาดังกล่าว "ไม่ถูกต้องโดยสิ้นเชิง" โดยชี้แจงว่าทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะให้ทหารคงประจำการในพื้นที่ปัจจุบัน และทำงานเพื่อหาข้อตกลงเรื่องเขตแดนร่วมกัน นายสีหศักดิ์ยังกล่าวด้วยว่า

พล.อ.ฮุน มาเน็ต ลืมที่จะกล่าวถึงการรุกล้ำของฝ่ายกัมพูชาเข้ามาในดินแดนไทยก่อนเกิดความขัดแย้ง

รมว.กต.ไทยเน้นย้ำว่าสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายควรทำคือหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้ง หลีกเลี่ยงการกระทำที่เป็นการยั่วยุ และหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลที่บิดเบือนหรือไม่ถูกต้อง เพื่อรักษาสถานการณ์ให้สงบ ไทยเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วจะต้องอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านอย่างสันติ และเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน

เมื่อถูกซักถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่ว่าทหารไทยวางตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนามในพื้นที่ที่ไทยเคยยอมรับว่าเป็นดินแดนของกัมพูชา นายสีหศักดิ์ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ โดยยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในอาณาเขตของไทย ซึ่งกัมพูชาได้รุกล้ำเข้ามาเป็นเวลานาน โดยมีต้นตอมาตั้งแต่สมัยความขัดแย้งในกัมพูชาเมื่อไทยเปิดพรมแดนรับผู้ลี้ภัยกว่า 400,000 คน หลังความขัดแย้งสิ้นสุดลงและมีการฟื้นฟูสันติภาพ หมู่บ้านหลายแห่งไม่ได้กลับไปยังพื้นที่เดิม

เกี่ยวกับคำมั่นของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย ที่จะยืนหยัดอย่างแข็งกร้าวต่อกัมพูชาว่าจะ "ไม่ถอย ไม่รื้อถอน ไม่เปิดพรมแดน" และจะสร้างกำแพงกั้นชายแดน นายสีหศักดิ์กล่าวว่าไทยต้องทำในสิ่งที่จำเป็นเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน ซึ่งอาจรวมถึงการสร้างกำแพงในบางส่วนเพื่อป้องกันการรุกล้ำ แต่ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับทัศนคติของฝ่ายกัมพูชาว่าต้องการแสวงหาสันติภาพกับไทยหรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายที่ "ทำให้ความขัดแย้งกลายเป็นเรื่องระหว่างประเทศ" และยังคงกล่าวอ้างสิ่งที่ไม่เป็นความจริง แม้จะมีการหยุดยิงแล้ว นายสีหศักดิ์เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจ หลีกเลี่ยงการยั่วยุ และเดินหน้าความสัมพันธ์ไปข้างหน้า

เมื่อถูกถามถึงการพูดคุยกันระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศ นายสีหศักดิ์ยืนยันว่าตนเองได้พูดคุยผ่าน WhatsApp กับรัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด และสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม เรื่องที่กัมพูชาต้องการหารือจะต้องรอหลังจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในประเทศไทย และนายสีหศักดิ์ได้บอกกับฝ่ายกัมพูชาว่าในระหว่างนี้ ขอให้รักษาสถานการณ์ให้สงบ และหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งเพิ่มเติม เพราะ "ความขัดแย้งที่มากขึ้นหมายถึงความสูญเสียที่มากขึ้น" ซึ่งไม่เป็นผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ

เกี่ยวกับเหตุการณ์ทางทะเลเมื่อเร็วๆ นี้ ที่กัมพูชากล่าวหาว่ากองทัพเรือไทยสกัดกั้นชาวกัมพูชาสามคนในน่านน้ำของกัมพูชา ในขณะที่ไทยยืนยันว่าเป็นน่านน้ำไทย นายสีหศักดิ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาของกัมพูชา และกล่าวว่านี่เป็น "กลยุทธ์ที่กัมพูชาใช้มาโดยตลอด" เพื่อกดดันไทยและสร้างภาพว่าไทยเป็นประเทศที่ก้าวร้าว ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย นายสีหศักดิ์ย้ำว่าไทยเป็นประเทศที่ภาคภูมิใจในประเพณีทางการทูตอันยาวนาน และเป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รักษาเอกราชไว้ได้เพราะเชื่อมั่นในการทูต นายสีหศักดิ์ยังกล่าวว่ามีหลายกรณีในอดีตที่กัมพูชาใช้การปลุกปั่นชาตินิยมเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง ซึ่งอาจรวมถึงวัตถุประสงค์ทางการเมืองภายในประเทศ และนายสีหศักดิ์ไม่คิดว่าไทยควรจะเข้าไปยุ่งกับกลยุทธ์เหล่านี้

ท่าทีของไทยต่อสถานการณ์ในเมียนมา

ในประเด็นเกี่ยวกับเมียนมา รมว.กต.ไทยได้กล่าวถึงการประชุมกับรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมา และแสดงความหวังที่จะนำเมียนมากลับเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอีกครั้ง เกือบ 5 ปีหลังจากการรัฐประหาร นายสีหศักดิ์ยอมรับว่ามีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในเมียนมา ซึ่ง "ไม่ใช่การเลือกตั้งที่สมบูรณ์แบบ" แต่อาจเป็น "การเปลี่ยนผ่าน" ในการเมืองภายในประเทศ

นายสีหศักดิ์ย้ำว่าไทยไม่ได้ให้การรับรองการเลือกตั้ง แต่เรียกร้องให้เมียนมาเดินหน้าต่อไปหลังการเลือกตั้งด้วยการเจรจา การปรองดอง และหวังว่าจะจัดตั้งกระบวนการสันติภาพได้ นี่คือข้อความที่ไทยต้องการส่งไป การเลือกตั้งได้เกิดขึ้นแล้ว นั่นคือความจริง ดังนั้นสิ่งที่ไทยกำลังทำอยู่คือการกระตุ้นว่าหากเมียนมาต้องการกลับมามีส่วนร่วม พวกเขาก็ต้องแสดงความพยายามเช่นกัน เพราะนี่ไม่ใช่ถนนทางเดียว แต่เป็นถนนสองทาง เมียนมาต้องเดินหน้าต่อไปด้วยการเจรจา การปรองดอง และการจัดตั้งกระบวนการสันติภาพที่เป็นไปได้ เนื่องจากไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน ต้องการสันติภาพที่ยั่งยืนในเมียนมา ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของไทย และไทยต้องทำงานอย่างหนักเพื่อสันติภาพและเสถียรภาพ

ที่มา France24

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย