อิรวดีเผย "มิน อ่อง หล่าย" พบ ผบ.ทอ.ไทย หารือกระชับความร่วมมือทางทหาร 1 วัน หลังทัพเมียนมาทิ้งระเบิดใส่พลเรือนตาย 18 รวมเด็ก 5 ขวบ- "มิน อ่อง หล่าย" โวทหารคือ "ผู้พิทักษ์ประชาธิปไตย" ของเมียนมา ส่วนการเลือกตั้งคือ "ความสำเร็จ"
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวอิรวดี ซึ่งเป็นสื่อที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาลทหารเมียนมารายงานว่า เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ผ่านมา พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ได้เข้าพบ พล.อ.อ. เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศไทย ที่กรุงเนปยีดอ ในขณะที่รัฐบาลเมียนมากำลังทวีความรุนแรงในการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายพลเรือนในพื้นที่ที่กองกำลังต่อต้านควบคุม.
อิรวดีรายงานว่า การเดินทางมาถึงของ พล.อ.อ. เสกสรร เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่เครื่องบินรบของกองทัพเมียนมาทิ้งระเบิดตลาดในเมืองปอกกะหยุน รัฐยะไข่ ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมของกองทัพอาระกัน (AA) ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิต 18 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก. ก่อนหน้านั้นสองวัน การโจมตีทางอากาศในเมืองเมียนหมู ภูมิภาคสะกาย ได้คร่าชีวิตผู้คนไป 9 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบด้วย.
สื่อเมียนมารายงานต่อว่า ตามข้อมูลจากสื่อของรัฐบาลทหารเมียนมา ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับการฝึกร่วมกันระหว่างกองทัพอากาศของทั้งสองประเทศ และการขยายความร่วมมือทางทหารในวงกว้าง. พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ได้พยายามนำเสนอกองทัพของตนว่าเป็น "ผู้พิทักษ์ประชาธิปไตยถาวร" ในเมียนมา และกล่าวอ้างว่าการเลือกตั้งในเดือนธันวาคม-มกราคมเป็น ความสำเร็จเพราะประชาชนผู้ลงคะแนนเสียงเข้าร่วมโดยสมัครใจและไม่มีการประท้วงใหญ่
อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันนั้น (25 กุมภาพันธ์) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้แสดงท่าทีที่ระมัดระวังมากขึ้น โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่นครเจนีวาสวิตเซอร์แลนด์ว่า การจัดการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถแก้ไขวิกฤตการณ์ของเมียนมาได้
อิรวดีระบุอีกว่า การเลือกตั้งเมียนมาดังกล่าวซึ่งถูกประณามอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศว่าเป็นเพียงการหลอกลวงเพื่อรวบอำนาจทางทหารหลังจากรัฐประหารเมื่อห้าปีก่อนที่โค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของนางออง ซาน ซูจี เพราะการเลือกตั้งของรัฐบาลทหารเมียนมาสามารถจัดขึ้นได้ในพื้นที่แค่ 265 จาก 330 เมืองของเมียนมาเท่านั้น และส่งผลให้พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพได้รับชัยชนะตามคาด
สื่อเมียนมารายงานต่อว่า ผู้บัญชาการทหารอากาศไทยได้รับเกียรติให้ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศที่ฐานทัพอากาศมิงกะลาดงในนครย่างกุ้ง ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังกรุงเนปยีดอ ซึ่งเขาได้หารือกับ พล.อ.อ. ตุน อ่อง ผู้บัญชาการทหารอากาศของรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งรัฐบาลทหารเมียนมาเรียกการเยือนครั้งนี้เรียกว่าเป็นการเยือนเพื่อไมตรีจิต โดยสื่อของรัฐบาลทหารเมียนมารายงานว่าทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพอากาศของทั้งสองประเทศ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ได้กล่าวยกย่องบทบาทสำคัญของกองทัพอากาศเมียนมาในสงครามกลางเมืองมาโดยตลอด เนื่องจากรัฐบาลทหารพึ่งพาการโจมตีทางอากาศมากขึ้นเพื่อต่อต้านการลุกฮือของกลุ่มติดอาวุธ
อิรวดีรายงานว่า การเยือนโดยผู้บัญชาการทหารจากประเทศเพื่อนบ้านครั้งนี้มีขึ้นไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่รัฐสภาที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่มีกำหนดจะเปิดประชุมในช่วงกลางเดือนมีนาคม. แม้จะมีการคว่ำบาตรจากนานาชาติ แต่ประเทศไทยยังคงรักษาสายสัมพันธ์ทางการทูต โดยนายพลของไทยและเมียนมายังคงมีการแลกเปลี่ยนการเยือนซึ่งกันและกันนับตั้งแต่รัฐประหารในปี 2564.
สื่อเมียนมารายงานอีกว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายสีหศักดิ์ยังได้เป็นเจ้าภาพต้อนรับ พล.อ.ตาน ฉ่วย รัฐมนตรีต่างประเทศของรัฐบาลทหารเมียนมา ที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อหารืออย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับแนวทางภายหลังการเลือกตั้งของเมียนมา
สื่อไทยรายงานว่านายสีหศักดิ์ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเจรจากับกลุ่มชาติพันธุ์ตามแนวชายแดนไทย และเสนอการเป็นตัวกลางของประเทศไทย แต่กล่าวว่าการประชุมไม่ควรถือเป็นการยอมรับการเลือกตั้งของรัฐบาลทหาร. เขากล่าวว่าประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมกระบวนการทางการเมืองที่สอดคล้องกับฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน และลดความรุนแรงต่อพลเรือน.
อิรวดีระบุทิ้งท้าย ความพยายามทางการทูตของไทยหลังการเลือกตั้ง (ไม่ได้บอกว่าของประเทศไหน)ยังรวมถึงการพบปะระหว่างเอกอัครราชทูตไทยกับผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา รวมถึงการหารือระหว่างนายพลของกองทัพไทยกับ พล.อ. โซ วิน รองหัวหน้าคณะผู้ปกครองของเมียนมา นอกจากนี้ตามแนวชายแดน ทั้งสองฝ่ายยังได้ประสานงานปฏิบัติการต่อต้านเครือข่ายอาชญากรรมข้ามพรมแดนในเมืองเมียวดี พร้อมทั้งผลักดันให้มีการเปิดด่านการค้าสำคัญอีกครั้ง




