อิรักประกาศไว้อาลัย 3 วัน ขณะ ปชช.อิรักประท้วงต่อต้านสหรัฐฯ-อิสราเอลในกรุงแบกแดด ขณะอิหร่านเปิดฉากยิงขีปนาวุธ-โดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐฯและอิสราเอล หวังล้างแค้นเหตุสังหารผู้นำสูงสุดพร้อมครอบครัว ด้าน IAEA เตรียมจัดประชุมฉุกเฉินตามคำขอรัสเซีย ถกประเด็นโจมตีอิหร่าน
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก หลังจากการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ซึ่งทางการอิรักได้ประกาศไว้อาลัยเป็นเวลาสามวัน และประณามเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเป็นการกระทำที่ "ก้าวร้าวอย่างโจ่งแจ้ง"
โดยนาย บัสเซ็ม อัล-อาวาดี (Bassem al-Awadi) โฆษกรัฐบาลอิรัก แถลงด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อประชาชนชาวอิหร่านและชาวมุสลิมทั่วโลก ขณะเดียวกัน สื่อของรัฐอิหร่านได้รายงานการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงอีกหลายนาย รวมถึงนายพล อับดุลราฮิม มูซาวี (Abdolrahim Mousavi) เสนาธิการกองทัพ, นาย อาซิซ นาซีร์ซาเดห์ (Aziz Nasirzadeh) รัฐมนตรีกลาโหม, นาย โมฮัมหมัด พักปูร์ (Mohammad Pakpour) ผู้บัญชาการหน่วยพิทักษ์ปฏิวัติ และนาย อาลี ชัมคานี (Ali Shamkhani) หัวหน้าสภาป้องกันประเทศ รวมไปถึงบุตรสาว บุตรเขย และหลานของ คาเมเนอี ทั้งหมดเสียชีวิตระหว่างการประชุมสภาป้องกันประเทศ จากการโจมตีของสหรัฐอเมริกา และอิสราเอล
ด้านหน่วยงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ของสหประชาชาติ เตรียมจัดการประชุมวิสามัญเกี่ยวกับอิหร่านในวันจันทร์ ตามคำขอของรัสเซีย เพื่อหารือเกี่ยวกับ "การโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่อดินแดนของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน"
ที่อิรักเอง เกิดเหตุประท้วงรุนแรงในกรุงแบกแดด เมื่อประชาชนหลายร้อยคนพยายามบุกเข้าไปในเขตพื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานทูตสหรัฐฯ และอาคารรัฐบาล ผู้ประท้วงบางคนถือธงของกลุ่มติดอาวุธที่สนับสนุนอิหร่าน และปะทะกับกองกำลังความมั่นคงด้วยการขว้างปาหิน ซึ่งถูกตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตาและเสียงปืน นอกจากนี้ ยังมีการประท้วงในจังหวัดอื่น ๆ ทางตอนใต้ของอิรัก โดยหลายกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านหนุนหลังประกาศจะปกป้องเตหะราน อาทิ กลุ่มเฮซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ประกาศจะโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หลังนักรบสองนายของกลุ่มเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศในภาคใต้ของอิรัก และมีรายงานเสียงระเบิดดังใกล้สนามบินเออร์บิล ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ ในภูมิภาคเคอร์ดิสถานของอิรัก
ด้านนาย อาลี ลาริจานี (Ali Larijani) ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติระดับสูงของอิหร่าน ได้เตือน "กลุ่มแบ่งแยกดินแดน" ว่าจะเผชิญกับการตอบโต้อย่างรุนแรงหากพยายามก่อการ ขณะที่นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ (Mohammad Bagher Ghalibaf) ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่าประเทศได้เตรียมพร้อมสำหรับ "ทุกสถานการณ์" และเตือนว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) ของอิสราเอล ได้ "ข้ามเส้นแดงของเรา" และ "จะต้องเผชิญกับผลที่ตามมา"
ทั้งนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เรียกร้องให้ชาวอิหร่าน "ยึดอำนาจ" รัฐบาล และเตือนอิหร่านไม่ให้โจมตีตอบโต้ มิฉะนั้นจะถูกโจมตีด้วยกำลังที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
โดยหลังข่าวการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด อิหร่านได้เปิดฉากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนระลอกใหม่ โดยมุ่งเป้าไปที่ฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาคและอิสราเอล เพื่อตอบโต้การสังหารอลี คาเมเนอี รายงานระบุว่ามีฐานทัพสหรัฐฯ 27 แห่ง รวมถึงกองบัญชาการทหารและอาคารอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในเทลอาวีฟของอิสราเอล เป็นเป้าหมาย มีเสียงไซเรนเตือนภัยดังขึ้นทั่วภาคกลางของอิสราเอลและบางส่วนของเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง และมีรายงานเสียงระเบิดดังขึ้นในหลายเมืองของอ่าว เช่น โดฮาของกาตาร์, ดูไบ และมานามาของบาห์เรน
เหตุการณ์โจมตียังส่งผลทำให้บริษัทเดินเรือรายใหญ่หลายแห่งได้ระงับการเดินเรือผ่านอ่าวเปอร์เซีย โดยอ้างถึงสถานการณ์ความมั่นคงที่กำลังเปลี่ยนแปลงในตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงบริษัท CMA CGM, Hapag-Lloyd และ Maersk ที่ได้ประกาศมาตรการฉุกเฉินและอาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการจัดส่งสินค้า




