News Logo
หน้าแรก
แนะฟ้องกลับ กกต.ตามมาตรา 157 - แพ่ง กลั่นแกล้งประชาชน

แนะฟ้องกลับ กกต.ตามมาตรา 157 - แพ่ง กลั่นแกล้งประชาชน

26 ก.พ. 2569 10:43
ผู้ชม 46 คน

อดีตกรรมการการเลือกตั้ง แนะประชาชนฟ้องกลับ กกต.ฐานแจ้งความเท็จ หรือตามมาตรา 157 ใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบเพื่อกลั่นแกล้งประชาชน รวมเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 26 ก.พ. แนะนำประชาชนที่ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งความดำเนินคดีกลุ่มตัวแทนภาคประชาชนข้อหาเข้าข่ายขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานในระหว่างการนับคะแนนเลือกตั้งที่เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ดังนี้

1. แจ้งความกลับ กรณีแจ้งความเท็จ หรือ ม. 157 ว่า เจ้าหน้าที่ผู้นั้นใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบเพื่อกลั่นแกล้งประชาชน

2. ฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง ในกรณีที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้มีผลกระทบต่อการทำงาน ยิ่งผู้เสียหายเป็นผู้มีหน้าที่การงานระดับสูง หรือเป็นผู้มีชื่อเสียง สามารถเรียกค่าเสื่อมเกียรติได้ กี่สิบล้านก็ได้ ถ้าศาลเห็นว่า เป็นการกลั่นแกล้งให้เสื่อมเกียรติจริง

3. เมื่อคดีเข้าสู่ศาล สามารถขออำนาจศาลเรียกหลักฐานต่างๆ มาเปิดและอาจนำไปสู่คดีความอื่น ๆ เพิ่มเติมได้

4. ร้องเรียนต่อองค์กรอิสระอื่น เช่น ป.ป.ช. คณะกรรมการสิทธิฯ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่า ได้รับการกระทำที่มิชอบจากเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

5. ยอมเสียเวลาขึ้นศาลสัก 2 ปี แต่ถ้าชนะคดีแพ่งได้มาสัก 10 ล้านก็คุ้ม

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา สำนักงาน กกต. ได้มอบหมายให้นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต. ประจำกรุงเทพมหานคร นำหลักฐานซึ่งเป็นคลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์และภาพข่าว เข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มตัวแทนภาคประชาชนจำนวน 4-5 คน ที่เดินทางไปร่วมสังเกตการณ์การลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ ที่ เขตคันนายาว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา

ระบุว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานในระหว่างการนับคะแนนเลือกตั้ง มีการถ่ายภาพให้เห็นบัตรเลือกตั้ง และพยายามถอดรหัสคิวอาร์โค้ด (QR Code) บนบัตรเพื่อพิสูจน์ข้อสงสัยเรื่องการลงคะแนนไม่เป็นความลับ

นายครรชิต กล่าวว่า การตรวจสอบของประชาชนที่อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายสามารถทำได้ แต่พฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลในวันดังกล่าวมีลักษณะที่เกินขอบเขตและอยู่นอกเหนือกฎหมายกำหนด จึงจำเป็นต้องแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาความผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ฐานขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน และหากภายหลังตรวจสอบพบข้อมูลหรือหลักฐานว่า มีบุคคลอื่นเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ทาง กกต.ก็จะดำเนินการทางกฎหมายร่วมด้วยเช่นเดียวกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย