กต.แถลงความคืบหน้าอพยพคนไทยในตะวันออกกลาง ชุดที่ 2 จากอิหร่านถึงไทยแล้ว พร้อมเตรียมเป็นเจ้าภาพถกอาเซียนนัดพิเศษ วางแนวทางรับมือผลกระทบจากวิกฤตการณ์ 13 มี.ค.นี้
กระทรวงการต่างประเทศแถลงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า คนไทยที่อพยพออกจากอิหร่านชุดที่สองได้เดินทางถึงประเทศตุรกีแล้ว และเตรียมเดินทางกลับประเทศไทยเป็นสองกลุ่ม โดยในช่วงเช้าวันที่ 12 มีนาคม 2569 คนไทยกลุ่มแรกจำนวน 34 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน เดินทางกลับถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว โดยมีรองปลัดกระทรวงแรงงานและรองอธิบดีกรมการกงสุลให้การต้อนรับที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
การแถลงดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 โดย นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ระบุว่า คนไทยอีกกลุ่มหนึ่งจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในช่วงเช้าวันที่ 13 มีนาคม 2569
ในส่วนของคนไทยที่ยังพำนักอยู่ใน อิหร่าน สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเตหะราน ซึ่งได้ย้ายที่ทำการชั่วคราวไปตั้งศูนย์ปฏิบัติการที่เมืองวาน ประเทศตุรกี ยังคงติดต่อและประสานงานอย่างใกล้ชิดกับคนไทยที่ยังไม่ประสงค์เดินทางกลับประเทศไทย พร้อมทั้งเตรียมอำนวยความสะดวกหากมีผู้ประสงค์เดินทางกลับเพิ่มเติมในระยะต่อไป
ขณะเดียวกัน การดูแลคนไทยในประเทศอื่นของภูมิภาคยังดำเนินต่อเนื่อง ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นอกจากเที่ยวบินของสายการบิน Etihad ที่มีอยู่ก่อนหน้าแล้ว ปัจจุบันสายการบิน Emirates และ Air Arabia ได้เปิดให้บริการเที่ยวบินจากนครดูไบกลับประเทศไทยทุกวันในลักษณะจำกัด โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ได้ประสานงานและแจ้งข้อมูลให้คนไทยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
ที่ บาห์เรน สายการบิน Gulf Air ได้ประกาศเพิ่มเที่ยวบินเพื่อรองรับการเดินทาง โดยมีการพิจารณาทางเลือกการเดินทางทางบก และการเดินทางต่อด้วยเที่ยวบินพิเศษในเส้นทางเมืองดัมมาม ประเทศซาอุดีอาระเบีย-กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคมเป็นต้นไป ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมานามา ได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวให้คนไทยในพื้นที่รับทราบแล้ว
ส่วนที่ กาตาร์ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโดฮา ได้อำนวยความสะดวกให้คนไทยและครอบครัวเดินทางกลับประเทศไทยจำนวน 124 คน โดยเที่ยวบินแรกเดินทางถึงประเทศไทยเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ เที่ยวบินดังกล่าวเป็นเที่ยวบินพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารตกค้างและผู้ที่ต้องการเดินทางออกจากกรุงโดฮา ยังไม่ใช่การกลับมาให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบของสายการบิน
ขณะที่ใน อิสราเอล สายการบิน El Al และ Arkia ของอิสราเอล ซึ่งให้บริการเที่ยวบินจากกรุงเทลอาวีฟมายังประเทศไทย ได้กลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้ว โดยผู้โดยสารสามารถสำรองบัตรโดยสารและตรวจสอบสถานะเที่ยวบินผ่านเว็บไซต์ทางการของสายการบิน ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ พร้อมให้ความช่วยเหลือแก่คนไทยเป็นรายกรณี
ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางระบุว่า รัฐบาลไทยยังคงยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาค เพื่อให้สามารถเดินทางออกจากพื้นที่อันตรายได้โดยเร็วที่สุดและด้วยความปลอดภัย
ในด้านพัฒนาการของสถานการณ์ในภูมิภาค กระทรวงการต่างประเทศระบุว่าสถานการณ์โดยรวมยังคงมีความรุนแรงและไม่แน่นอน แม้จะเริ่มมีสัญญาณจากบางฝ่ายถึงความประสงค์ที่จะยุติความขัดแย้ง โดยฝ่ายอิหร่านได้เสนอเงื่อนไขหลักสามประการ ได้แก่ การยอมรับสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่าน การชดใช้ความเสียหาย และการให้หลักประกันจากประชาคมระหว่างประเทศว่าจะไม่เกิดการรุกรานอีกในอนาคต
ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วันที่ 13 มีนาคม 2569 จะมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษว่าด้วยสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นข้อริเริ่มของประเทศไทย เพื่อหารือผลกระทบต่อภูมิภาคและแลกเปลี่ยนแนวทางรับมือ รวมถึงการเตรียมความพร้อมระยะยาวของอาเซียนต่อวิกฤติระหว่างประเทศ
ด้านการดำเนินการทางการทูต กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 แสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ในภูมิภาค ซึ่งทวีความรุนแรงจากการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา และการตอบโต้ของอิหร่าน โดยระบุว่าสถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อชีวิตและความปลอดภัยของพลเรือน รวมถึงประชาชนของประเทศอื่นๆ เช่นกรณีเรือสัญชาติไทยที่มีลูกเรือไทยประสบเหตุในช่วงที่ผ่านมา
กระทรวงการต่างประเทศยังย้ำถึงความสำคัญของการเคารพกฎบัตรสหประชาชาติและหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการคุ้มครองพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้น ลดระดับความตึงเครียด และกลับสู่การเจรจาเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย
อย่างไรก็ดี ในช่วงเช้าวันที่ 12 มีนาคม กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยเข้าหารือเพื่อรับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรือพาณิชย์สัญชาติไทย ขณะที่ในช่วงเย็นวันเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมีกำหนดหารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโอมาน เพื่อขอบคุณรัฐบาลโอมานที่ให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย และติดตามความคืบหน้าการค้นหาลูกเรือไทยอีกสามคน




