สหรัฐฯ ร่วมอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางทหาร ถล่มอิหร่าน เจรจานิวเคลียร์ล่ม กองเรือรบสหรัฐฯ ประชิดภูมิภาค ตะวันออกกลางเสี่ยงลุกลาม
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน ท่ามกลางความตึงเครียดสะสมหลายสัปดาห์จากความล้มเหลวของการเจรจานิวเคลียร์ ตามรายงานของสื่อต่างประเทศ
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิสราเอลยืนยันว่าเป็นปฏิบัติการร่วมแม้ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเป้าหมายที่ชัดเจน แต่มีรายงานว่าการโจมตีเกิดขึ้นใกล้พื้นที่ทำการของผู้นำสูงสุดอิหร่าน อาลี คาเมเนอี และบริเวณย่านสำคัญใจกลางเมือง ควันหนาทึบลอยขึ้นเหนือเขตที่ตั้งของทำเนียบประธานาธิบดีและสภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่าน ขณะที่สำนักข่าวทางการอิหร่านยอมรับว่าเกิดเหตุระเบิด แต่ยังไม่เปิดเผยความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บ
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่านที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ล้มเหลวในการหาข้อสรุปเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจต่อผลการเจรจา และระบุว่าต้องการหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง แต่บางครั้งก็จำเป็น
ด้านอิสราเอล รัฐมนตรีกลาโหม อิสราเอล แคตซ์ ระบุว่าการโจมตีเป็นการปฏิบัติการเชิงป้องกันล่วงหน้า เพื่อขจัดภัยคุกคามต่อความมั่นคงของรัฐอิสราเอล พร้อมประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ ปิดน่านฟ้า โรงเรียน และสถานที่ทำงาน ขณะที่ไซเรนเตือนภัยดังทั่วประเทศเพื่อเตรียมรับการตอบโต้
กองทัพสหรัฐฯ ได้เสริมกำลังในตะวันออกกลางก่อนหน้านี้หลายสัปดาห์ โดยส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln และ USS Gerald R. Ford เข้าประจำการในภูมิภาค เพื่อกดดันอิหร่านในระหว่างการเจรจา
ขณะเดียวกัน อิหร่านปิดน่านฟ้าและตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือบางพื้นที่ สำนักข่าวทาสนิม สื่อรัฐบาลอิหร่าน รายงานว่ารัฐบาลเตหะรานเตือนว่า หากมีการตอบโต้ ฐานทัพและกำลังพลสหรัฐฯ ในภูมิภาคจะตกเป็นเป้าหมาย
ก่อนหน้าความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อคืนนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ มีคำสั่งให้พลเมืองอเมริกันในอิสราเอลพิจารณาเดินทางออกจากประเทศทันที โดยสถานทูตสหรัฐฯ ได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนถึงเจ้าหน้าที่และครอบครัวก่อนหน้านี้ ขณะที่มีรายงานว่าสถานเอกอัครราชทูตบางแห่งในภูมิภาคเพิ่มระดับการเตือนภัยด้านความมั่นคง
ด้านรัฐบาลจีนออกประกาศเตือนพลเมืองจีนในอิหร่านให้เร่งเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็ว โดยอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์อาจขยายวงเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาค ซึ่งอาจกระทบต่อชาวต่างชาติและเส้นทางการคมนาคมทางอากาศในตะวันออกกลาง
วิกฤตครั้งนี้มีรากมาจากแรงกดดันของสหรัฐฯ ที่ต้องการจำกัดโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่าน รวมถึงข้อเรียกร้องให้ยุติโครงการขีปนาวุธพิสัยไกล และการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค เช่น ฮามาสและฮิซบอลเลาะห์ ขณะที่อิหร่านยืนยันสิทธิในการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อสันติ และปฏิเสธเงื่อนไขอื่นนอกเหนือจากประเด็นนิวเคลียร์
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านระหว่างสงคราม 12 วันเมื่อปีที่ผ่านมา โดยประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าโครงการถูกทำลายสิ้นซาก แต่ภายหลังมีรายงานว่าศักยภาพเพียงถูกลดทอน ไม่ได้ถูกทำลายทั้งหมด
ในสหรัฐฯ ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมือง สมาชิกสภาคองเกรสบางส่วนแสดงความกังวลต่ออำนาจฝ่ายบริหารในการใช้กำลังโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา ขณะที่สถานทูตสหรัฐฯ ในกาตาร์ประกาศให้เจ้าหน้าที่หลบภัยในที่ปลอดภัยชั่วคราว




