ปชป. มีมติเอกฉันท์ "งดออกเสียง" เลือกนายกฯ 19 มี.ค. เคาะ "อภิสิทธิ์" อภิปรายคุณสมบัติผู้ชิงตำแหน่ง หากสภาฯ เปิดทาง ด้าน "สาทิตย์" ชี้เป็นบรรทัดฐานที่พรรคเคยทำตั้งแต่ปี 44-48 แล้ว ที่งดออกเสียง
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวว่า ที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคประชาธิปัตย์ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ "งดออกเสียง" ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ พร้อมกันนี้ พรรคยังได้เสนอชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ให้เป็นผู้อภิปรายตรวจสอบความโปร่งใสและคุณสมบัติของผู้ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หากสภาผู้แทนราษฎรเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายในประเด็นดังกล่าว
นายสาทิตย์ เปิดเผยรายละเอียดภายหลังการประชุม สส.พรรค ถึงทิศทางการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี โดยชี้แจงว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงแนวทางปฏิบัติของสภาผู้แทนราษฎร และเห็นว่าตามรัฐธรรมนูญที่ระบุให้สภาพิจารณาให้ความเห็นชอบนั้น ควรเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายถึงคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีได้ เนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่ที่มีความสำคัญต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และควรมีการตรวจสอบความโปร่งใสผ่านกลไกของสภาฯ อย่างรอบด้าน
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ทางพรรคได้รับการประสานงานจากพรรคประชาชนถึงการกำหนดตัวผู้อภิปรายแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าประธานสภาฯ จะเปิดให้อภิปรายคุณสมบัติหรือไม่ เพราะประธานสภาฯ ได้เชิญหัวหน้าพรรคแต่ละพรรคไปหารือกันในวันพรุ่งนี้เวลา 09.00 น. ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเสียงข้างมากในสภาฯ โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย จะใจกว้างเปิดโอกาสให้มีการพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบด้าน
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวอีกว่า สำหรับมติพรรคในการลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นที่มาของการงดออกเสียงดังกล่าวนั้น ที่ประชุมได้มีการทบทวนบรรทัดฐานการลงมติในอดีต ตั้งแต่ปี 2544 ที่เคยลงมติไม่เห็นด้วย และปี 2548 ที่ทิ้งบัตรงดออกเสียง รวมถึงครั้งที่มีการเสนอชื่อคนของพรรคเข้าชิงตำแหน่ง แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา พรรคยึดถือจุดยืนทางการเมืองโดยการ "งดออกเสียง" เป็นหลัก
นายสาทิตย์ ย้ำว่า ในครั้งนี้ ที่ประชุม สส. จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะงดออกเสียงในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ อย่างไรก็ตาม หากสภาฯ เปิดให้มีการอภิปรายคุณสมบัติ พรรคเห็นพ้องว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค เป็นผู้ที่มีความเหมาะสมที่สุดที่จะลุกขึ้นอภิปรายเพื่อชี้แจงเหตุผลและรายละเอียดของมติพรรคในครั้งนี้ให้ประชาชนได้รับทราบ
เมื่อถูกถามถึงเหตุผลเบื้องหลังมติดังกล่าว นายสาทิตย์ ชี้แจงว่า พรรคได้พิจารณาคุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่อทั้งสองท่านอย่างละเอียดในทุกมิติ และเห็นว่าการงดออกเสียงมีความจำเป็นและสำคัญที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนรายละเอียดในเชิงลึกนั้น นายอภิสิทธิ์ จะเป็นผู้แถลงเหตุผลทั้งหมดด้วยตนเองกลางที่ประชุมสภาฯ เพื่อยืนยันถึงความโปร่งใสและหลักการตรวจสอบตามครรลองระบอบประชาธิปไตย




