สำนักงานกฤษฎีกา เปิดรับฟังความเห็นต่อร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา การกระทำความผิดต่อเด็กผ่านสื่อออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 1-20 มี.ค. 2569-การข่มขู่จะแบล็กเมลเรื่องในทางเพศเพื่อแสวงหาประโยชน์เป็นความผิด จำคุกไม่เกิน 5 ปี-ปรับไม่เกิน 100,000 บาท
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (การกระทำความผิดต่อเด็กผ่านสื่อออนไลน์) ในวาระที่สามเสร็จแล้ว จึงเห็นควรให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฯ ก่อนดำเนินการต่อไป โดยรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บกลางทางกฎหมาย (law.go.th/listeningDetail?survey) มีระยะเวลาตั้งที่วันที่ 1-20 มีนาคม 2569
@ ที่มาของพ.ร.บ.
ปัจจุบันมีการกระทำการอันเป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางเพศและการคุกคามต่อเสรีภาพในความเป็นอยู่ส่วนบุคคลในรูปแบบของการล่อลวงให้เกิดความไว้วางใจเพื่อได้รับประโยชน์ในทางเพศ การสื่อสารเรื่องทางเพศที่ไม่เหมาะสม การข่มขู่เรื่องทางเพศ การคุกคามโดยการเฝ้าติดตาม และการกลั่นแกล้งรังแกเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับได้มีการกระทำดังกล่าวผ่านระบบคอมพิวเตอร์ก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้ถูกกระทำในวงกว้าง และส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระทำต่อเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่อาจถูกล่อลวง หรือตกเป็นเหยื่อของผู้กระทำความผิดได้โดยง่าย สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายโดยกำหนดให้การกระทำข้างต้นเป็นความผิดทางอาญาเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และเป็นกลไกในการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของบุคคลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
กระทรวงยุติธรรมจึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาและมีมติเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา
@ สาระสำคัญ
โดยสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ได้แก่
(1) ปรับปรุงบทบัญญัติความผิดเกี่ยวกับเพศและความผิดต่อเสรีภาพ เป็นความผิดที่กระทำนอกราชอาณาจักรให้ต้องรับโทษภายในราชอาณาจักร (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 8 (3) และ (7))
(2) ปรับปรุงบทบัญญัติความผิดเกี่ยวกับเพศเป็นความผิดที่ศาลมีอำนาจพิพากษาให้กักกันได้เมื่อเป็นผู้กระทำความผิดติดนิสัย (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 41 (4))
(3) ปรับปรุงบทบัญญัติความผิดเกี่ยวกับเพศและความผิดต่อเสรีภาพ เป็นความผิดที่ศาลมีอำนาจพิพากษาเพิ่มโทษได้เมื่อมีการกระทำผิดซ้ำ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 93 (10) และ (12))
(4) กำหนดให้การล่อลวงหรือทำให้เกิดความไว้วางใจแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปี เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศ เป็นความผิด (เพิ่มมาตรา 284/5)
(5) กำหนดให้การส่งหรือส่งต่อซึ่งข้อความ ภาพ เสียง หรือการสื่อความหมายอันมีลักษณะหรือเนื้อหาส่อไปในทางเพศแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปี เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศ เป็นความผิด (เพิ่มมาตรา 284/6)
(6) กำหนดให้การข่มขู่ว่าจะกระทำการอันเป็นการเปิดเผยเรื่องในทางเพศของผู้ถูกข่มขู่ หรือบุคคลซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดของผู้ถูกข่มขู่ เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศ เป็นความผิด (เพิ่มมาตรา 284/7 : ผู้ใดเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเอง หรือผู้อื่น ข่มขู่ผู้อื่นว่าจะเผยแพร่ ส่งหรือส่งต่อซึ่งข้อความ ภาพ หรือเสียงที่บันทึกไว้ หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องในทางเพศของผู้ถูกข่มขู่ หรือของคู่สมรส บุพการี ผู้สืบสันดาน พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันหรือร่วมแต่บิดาหรือ มารดา ญาติสืบสายโลหิต หรือบุคคลอื่นซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดในทำนองเดียวกันของ ผู้ถูกข่มขู่ ซึ่งอาจทำให้ผู้ถูกข่มขู่กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อการกระทำใด ในทางเพศ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ทำให้ผู้ถูกข่มขู่กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อการกระทำใดในทางเพศ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง เป็นการกระทำแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปี โดยบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง เป็นการกระทำ แก่เด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง เป็นการกระทำแก่เด็ก อายุไม่เกินสิบสามปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท”)
(7) เพิ่มบทบัญญัติความผิดเกี่ยวกับเพศซึ่งเป็นการกระทำแก่ผู้อยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใด โดยให้รวมถึงผู้ใต้บังคับบัญชาและลูกจ้างด้วย หรือเป็นการกระทำแก่บุคคลซึ่งไม่สามารถปกป้องตนเองได้ ผู้กระทำต้องรับโทษหนักขึ้น (ยกเลิกมาตรา 284/2 และแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 285 และมาตรา 285/2)
(8) กำหนดให้การกระทำอย่างต่อเนื่องหรือกระทำซ้ำด้วยการเฝ้าดูติดตาม หรือการอื่นใดในทำนองเดียวกัน อันเป็นการรบกวนความเป็นอยู่ส่วนตัวหรือการดำเนินชีวิตตามปกติของผู้อื่น เป็นความผิด (เพิ่มมาตรา 309/1)
(9) กำหนดให้การกระทำอย่างต่อเนื่องหรือกระทำซ้ำด้วยการกลั่นแกล้งรังแก หรือการอื่นใดในทำนองเดียวกัน โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นได้รับความอับอาย เดือดร้อน หวาดกลัว หรือได้รับอันตรายแก่กาย จิตใจ อนามัย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน เป็นความผิด (เพิ่มมาตรา 309/2)
(10) กำหนดให้การกระทำความผิดต่อเสรีภาพเกี่ยวกับการเฝ้าดูหรือติดตาม หรือการกลั่นแกล้งรังแก อันเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำรับอันตรายสาหัสหรือตาย ผู้กระทำต้องรับโทษหนักขึ้น (เพิ่มมาตรา 309/3)
(11) กำหนดให้การกระทำความผิดต่อเสรีภาพเกี่ยวกับการเฝ้าดูหรือติดตาม หรือการกลั่นแกล้งรังแก ซึ่งเป็นการกระทำแก่ผู้อยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใด และบุคคลซึ่งไม่สามารถปกป้องตนเองได้ ผู้กระทำต้องรับโทษหนักขึ้น (เพิ่มมาตรา 309/4 และมาตรา 309/5)
(12) กำหนดให้การกระทำความผิดต่อเสรีภาพเกี่ยวกับการเฝ้าดูหรือติดตาม หรือการกลั่นแกล้งรังแก ถ้ามิได้เกิดผลของการกระทำที่ทำให้ผู้ถูกกระทำต้องรับโทษหนักขึ้นและถ้ามิได้เป็นการกระทำแก่เด็ก ผู้อยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใด หรือบุคคลซึ่งไม่สามารถปกป้องตนเองได้ เป็นความผิดอันยอมความได้ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 321)




