News Logo
หน้าแรก
จับตาสงครามอิหร่าน บั่นทอน ทอ.เมียนมา จัดหาน้ำมันเครื่องบินรบ

จับตาสงครามอิหร่าน บั่นทอน ทอ.เมียนมา จัดหาน้ำมันเครื่องบินรบ

9 มี.ค. 2569 06:00
ผู้ชม 28 คน

แอมเนสตี้เตือนว่ารัฐบาลเมียนมาอาจหันกลับไปหาประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เวียดนาม ไทย สิงคโปร์ จีน และมาเลเซีย เพื่อจัดหาเชื้อเพลิงจากซัพพลายเออร์เดิม นักวิเคราะห์ทางทหารเมียนมากล่าวว่า การโจมตีของกองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอลยังจะลดความสามารถของอิหร่านในการส่งออกอาวุธ ซึ่งอาจตัดขาดทั้งการจัดหาเชื้อเพลิงอากาศยานโดยเรือผีและการส่งออกโดรนให้แก่รัฐบาลเมียนมา

หมายเหตุสำนักข่าว Next News ปฏิบัติการตอบโต้ทางทหาร ที่อิหร่านกำลังรับมือกับการโจมตีร่วมกันของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล มีแนวโน้มที่จะขัดขวางความสามารถของกรุงเตหะรานในการจัดหาเชื้อเพลิงอากาศยานและเทคโนโลยีโดรนทางทหารให้แก่รัฐบาลเมียนมา ข้อมูลจากอ้างอิงจากนักวิเคราะห์ทางทหารและกลุ่มสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

สำนักข่าวอรวดี ซึ่งเป็นสำนักข่าวสืบสวนในเมียนมาได้รายงานการสืบสวนล่าสุดโดยแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลและรอยเตอร์ พบว่าที่ผ่านมาปรากฎว่ามี "เรือผี" ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านได้ขนส่งเชื้อเพลิงเครื่องบินให้แก่รัฐบาลทหารเมียนมาที่ถูกคว่ำบาตรโดยชาติตะวันตกในปี โดยเรือสองลำส่งเชื้อเพลิงมาถึงเมียนมาในปี 2567 และ . 2568 ซึ่งเชื้อเพลิงดังกล่าวที่ถูกนำไปใช้กับเครื่องบินรบที่ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในแต่ละวันต่อกลุ่มกบฏผู้สนับสนุนประชาธิปไตยและเป้าหมายพลเรือน

นอกจากนี้ อิหร่านยังได้ขนส่งโดรนทางทหารด้วยเที่ยวบินขนส่งสินค้าไปยังเมียนมาหลังจากการรัฐประหารในปี  2564 โดยความร่วมมือทางทหารซึ่งเป็นความลับระหว่างเตหะรานและเนปิดอว์เริ่มต้นขึ้นหลังจากรัฐประหารและลึกซึ้งยิ่งขึ้นเรื่อยมา

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์กล่าวว่า การโจมตีท่าเรือของอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อเร็วๆ นี้ มีแนวโน้มที่จะขัดขวางการจัดหาเชื้อเพลิงอากาศยานให้แก่รัฐบาลเมียนมา

นางมอนต์เซ เฟร์เรอร์ ผู้อำนวยการร่วมภูมิภาคของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ให้ข้อมูลว่า การจัดหาเชื้อเพลิงของเมียนมาประสบปัญหา "สองเท่า" หลังจากที่สายการเดินเรือหลักระงับการปฏิบัติงานในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดคอขวดที่น้ำมันทั่วโลก 20 เปอร์เซ็นต์ต้องผ่าน เธอกล่าวเสริมว่า หากเชื้อเพลิงมาจากท่าเรือของอิหร่าน ผลกระทบก็จะรุนแรงยิ่งขึ้น เนื่องจากซัพพลายเออร์อาจไม่สามารถจัดหาเชื้อเพลิงอากาศยานได้อีกต่อไป

แอมเนสตี้เตือนว่ารัฐบาลเมียนมาอาจหันกลับไปหาประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เวียดนาม ไทย สิงคโปร์ จีน และมาเลเซีย เพื่อจัดหาเชื้อเพลิงจากซัพพลายเออร์เดิม นักวิเคราะห์ทางทหารเมียนมากล่าวว่า การโจมตีของกองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอลยังจะลดความสามารถของอิหร่านในการส่งออกอาวุธ ซึ่งอาจตัดขาดทั้งการจัดหาเชื้อเพลิงอากาศยานโดยเรือผีและการส่งออกโดรนให้แก่รัฐบาลเมียนมา

พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง หล่าย กับเครื่องบินรบกองทัพอากาศเมียนมา

พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง หล่าย กับเครื่องบินรบกองทัพอากาศเมียนมา

พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลเมียนมา ได้พยายามชดเชยมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศด้วยการฟื้นฟูโรงกลั่นน้ำมันในประเทศ รวมถึงโรงกลั่นน้ำมันธัญญลิน เพื่อผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานของตนเอง อย่างไรก็ตาม อดีตนายทหารอากาศที่แปรพักตร์เตือนว่า รัฐบาลอาจหันไปพึ่งพันธมิตรหลักอย่างรัสเซียและจีนสำหรับเชื้อเพลิงอากาศยาน หากแหล่งเชื้อเพลิงจากอิหร่านถูกตัดขาด

นายเดวิด แมทเธียสัน นักวิเคราะห์กิจการเมียนมากล่าวว่า เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างเนปิดอว์-เตหะรานเป็นเพียงเชิงธุรกรรมมากกว่าเชิงยุทธศาสตร์ รัฐบาลเมียนมาอาจพยายามจัดหาเชื้อเพลิงอากาศยานจากแหล่งอื่น ขณะที่กลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตย Justice for Myanmar (JFM) กำลังติดตามผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อการจัดหาเชื้อเพลิงอากาศยานให้แก่รัฐบาลเมียนมา ไม่เพียงแต่จากการโจมตีอิหร่านเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการตอบโต้ที่เป็นไปได้ของอิหร่านต่อสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งเชื้อเพลิงหลายครั้งไปยังเมียนมา

JFM เรียกร้องให้รัฐบาลต่างๆ ตัดแหล่งเงินทุนและการจัดหาเชื้อเพลิงอากาศยานของรัฐบาลเมียนมา โดยการคว่ำบาตรเรือ เจ้าของและผู้ดำเนินการเรือ ท่าเรือเชื้อเพลิง และบริษัท Myanma Petrochemical Enterprise และขอให้ประเทศต่างๆปฏิบัติตามแนวปฏิบัติของแคนาดาในการห้ามการส่งออก การขาย การจัดหา และการขนส่งเชื้อเพลิงอากาศยานไปยังเมียนมา

นายคอนเนอร์ แมคโดนัลด์ จากองค์กร Special Advisory Council for Myanmar (SAC-M) กล่าวว่า "กองทัพอากาศของรัฐบาลเมียนมาต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงอากาศยานที่นำเข้าเพื่อทิ้งระเบิดพลเรือน เครื่องบินขับไล่และเฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถบินได้หากไม่มีเชื้อเพลิง"

เขายังเรียกร้องให้สหราชอาณาจักร แคนาดา สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย ขยายมาตรการคว่ำบาตรต่อเรือและบริษัทที่จัดหาเชื้อเพลิงอากาศยานให้แก่รัฐบาลเมียนมา

การสอบสวนของรอยเตอร์เผยว่า เรือผีสองลำ ได้แก่รีฟ (Reef) และโนเบิล Noble ได้ทำการขนส่ง 9 ครั้งตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 ถึงธันวาคม 2568 โดยส่งมอบเชื้อเพลิงอากาศยานรวมประมาณ 175,000 ตันให้แก่เมียนมา

สถิติการโจมตีทางอากาศของทัพเมียนมา

สถิติการโจมตีทางอากาศของทัพเมียนมา

 แอมเนสตี้ยังกล่าวด้วยว่า เรือฮุ่ยตง (Huitong) 78 ที่ติดธงจีน ได้ส่งเชื้อเพลิงอากาศยานไปยังเมียนมาในเดือนกรกฎาคม  2567 ซึ่งเป็นการขนส่งอย่างน้อย 10 ครั้งโดยเรือลำเดียวกันนับแต่ปี 2566 - 2567 จากข้อมูลของการท่าเรือเมียนมา มีการนำเข้าเชื้อเพลิงอากาศยานอย่างน้อย 109,604 ตันไปยังเมียนมาในปี  2568 เพียงปีเดียว ซึ่งเพิ่มขึ้น 69 เปอร์เซ็นต์จากปี  2567 และเป็นปริมาณสูงสุดในรอบปีใดๆ นับตั้งแต่การรัฐประหาร แม้จะมีการคว่ำบาตรก็ตาม

ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา รัฐบาลเมียนมาได้ทำการโจมตีทางอากาศทั้งหมด 10,348 ครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเป้าหมายพลเรือน เช่น หมู่บ้าน เมือง โรงเรียน โรงพยาบาล และศาสนสถานทั่วประเทศ คร่าชีวิตผู้คนไป 4,991 ราย รวมถึงเด็ก 678 ราย และบาดเจ็บ 6,863 ราย รวมถึงเด็ก 1,002 ราย ตามข้อมูลที่รวบรวมโดยกระทรวงสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG)

ที่มา https://www.irrawaddy.com/news/myanmars-crisis-the-world/iran-strikes-threaten-myanmar-juntas-jet-fuel-and-drone-supplies.html

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย