อิหร่านปิดตายช่องแคบฮอร์มุซดันน้ำมันพุ่งกระฉูด 40% ฝั่ง 6 ประเทศพันธมิตรสหรัฐฯ ออกโรงประณาม ขณะที่ทรัมป์บีบพันธมิตรส่งเรือรบหนุน ท่ามกลางความตึงเครียดที่เสี่ยงลุกลามเป็นสงครามใหญ่
ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่ช่วงสัปดาห์ที่ 3 ณ วันที่ 20 มีนาคม 2569 โดยอิหร่านสามารถปิดกั้น ช่องแคบฮอร์มุซ ได้สำเร็จ ทำให้เรือพาณิชย์จำนวนมากไม่สามารถผ่านได้ตามปกติ ส่งผลให้เส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกหยุดชะงัก และราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
ล่าสุดผู้นำ 6 ประเทศพันธมิตรสหรัฐฯ ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ และ สหราชอาณาจักร ออกแถลงการณ์ร่วมประณามการโจมตีเรือพาณิชย์และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านยุติการคุกคาม เปิดเส้นทางเดินเรือโดยทันที เพื่อปกป้องเสถียรภาพของอุปทานพลังงานโลก
แถลงการณ์ระบุว่า การยกระดับความขัดแย้งของอิหร่าน ไม่เพียงเพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคง แต่ยังกระทบโดยตรงต่อระบบพลังงานโลก โดยเรียกร้องให้ยุติการวางทุ่นระเบิด การโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธ รวมถึงการสกัดกั้นเรือพาณิชย์ในพื้นที่
ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกร้องให้ประเทศที่ได้รับผลกระทบร่วมกันส่งเรือรบเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือ โดยคาดหวังการสนับสนุนจาก จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และ สหราชอาณาจักร
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของนานาชาติยังคงระมัดระวัง โดยยังไม่มีประเทศใดประกาศส่งกำลังทางทหารเข้าร่วมอย่างชัดเจน ขณะที่ NATO ถูกกดดันจากสหรัฐฯ ให้มีบทบาทมากขึ้น แต่หลายชาติยังไม่ต้องการให้สถานการณ์ลุกลามเป็นความขัดแย้งวงกว้าง
ฝั่งยุโรปอย่างอิตาลีและเยอรมนีประกาศชัดว่า จะไม่เข้าร่วมปฏิบัติการทางทหาร ส่วนสหราชอาณาจักรระบุเพียงว่า กำลังพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสม ขณะที่ญี่ปุ่นยืนยันพร้อมสนับสนุนความพยายามที่เหมาะสมแต่ยังติดข้อจำกัดด้านรัฐธรรมนูญ
ด้านจีน ซึ่งพึ่งพาน้ำมันจากภูมิภาคนี้ในสัดส่วนสูง ยังไม่แสดงท่าทีตอบรับข้อเรียกร้อง แม้จะถูกกดดันทางการเมืองจากสหรัฐฯ ก็ตาม
ขณะที่อิหร่านยืนยันผ่านรัฐมนตรีต่างประเทศว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังเปิด แต่ปิดเฉพาะสำหรับศัตรู โดยอนุญาตให้เรือจากบางประเทศ เช่น อินเดีย จีน และ ปากีสถาน ผ่านได้ในระดับจำกัด สะท้อนยุทธศาสตร์ควบคุมเส้นทางพลังงานเชิงเลือกข้าง
ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ปริมาณเรือที่ผ่านเริ่มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังห่างไกลจากภาวะปกติ ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านความปลอดภัย ผลกระทบที่เกิดขึ้นทันทีคือราคาน้ำมันโลกทะยานเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นกว่า 40% นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นปลายเดือนกุมภาพันธ์ ชี้ให้เห็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง
ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดคอขวดพลังงานโลกที่ขนส่งน้ำมันและก๊าซคิดเป็นเกือบ 20% ของการค้าทั่วโลก การปิดกั้นในครั้งนี้จึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิดว่าอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวิกฤตพลังงาน
ในระยะสั้น หลายประเทศเลือกใช้การเจรจาโดยตรงกับอิหร่านเพื่อขอทางผ่านปลอดภัย แทนการเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหาร เพื่อพยายามลดความเสี่ยงของการเผชิญหน้าระดับภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงเปราะบาง ขณะที่แรงกดดันทางการทูตและเศรษฐกิจจากนานาชาติยังเดินหน้า เพื่อคลี่คลายวิกฤตที่กำลังส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วทั้งระบบพลังงานและเศรษฐกิจโลก
อ้างอิง:
New York Post: Six US allies demand Iran stop attacks on Gulf energy, open Strait of Hormuz
BBC: Strait of Hormuz: What have US allies and China said about sending ships
Al Jazeera: European nations, Japan to join 'appropriate efforts' to open Hormuz strait
Reuters: Trump urges other nations to help secure shipping through Strait of Hormuz
Al Jazeera: Trump seeks naval coalition to open Strait of Hormuz




