'ทรัมป์' ประกาศเลื่อนถก 'สี จิ้นผิง' ออกไปอีก 1 เดือน หลังจีนเมินข้อเรียกร้องส่งเรือรบช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ชี้ต้องให้ความสำคัญกับปฏิบัติการในสงครามอิหร่านเป็นลำดับแรก
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจเลื่อนกำหนดการเดินทางเยือนจีนเพื่อหารือกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ออกไปประมาณ 1 เดือน โดยมีเหตุผลหลักจากการต้องอยู่บัญชาการสถานการณ์สงครามกับอิหร่านจากกรุง วอชิงตัน ดี.ซี. ขณะเดียวกันยังมีแรงกดดันต่อจีนให้ส่งเรือรบช่วยรักษาความปลอดภัยใน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
จากรายงานล่าสุดในประเด็นดังกล่าวของ Reuters ระบุว่า ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า “เราได้ขอให้เลื่อนออกไปราว 1 เดือน” พร้อมย้ำว่าในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับปฏิบัติการ Epic Fury ในสงครามอิหร่านเป็นลำดับแรก
ทรัมป์เคยให้สัมภาษณ์กับ Financial Times เมื่อวันอาทิตย์ก่อนหน้า โดยระบุว่า อาจเลื่อนการประชุม หากจีนไม่ตอบรับข้อเรียกร้องให้ส่งเรือรบช่วยเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ พร้อมกล่าวว่า “เราอยากได้คำตอบก่อนหน้านั้น เพราะการรอจนถึงวันประชุมอาจช้าเกินไป”
อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงการคลังสหรัฐฯ สกอตต์ เบสเซนต์ ชี้แจงว่า การเลื่อนกำหนดการครั้งนี้เป็นเหตุผลด้านโลจิสติกส์และความเหมาะสมในช่วงสงคราม ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อกดดันจีนในประเด็นช่องแคบฮอร์มุซหรือข้อพิพาททางการค้า โดยระบุว่า “การเดินทางไปต่างประเทศในช่วงเวลานี้ไม่เหมาะสม”
ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน หลิน เจี้ยน กล่าวในการแถลงข่าวประจำวันว่า เจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศยังคงอยู่ระหว่างการหารือเกี่ยวกับกำหนดการใหม่ และย้ำว่าการพบกันระดับผู้นำมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ แม้จีนยังไม่ได้ตอบรับโดยตรงต่อข้อเรียกร้องเรื่องการส่งเรือรบ
ช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันคิดเป็นราว 1 ใน 5 ของปริมาณการค้าทั่วโลก โดยจีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันจากอิหร่านรายใหญ่ที่สุด ทำให้ความไม่แน่นอนในพื้นที่ดังกล่าวส่งผลต่อราคาพลังงานในตลาดโลกอย่างรวดเร็ว
ในเชิงยุทธศาสตร์ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดควบคุมการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางที่อิหร่านมีอิทธิพลสูง โดยสหรัฐฯ พยายามผลักดันให้พันธมิตร รวมถึงจีนและประเทศสมาชิกนาโต เข้ามามีบทบาทในการคุ้มกันเส้นทางเดินเรือ เพื่อลดแรงกระทบต่อเศรษฐกิจและราคาพลังงานโลก
เดิมการประชุมสุดยอดมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มีนาคม - 2 เมษายน 2569 ที่กรุงปักกิ่ง แต่การเลื่อนออกไปราว 1 เดือนทำให้กรอบเวลาใหม่คาดว่าจะขยับไปอยู่ในช่วงประมาณวันที่ 30 เมษายน - 2 พฤษภาคม 2569 ซึ่งยังต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทั้งสองฝ่าย
การพบปะครั้งนี้ถูกมองว่า เป็นความพยายามรีเซ็ตความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก หลังการหารือแบบเผชิญหน้าครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา
ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่ทั้งในประเด็นการค้า มาตรการภาษีนำเข้า และสถานการณ์ไต้หวัน การเลื่อนกำหนดการครั้งนี้จึงยิ่งเพิ่มคำถามต่อทิศทางความสัมพันธ์ในระยะสั้น
ด้าน BBC รายงานว่า สงครามอิหร่านได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่บีบให้ทรัมป์ต้องปรับลำดับความสำคัญด้านนโยบายต่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางและการเจรจาระหว่างประเทศหลายรายการ
ขณะที่โฆษกทำเนียบขาว คาโรไลน์ เลวิตต์ ระบุว่า ประธานาธิบดียังคงตั้งตารอการเยือนจีน และจะประกาศกำหนดการใหม่ในเร็วๆ นี้
การเลื่อนครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และจีนเพิ่งพบหารือกันในกรุงปารีสเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการลงทุนและการค้าทวิภาคี
อ้างอิง:
The Washington Post: Trump-Xi summit delayed as U.S. president pushes China to help open Hormuz
The New York Times: Trump’s Threat to Delay Summit With Xi Casts New Shadow Over China Relations
Reuters: Trump seeks to delay meeting with China's Xi by 'a month or so'




