News Logo
หน้าแรก
'อภิสิทธิ์' ลั่นไม่โหวต 'อนุทิน'-ชี้ติดคดีฮั้ว สว. ย้ำจริยธรรมสำคัญ

'อภิสิทธิ์' ลั่นไม่โหวต 'อนุทิน'-ชี้ติดคดีฮั้ว สว. ย้ำจริยธรรมสำคัญ

19 มี.ค. 2569 11:51
ผู้ชม 140 คน

"อภิสิทธิ์" ลั่นประชาธิปัตย์งดโหวต "อนุทิน" นั่งนายกฯ ชี้คดีค้างคาปมฮั้ว สว.-โดน กกต.-DSI สอบ ทำลายศรัทธาประชาชน ย้ำมาตรฐานการเมืองต้องเหนือกว่ากฎหมาย-ส่วนเหตุผลที่ไม่โหวตให้ “ณัฐพงษ์” เพราะโดนชี้มูลปมแก้ ม.112 ยืนยันงดโหวต ไม่ใช่รอร่วมรัฐบาล แต่มีความตั้งใจเป็นฝ่ายค้านอยู่แล้ว

สำนักข่าว Next News นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ขึ้นอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก่อนที่จะมีการลงมติโหวตนายกรัฐมนตรี ถึงเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถให้ความเห็นชอบกับการเสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเน้นย้ำถึงหลักการพิจารณาด้านจริยธรรมที่สำคัญยิ่งกว่าเพียงแค่คุณสมบัติทางกฎหมาย

 นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้อ 16 ที่ระบุให้สมาชิกต้องพิจารณาและให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งโดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ และ "พฤติกรรมทางจริยธรรม" ของบุคคลนั้นๆ ประกอบกับรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวย้ำจุดยืนของพรรคคือการสร้างการเมืองที่สุจริต โดยถือว่า "ความรับผิดชอบทางการเมือง หรือมาตรฐานทางการเมืองนั้นต้องต่างและสูงกว่าเรื่องความรับผิดชอบหรือมาตรฐานทางกฎหมาย"

ประเด็นหลักที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถสนับสนุนนายอนุทินได้คือ "คดีความ" ที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งนายอภิสิทธิ์ระบุว่ามีผลร้ายแรงถึงขั้นทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หากสมาชิกวุฒิสภาขาดความเป็นกลางทางการเมืองและตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของพรรคการเมือง จะส่งผลให้องค์กรอิสระขาดความเป็นกลางและไม่สามารถตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารได้ โดยปัจจุบัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล ตกอยู่ในสถานะของผู้ถูกกล่าวหาในการดำเนินการของสองหน่วยงานหลักได้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่าในส่วนของ กกต. คณะอนุกรรมการสืบสวนชุดที่ 26 ได้มีความเห็นว่านายอนุทินและผู้ถูกกล่าวหาอื่นๆ ได้ดำเนินการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา แต่สิ่งที่สร้างความคลางแคลงใจคือการที่ กกต. ได้ตั้งอนุกรรมการชุดที่ 36 ขึ้นมาใหม่เพื่อพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งการตั้งอนุกรรมการชุดที่ 36 นี้ได้ถูกฟ้องร้องต่อศาลอาญาทุจริตแล้ว และแม้จะมีข่าวว่าอนุกรรมการชุดที่ 36 อาจจะยกเรื่องนี้ แต่อำนาจสุดท้ายยังคงอยู่ที่ กกต.

ส่วนคดีของดีเอสไอ อัยการได้ส่งสำนวนคืนกลับมายังดีเอสไอเมื่อต้นปี 2569 เนื่องจากเห็นว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผู้คนประมาณ 1,200 คน วงเงิน 300 ล้านบาท ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับอั้งยี่และการฟอกเงิน อัยการเห็นว่าต้องมีการสอบสวนให้ครอบคลุมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่สามารถแบ่งแยกดำเนินคดีเฉพาะบุคคลหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้

 นายอภิสิทธิ์ย้ำว่า การที่บุคคลซึ่งมีคดีค้างเช่นนี้มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะเป็นการบั่นทอนความศรัทธาของประชาชน รบกวนการบริหารราชการแผ่นดิน และทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงความสามารถในการหาบุคคลที่เหมาะสมกว่า

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่าด้วยหลักเกณฑ์และมาตรฐานเดียวกันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่สามารถสนับสนุนนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้เช่นกัน เมื่อนายณัฐพงษ์ได้ตกเป็นผู้ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลเรื่องแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งเรื่องได้ถูกส่งเข้าสู่ศาลฎีกา และอาจทำให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

นายอภิสิทธิ์ยืนยันว่าการงดออกเสียงไม่ใช่เรื่องของการรอร่วมรัฐบาล แต่พรรคประชาธิปัตย์มีความตั้งใจที่จะทำงานในฐานะฝ่ายค้าน โดยตนทำงานเป็นฝ่ายค้านแทบจะชำนาญที่สุดในสภาแห่งนี้

"ต้องกังวลหรอกครับการงดออกเสียง ไม่ใช่เป็นการรอร่วมรัฐบาล ผมทำงานเป็นฝ่ายค้านแทบจะนานที่สุดในสภาแห่งนี้ ตรวจสอบจริง ไม่ตรวจสอบทำคอนเทนต์ เดินหน้าด้วยความตั้งใจ" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

“เป็นที่น่าเสียดายที่สองพรรคการเมืองที่เสนอชื่อบุคคลดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันนี้ มีแคนดิเดตนายกฯ ที่ไม่มีปัญหาเหล่านี้ในตัวท่านรัฐมนตรีสีหศักดิ์ (นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคภูมิใจไทย) และท่าน ส.ส. วีรยุทธ (นายวีรยุทธ มะลิทอง แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคประชาชน) ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จำเป็นต้องงดออกเสียง” นายอภิสิทธิ์กล่าวทิ้งท้าย

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย