News Logo
หน้าแรก
‘โมจตาบา คาเมเนอี’ สืบทอดแค้น รับไม้ต่อพ่อนั่งผู้นำสูงสุดอิหร่าน

‘โมจตาบา คาเมเนอี’ สืบทอดแค้น รับไม้ต่อพ่อนั่งผู้นำสูงสุดอิหร่าน

9 มี.ค. 2569 15:25
ผู้ชม 69 คน

เปิดประวัติ 'โมจตาบา คาเมเนอี' ทายาทสายแข็งขึ้นกุมอำนาจผู้นำสูงสุดแทนบิดา ท่ามกลางสมรภูมิเดือดกับสหรัฐฯ อิสราเอล-อิหร่านที่พร้อมยกระดับสงครามเต็มรูปแบบ

หลังจาก อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของ อิหร่าน ถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศร่วมของ สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คณะผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านได้เลือก โมจตาบา คาเมเนอี ลูกชายวัย 56 ปี ขึ้นสืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุด ท่ามกลางการสู้รบที่ยังดำเนินต่อเนื่อง โดยรัฐบาลในกรุงเตหะรานระบุว่าการแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงความเป็นเอกภาพของประเทศในการต่อต้านศัตรูภายนอก

รายงานจาก CNN ระบุว่า โมจตาบา คาเมเนอี ได้รับเลือกจากคณะผู้เชี่ยวชาญอาวุโสหลังการโจมตีทางอากาศที่คร่าชีวิตบิดาและสมาชิกครอบครัวบางส่วน ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของสงครามเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา การแต่งตั้งจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาเสถียรภาพภายในประเทศ ขณะที่ Al Jazeera รายงานเพิ่มเติมว่า Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) ได้ประกาศให้คำมั่นจงรักภักดีต่อผู้นำคนใหม่ทันที ซึ่งอาจช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวรบของอิหร่านในการเผชิญหน้ากับสหรัฐและอิสราเอล

ด้าน The Guardian ระบุว่า การขึ้นสู่อำนาจของโมจตาบา ซึ่งไม่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างเป็นทางการมาก่อน อาจนำไปสู่การยกระดับความตึงเครียดของสงคราม หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศว่าผู้นำคนใหม่นี้ “ไม่เป็นที่ยอมรับ” และเตือนว่าอำนาจครั้งนี้อาจไม่ยั่งยืนหากไม่ได้รับการยอมรับจากวอชิงตัน อย่างไรก็ตาม โมจตาบาถูกมองมานานว่าเป็นผู้มีอิทธิพลเบื้องหลังในสำนักงานผู้นำสูงสุด ซึ่งทำให้โมจตาบามีเครือข่ายอำนาจที่สามารถควบคุมกองทัพและการตัดสินใจด้านความมั่นคงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่เกิดขึ้นหลังการลอบสังหาร อาลี คาเมเนอี เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยคณะผู้เชี่ยวชาญประกาศชื่อโมจตาบาอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 มีนาคมที่เพิ่งผ่านมานี้ หลังได้รับคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งจากสมาชิกทั้งหมด 88 คน โมจตาบาเคยมีบทบาทสนับสนุนการเลือกตั้งของ มาห์มูด อะห์มาดิเนจาด ในปี 2548 ผ่านการประสานงานกับ IRGC ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการสร้างพันธมิตรภายในโครงสร้างอำนาจของประเทศ

จุดแข็งสำคัญของโมจตาบาคือความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ IRGC ซึ่งเป็นกำลังหลักในการปกป้องระบอบการปกครองและดำเนินปฏิบัติการทางทหาร โมจตาบายังมีประสบการณ์จากการเข้าร่วมรบใน สงครามอิหร่าน-อิรัก ทำให้มีความเข้าใจด้านการทหาร และสามารถระดมทรัพยากรสำหรับโครงการขีปนาวุธและโดรนของประเทศได้

นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า โมจตาบาเป็นผู้นำสายแข็งที่ต่อต้านการปฏิรูปและไม่ไว้วางใจชาติตะวันตก ซึ่งอาจทำให้อิหร่านยังคงแนวทางเผชิญหน้ากับสหรัฐและอิสราเอลต่อไปโดยไม่ยอมอ่อนข้อแม้ในช่วงสงคราม

โมจตาบายังถูกเชื่อมโยงกับเครือข่ายการเงินและการลงทุนในต่างประเทศที่ใช้สนับสนุนปฏิบัติการของ IRGC ซึ่งอาจเป็นข้อได้เปรียบในการจัดหาทรัพยากรสำหรับสงครามยืดเยื้อ ขณะเดียวกัน เขายังถูกกล่าวหาว่ามีบทบาทในการปราบปรามการประท้วงครั้งใหญ่ในอิหร่านเมื่อปี 2552 ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทด้านความมั่นคงภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งครั้งนี้อาจเผชิญแรงต้านจากบางส่วนของสังคมอิหร่าน หากประชาชนมองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจแบบราชวงศ์ ซึ่งขัดกับหลักการของการปฏิวัติอิสลามอิหร่าน 1979

ขณะเดียวกัน สหรัฐและอิสราเอลได้ส่งสัญญาณว่า โมจตาบาอาจกลายเป็นเป้าหมาย หากยังคงใช้นโยบายแข็งกร้าว ซึ่งอาจทำให้สงครามยกระดับมากขึ้น

โมจตาบา คาเมเนอี เกิดในปี 2512 ที่เมืองมาชฮัด ก่อนศึกษาศาสนศาสตร์ที่เมือง กอม และเข้าร่วมรบในช่วงทศวรรษ 2523 ของสงครามอิหร่าน-อิรัก ได้รับบาดเจ็บระหว่างการสู้รบ ประสบการณ์ดังกล่าวกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ IRGC ต่อมาโมจตาบาได้ทำงานใกล้ชิดกับบิดาในสำนักงานผู้นำสูงสุด และมีอิทธิพลต่อหน่วยข่าวกรองและองค์กรกระจายเสียงของรัฐ

รายงานจาก Al Jazeera ระบุว่า โมจตาบาได้รับการสนับสนุนจากสถาบันทหารและเครือข่ายการเมืองสำคัญในประเทศ ซึ่งอาจช่วยให้เขานำอิหร่านผ่านช่วงสงครามได้ อย่างไรก็ตามโมจตาบายังคงต้องเผชิญแรงกดดันจากสหรัฐและอิสราเอลที่มองว่าผู้นำคนใหม่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของภูมิภาค

การแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ทางทหารที่ตึงเครียด โดยมีรายงานว่าการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามได้ทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านไปแล้วกว่า 80%

นักวิเคราะห์คาดว่า โมจตาบาจะยังคงนโยบายต่อต้านสหรัฐและอิสราเอล พร้อมอาศัยความสัมพันธ์กับ IRGC เพื่อดำเนินยุทธศาสตร์ตอบโต้และขยายอิทธิพลของเครือข่ายแนวต้านทานในภูมิภาค ซึ่งอาจเป็นจุดแข็งในการต่อกรกับศัตรู แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงที่อิหร่านจะถูกโดดเดี่ยวจากประชาคมโลกมากขึ้น

แม้โมจตาบาจะไม่เคยผ่านการเลือกตั้ง แต่ก็ได้รับการเตรียมตัวสำหรับบทบาทผู้นำผ่านการศึกษาศาสนศาสตร์และการทำงานใกล้ชิดกับบิดามาเป็นเวลานาน เครือข่ายอำนาจที่กว้างขวางภายในรัฐอาจทำให้สามารถควบคุมกลไกสำคัญของประเทศได้ การขึ้นสู่อำนาจของโมจตาบาท่ามกลางสงครามจึงอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของอิหร่านในการเผชิญหน้ากับสหรัฐและอิสราเอลในช่วงต่อจากนี้ โดยมี IRGC เป็นฐานอำนาจหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของประเทศ

อ้างอิง:  

CNN: Iran names Khamenei's son as new supreme leader   

Al Jazeera: Iran's IRGC backs Mojtaba Khamenei as new supreme leader

The Guardian: Ali Khamenei's son Mojtaba chosen as Iran's new supreme leader

ABC News: What to know about Mojtaba Khamenei, Iran's next supreme leader

Time: Mojtaba Khamenei, Iran's New Supreme Leader, Has Wielded Power Behind the Scenes For Years

Washington Institute: What Kind of Supreme Leader Would Mojtaba Khamenei Be?

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย