พลิกปูมประวัติ-เส้นทางชีวิต 'อนุทิน ชาญวีรกูล' นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัย 2 รับตำแหน่งขณะโลกเผชิญวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง-แจ้งทรัพย์สินกรณีพ้นสส.ปี 2568 รวย 3.3 พันล้าน
ในวันที่ 20 มี.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ได้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 อย่างเป็นทางการ หลังจากที่นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อัญเชิญพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี มาที่พรรคภูมิใจไทย
สำนักข่าว Next News รวบรวมประวัติและข้อมูลบัญชีทรัพย์สินของนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2 มารายงานให้สาธารณชนได้รับทราบโดยทั่วกัน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ชื่อเล่น หนู เกิดเมื่อ 13 กันยายน 2509 เป็นบุตรของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรักษาการแทนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และผู้ก่อตั้งบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (STECON) และนางทัศนีย์ ชาญวีรกูล มีน้องชายและน้องสาว รวม 2 คน ได้แก่ นายมาศถวิน ชาญวีรกูล กรรมการ STECON GROUP และนางอนิลรัตน์ นิติสาโรจน์ เจ้าของสนามกอล์ฟแรนโช ชาญวีร์
@ ชีวิตส่วนตัว
นายอนุทินสมรสครั้งแรกกับนางสนองนุช วัฒนวรางกูร เมื่อปี 2533 มีบุตร 2 คน คือ นางสาวนัยน์ภัค และนายเศรณี ชาญวีรกูล ต่อมาในปี 2556 นายอนุทินหย่ากับนางสนองนุช และสมรสใหม่กับนางศศิธร จันทรสมบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ ปากช่อง ต่อมาในเดือนมกราคม 2562 นายอนุทินหย่ากับนางศศิธร อีกสามปีต่อมาก็เปิดตัวนางสาวสุภานัน นิรามิษ (ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น 'ธนนนท์') ซึ่งเป็นคู่สมรสคนปัจจุบัน ภายหลังทั้งคู่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่บ้านพักส่วนตัว
@ การศึกษา
2567 ปริญญาสาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
2561 ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
2560 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
2560 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชารัฐประศานศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น
2557 ปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
2548 ปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยรามคำแหง
2533 Mini MBA มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
2532 B.S. in Industrial Engineering, Hofstra University, New York, U.S.A
2528 Worcester Academy, Massachusetts U.S.A.
2527 โรงเรียนอัสสัมชัญ กรุงเทพฯ
@ การอบรมจากหลักสูตรอื่นๆ
2564 หลักสูตร Mission We
2562 หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 61 (วปอ.61)
2561 หลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 6 (นธป.6)
2560 หลักสูตรการบริหารการท่องเที่ยวสำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 (กทส.1)
2560 หลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 5 (ปธพ.5)
2560 หลักสูตรการปฏิรูปธุรกิจและสร้างเครือข่ายนวัตกรรม รุ่นที่ 1 (BRAIN 1)
2559 โครงการฝึกอบรมการพัฒนาผู้บริหารระดับสูง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
2559 หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและการพาณิชย์ รุ่นที่ 9 (TepCot 9)
2556 หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ 17 (บ.ย.ส.17)
2555 หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง ด้านวิทยาการพลังงาน รุ่นที่ 1 (วพน.1)
2555 หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง ด้านการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 3 (พ.ต.ส.3)
2555 หลักสูตรผู้บริหารระดังสูง ด้านการบริหารงานพัฒนาเมือง รุ่นที่ 1 (มหานคร 1)
2553 หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการตลาดทุน รุ่นที่ 9 (วตท.9)
@ เส้นทางการเมือง
ในปี 2539 นายอนุทินเข้าสู่วงการการเมืองโดยการรับตำแหน่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (นายประจวบ ไชยสาส์น) และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (ปี 2547 และปี 2548) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (ปี 2547) ต่อมาถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารของพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง ปี 2549
หลังจากพ้นกำหนดการตัดสิทธิทางการเมืองในปี 2555 นายอนุทินสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ที่ในขณะนั้นมีหัวหน้าพรรคคือนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ผู้เป็นบิดาที่ย้ายมาจากพรรคพลังประชาชนร่วมกับกลุ่มเพื่อนเนวิน และเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2555 นายอนุทินได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคต่อจากบิดา
ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป ปี 2557 นายอนุทินได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคภูมิใจไทย ลำดับที่ 1 แต่การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
ส่วนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไปปี 2562 2566 และ 2569 นายอนุทินได้รับการเลือกตั้งทั้ง 3 สมัย โดยทุกสมัยล้วนสังกัดพรรคภูมิใจไทย
@ เส้นทางการเป็นรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2562
กระทรวงสาธารณสุข
ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 นายอนุทินได้รับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคภูมิใจไทย ลำดับที่ 1 และได้รับการเสนอชื่อให้เป็นบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอชื่อต่อรัฐสภาให้เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งหลังการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีคะแนนมากเป็นลำดับแรก ได้ติดต่อมายังนายอนุทินเพื่อเสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรี ซี่งต่อมาทางนายอนุทินได้พลิกโหวตและเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ และสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อเป็นสมัยที่ 2 โดยนายอนุทินได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และดำรงตำแหน่งประธานสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
ในช่วงที่นายอนุทินดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอนุทินได้ให้สัมภาษณ์เชิงตำหนิบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อจากการปฏิบัติหน้าที่รักษาโควิด-19 ซึ่งต่อมาเจ้าตัวได้ออกมาชี้แจงในวันเดียวกัน อีกทั้งยังเคยมีมุมมองส่วนตัวต่อโรคดังกล่าวว่าเป็นเหมือนโรคหวัด ต่อมาหลังจากที่มีข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากแรงงานข้ามชาติที่อพยพเข้ามาภายในประเทศ นายอนุทินกล่าวถึงมาตรการป้องกันโควิด-19 ในวันที่ 5 ธ.ค. 2563 ณ สนามหลวง ไว้ว่า “เวลานี้ความพร้อมของเรามีเต็มที่ อย่างไรก็สามารถควบคุมได้ อีก 6 เดือนก็มีวัคซีนออกมา จึงขอให้มั่นใจไม่จำเป็นต้องปิดจังหวัด เพราะโควิดกระจอก ถ้าเราเข้าใจและมีอาวุธพร้อม สามารถรับมือได้” ต่อมาภายหลังนายอนุทินชี้แจงว่า “คำว่ากระจอกที่หมายถึง คือไวรัสทำอะไรคนไทยไม่ได้ หากทุกคนเข้าใจและเรียนรู้ในการดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี รู้ว่าจะรับมือโควิดอย่างไร มันก็จะเป็นโรคกระจอก”
ซึ่งต่อมาการระบาดของโควิด-19 กระจายไปอย่างรวดเร็วทั่วทั้งประเทศ นายอนุทินร่วมแถลงข่าวกับคณะแพทย์จนปรากฏภาพการร้องไห้ออกมา และเผยต่อสื่อว่า ขอให้เชื่อมั่นจะไม่ทำให้ผิดหวัง
กระทรวงมหาดไทย
ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 นายอนุทินได้รับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคภูมิใจไทย ลำดับที่ 1 และได้รับการเสนอชื่อให้เป็นบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอชื่อต่อรัฐสภาให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง และหลังการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยประกาศไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคแกนนำหรือพรรคร่วมใด ๆ ที่มีนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แต่ก็จะไม่จัดตั้งหรือสนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อยเช่นเดียวกัน
ต่อมาเมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยจึงเข้าร่วมรัฐบาล จากนั้นเขาได้รับการแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกตำแหน่งหนึ่ง จนทำให้ปลายปีผู้สื่อข่าวสายทำเนียบตั้งฉายาให้ว่ารัฐบาล 'แกงส้มผักรวม' สื่อความหมายถึง การฉีก บันทึกความเข้าใจ (MOU) ล้มพรรคส้ม (ก้าวไกล) ในการเป็นรัฐบาล แล้วมารวมกับภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลแทน
ในวาระเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทินได้กล่าวว่า "ผมเป็นคนทำงานวันนี้ สั่งงานวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน เพราะงั้นก็ขอให้ทุกคนได้มีความมั่นใจ" ทำให้วลีดังกล่าวเป็นกระแสในสื่อสังคม วันต่อมาในการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัล ลาดพร้าว นายอนุทินมอบหมายให้นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้คัดกรองบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งในส่วนท้องถิ่น
@ บัญชีทรัพย์สิน
เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2569 สำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ราย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรณีพ้นตำแหน่งสส. พรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2569
นายอนุทิน และนางสาวธนนนท์ นิรามิษ คู่สมรส แจ้งมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 3,361,669,023 บาท แจ้งมีหนี้สินทั้งสิ้น 1,479,022 บาท
นายอนุทิน แจ้งมีทรัพย์สิน 3,284,227,436 บาท ประกอบด้วย เงินฝาก 33 บัญชี รวมมูลค่า 1,108,527,887 บาท เงินลงทุน 3 รายการ ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) 20,097,000 บาท บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนิตี้ จำกัด 3,000 หน่วย 12,900 บาท สัญญาจัดการหุ้นส่วนหรือหุ้นของรัฐมนตรี (หุ้น STPI) 178,306,142 หน่วย ไม่ปรากฏข้อมูลมูลค่า รวมทั้ง 3 รายการมูลค่า 20,109,900 บาท เงินให้กู้ยืม 1 รายการ บจก.ไทยสเปเชียล สตีล 135,988,731 บาท ที่ดิน 15 แปลงในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ นครราชสีมา สมุทรปราการ ปทุมธานี ชลบุรี กรุงเทพฯ ระนอง รวมมูลค่า 50,102,250 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 1 หลังในจังหวัดกรุงเทพฯ 60,601,000 บาท ยานพาหนะ รถยนต์ 4 คัน เรือยนต์ 2 ลำ เครื่องบิน 3 ลำ รวมมูลค่า 742,415,897 บาท สิทธิและสัมปทาน 27 รายการ เช่น เครื่องหมายการค้า สิทธิเก็บกินโฉนดที่ดิน กรมธรรม์รถยนต์ กรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองตัวเรือ กรมธรรม์ประกันภัยเครื่องบิน เป็นต้น รวมมูลค่า 960,941,769 บาท ทรัพย์สินอื่น เช่น พระเครื่อง แหวน นาฬิกา เป็นต้น รวมมูลค่า 205,540,000 บาท แจ้งมีหนี้สิน 358,139 บาท ประกอบด้วย เงินเบิกเกินบัญชี 58,139 บาท หนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ 300,000 บาท
นางสาวธนนนท์ แจ้งมีทรัพย์สิน 77,441,586 บาท ประกอบด้วย เงินฝาก 24 บัญชี รวมมูลค่า 14,504,986 บาท เงินลงทุน 2 รายการ ได้แก่ ร้านจ่าจ้าคอฟฟี่ 10,000,000 บาท ร้านจาริสต้า 5,000,000 บาท รวมมูลค่า 15,000,000 บาท ที่ดิน 3 แปลงในจังหวัดระนองและกรุงเทพฯ รวมมูลค่า 16,659,200 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 1 หลังในจังหวัดกรุงเทพฯ 688,500 บาท ยานพาหนะ รถยนต์ 1 คัน 499,000 บาท สิทธิและสัมปทาน เช่น สัญญาเช่าอาคาร กรมธรรม์ประกันภัย เป็นต้น รวมมูลค่า 3,925,000 บาท ทรัพย์สินอื่น เช่น นาฬิกา กระเป๋า เข็มกลัด เป็นต้น รวมมูลค่า 26,164,900 บาท แจ้งมีหนี้สิน 762,742 บาท ทั้งหมดเป็นเงินเบิกเกินบัญชี นายอนุทิน แจ้งมีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 1,799,040 บาท ประกอบด้วย เงินเดือน 2657 1,779,040 บาท เบี้ยประชุม 20,000 บาท แจ้งมีรายจ่ายต่อปีโดยประมาณ 17,701,098 บาท นางสาวธนนนท์ แจ้งมีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 1,404,700 บาท ทั้งหมดเป็นกิจการร้านจ่าจ๋าคอฟฟี่ แจ้งมีรายจ่ายต่อปีโดยประมาณ 2,370,670 บาท
เหล่านี้เป็นประวัติและผลงานที่ผ่านมาของนายอนุทิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2 ที่เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตสงครามตะวันออกลาง
ต้องคอยดูกันต่อไปว่าทิศทางของประเทศไทยจะเป็นอย่างไรภายใต้การบริหารของนายอนุทินและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่
อ้างอิงข้อมูลจาก
www.thaigov.go.th/th/cabinet/prime-minister
waymagazine.org/the-best-of-anutin-charnvirakul/
ทรัพย์สิน'อนุทิน' พ้น สส.ปี 68 เงินให้กู้กก.สนามกอล์ฟเขาใหญ่หายเกลี้ยง




