กห.สหรัฐฯ ยื่นขอ 7.2 ล้านล้านบาท ลุยทำสงครามอิหร่านต่อ คองเกรสจ่อถกเครียด หวั่นงบบานปลาย-สงครามส่อแววยืดเยื้อ
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ยื่นคำขอต่อทำเนียบขาวเพื่อเสนอให้สภาคองเกรสอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมสูงถึง 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6.56-7.2 ล้านล้านบาท เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ท่ามกลางแรงต้านทางการเมืองที่ทวีความรุนแรง และความกังวลว่าสงครามอาจยืดเยื้อ
รายงานจาก The Washington Post ระบุว่า งบประมาณดังกล่าวมีเป้าหมายหลักเพื่อเร่งการผลิตอาวุธที่ขาดแคลน และเติมคลังแสงหลังการสู้รบอย่างหนักในช่วงแรกของปฏิบัติการ Operation Epic Fury ซึ่งมีค่าใช้จ่ายพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว โดยเพียง 6 วันแรก สหรัฐฯ ใช้งบไปแล้วกว่า 11,000 ล้านดอลลาร์ หรือเฉลี่ยมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ต่อวัน
ขณะเดียวกัน แผนงบประมาณนี้ยังครอบคลุมความเป็นไปได้ในการส่งกำลังภาคพื้นดินหลายพันนาย เพื่อเข้าควบคุมพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น เกาะคาร์ก ศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน รวมถึง ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานหลักของโลก เพื่อรักษาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานแทนการทำลาย
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจุดชนวนความขัดแย้งในสภาคองเกรสทันที โดย ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน ระบุว่า การขออนุมัติงบเพิ่มเติมเป็นสิ่ง หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ยังจำเป็นต้องหารือรายละเอียดและกรอบเวลาอย่างรอบคอบร่วมกับทำเนียบขาว
ด้านสมาชิกรีพับลิกันบางส่วนเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารชี้แจงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนก่อนลงมติ โดยแสดงความกังวลว่าสงครามอาจบานปลายเป็นความขัดแย้งระยะยาวที่ใช้งบประมาณมหาศาล
ฝั่งพรรคเดโมแครตแสดงจุดยืนคัดค้านอย่างชัดเจน ระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังไม่สามารถให้เหตุผลที่เพียงพอต่อการทำสงคราม และยังไม่ได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาตามกฎหมายว่าด้วยอำนาจสงคราม
เสียงคัดค้านในสภาคองเกรสเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยมองว่าการของบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อสนับสนุนสงครามเป็นเรื่องเกินความจำเป็น และเสนอให้ตัดงบเพื่อยุติความขัดแย้ง พร้อมชี้ว่า งบกลาโหมของสหรัฐฯ ในปีนี้อยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์อยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน ประเด็นภาระหนี้สาธารณะก็ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นข้อกังวลสำคัญ โดยสมาชิกบางส่วนเตือนว่าการกู้เงินเพิ่มเติมเพื่อทำสงครามอาจเพิ่มแรงกดดันทางการคลังในระยะยาว และอาจนำไปสู่การปรับลดงบสวัสดิการและโครงการภายในประเทศเพื่อชดเชยงบประมาณดังกล่าว
อีกด้านหนึ่ง นักการเมืองจำนวนมากตั้งข้อสังเกตว่า สภาคองเกรสยังไม่เคยอนุมัติการใช้กำลังทหารต่ออิหร่านอย่างเป็นทางการ ทำให้ความขัดแย้งครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นสงครามที่ไม่ได้เกิดจากความจำเป็นเร่งด่วน แต่เป็นการตัดสินใจเชิงนโยบายเองของฝ่ายบริหาร ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ
ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนพบว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ยังไม่สนับสนุนสงคราม โดยมีเพียงประมาณ 1 ใน 4 ที่เห็นด้วยกับการดำเนินการทางทหาร
ทั้งนี้ หากงบประมาณ 200,000 ล้านดอลลาร์ได้รับการอนุมัติ จะมีขนาดเกือบ 1 ใน 4 ของงบกลาโหมประจำปีของสหรัฐฯ และอาจนำไปสู่การเจรจาอย่างยืดเยื้อในสภาคองเกรส
จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในระยะสั้น ขณะที่การตัดสินใจของสภาคองเกรสต่อการอนุมัติงบประมาณก้อนนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางของสงคราม รวมถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป
อ้างอิง:
Washington Post: Pentagon seeks over $200 billion in Iran war supplemental budget request
US News: Huge Trump Iran War Funding Request Faces Stiff Opposition in Congress
The Hill: ‘Inevitable’ Iran funding request sets up another big clash in the Capitol




