News Logo
หน้าแรก
ACT จี้หน่วยงานหยุดทริปดูงาน-แฝงเที่ยว หลังพบ 10 ปี ใช้งบ 2.5 พันล้าน

ACT จี้หน่วยงานหยุดทริปดูงาน-แฝงเที่ยว หลังพบ 10 ปี ใช้งบ 2.5 พันล้าน

25 มี.ค. 2569 12:01
ผู้ชม 103 คน

“มานะ” ชี้ถึงเวลาหน่วยงานรัฐหยุดทริปดูงานต่างประเทศแฝงท่องเที่ยว หลังพบ 10 ปี ใช้งบร่วม 2.5 พันล้าน จี้รัฐตั้งมาตรฐานธรรมาภิบาลการใช้เงินงบประมาณ-ชมศาลเลิกทริปไปยุโรปหลังถูกวิจารณ์หนัก ชี้เป็นแบบอย่างให้หน่วยงานอื่นๆ

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันประเทศไทย หรือ ACT ได้เผยแพร่บทความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Mana Nimitmongkol ภายใต้หัวข้อ "หยุดทริปศึกษาดูงานต่างประเทศที่แฝงท่องเที่ยว" เผยข้อมูลจากระบบ ACT Ai พบว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2559 ถึง 2568 หน่วยงานรัฐทุกประเภท เช่น รัฐสภา ศาล องค์กรอิสระ หน่วยราชการ ทหาร ตำรวจ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ได้จัดโครงการศึกษาดูงานต่างประเทศรวมกว่า 928 โครงการ ใช้งบประมาณไม่น้อยกว่า 2,500 ล้านบาท เฉลี่ยปีละประมาณ 250 ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินสูงมาก

"เปรียบเทียบงบประมาณนี้ในมิติสาธารณะ พบว่าเงินจำนวนดังกล่าวสามารถจัดอาหารกลางวันได้ประมาณ 10 ล้านมื้อในแต่ละปีให้เด็กนักเรียนระดับอนุบาลถึงประถมศึกษากว่า 50,000 คน ซึ่งถือเป็นการใช้จ่ายที่มีความคุ้มค่ามากกว่าการจัดทริปดูงานที่มักจะมีประเด็นเรื่องประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีข่าวทุจริตอาหารกลางวันเด็กอย่างต่อเนื่อง และงานดูงานที่ไม่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ที่แท้จริงแก่ประเทศชาติ" นายมานะกล่าวและกล่าวอีกว่า

ข้อมูลเพิ่มเติมชี้ให้เห็นว่า รายชื่อโครงการดูงานในระบบอาจต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากหน่วยงานใช้ชื่อต่าง ๆ เช่น “ศึกษาดูงาน” “การฝึกอบรมและดูงานนอกสถานที่” “การพัฒนาศักยภาพ” หรือ “โครงการแลกเปลี่ยน” ทำให้ระบบสืบค้นไม่สามารถระบุจำนวนโครงการได้ทั้งหมด อย่างไรก็ดีมีบางโครงการใช้งบสูงถึง 20.8 ล้านบาทต่อคณะดูงานหนึ่งคณะ โดยสถานที่ดูงานยอดนิยมยังคงเป็นโซนยุโรป เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ออสเตรีย และเอเชียอย่างญี่ปุ่น เกาหลี เป็นต้น โดยในช่วงปี 2563-2565 ไม่มีการเดินทางเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

การยกเลิกทริปดูงานศาลฎีกาและข้อเสนอการปฏิรูป

ล่าสุด มีกรณีที่สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการ ศาลยุติธรรม ประกาศยกเลิกทริปดูงานในยุโรปของคณะผู้พิพากษาศาลฎีกา หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก นายมานะได้กล่าสงแสดงความชื่นชมการตัดสินใจดังกล่าว โดยเห็นว่าเป็นการยึดมั่นหลักธรรมาภิบาลและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่หน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ

นอกจากนี้ นายมานะยังเสนอให้ศาลยุติธรรมทบทวนแนวปฏิบัติเรื่องการเดินทางดูงานและประชุมให้มีความรัดกุมและเคร่งครัด เพื่อคำนึงถึงความคุ้มค่าของเงินภาษีประชาชนและยึดหลักธรรมาภิบาลให้เข้มแข็ง ซึ่งจะสร้างบรรทัดฐานสำคัญให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้ปฏิบัติตาม

โดยมีข้อสังเกตเป็นข้อ ๆ ดังนี้

  1. ประเด็นที่ประชาชนคัดค้านไม่ใช่การเดินทางไปดูงานในช่วงนี้ แต่เป็นเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการไปดูงานที่ไม่เหมาะสม โดยส่วนใหญ่โปรแกรมดูงานจะมุ่งเน้นไปที่การศึกษาสภาพภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม และศิลปวัฒนธรรมของเมืองท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการแฝงเที่ยวพักผ่อนมากกว่าการศึกษาเชิงลึก จึงขอแนะว่าการศึกษาดูงานควรมีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ชัดเจนก่อน และหากมีวันหยุดระหว่างกิจกรรมก็สามารถท่องเที่ยวได้ในบั้นปลาย

  2. เสียงทักท้วงเรื่องการจัดทริปดูงานต่างประเทศมีมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี แต่ยังไม่มีมาตรการหรือข้อรับผิดชอบที่ชัดเจนในการป้องกัน เพื่อให้มั่นใจว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต

  3. การศึกษาดูงานที่แฝงท่องเที่ยวถือเป็น “คอร์รัปชัน” ที่เกิดจากการใช้เงินและเวลาของรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ทำให้เกิดการเอาเปรียบประชาชนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้รับสิทธิ์ และละเมิดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยการจัดทริปลักษณะนี้สะท้อนว่ายังมีการมองว่าสวัสดิการหรือรางวัลแก่ข้าราชการเป็นเรื่องที่สมควรได้รับอย่างเห็นแก่ตัว ซึ่งจะถูกต่อต้านจากสังคมอย่างไม่หยุดยั้งในอนาคต

  4. มีตัวเลือกอื่นในการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดความคุ้มค่า เช่น เชิญผู้เชี่ยวชาญเดินทางมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในประเทศ, จัดประชุมออนไลน์ หรือสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรในระยะยาว และส่งบุคลากรจำนวนจำกัดเดินทางไปศึกษางานต่างประเทศพร้อมปฏิบัติหน้าที่ถ่ายทอดความรู้กลับมาอย่างครบถ้วน

นายมานะกล่าวทิ้งท้ายว่าข้อมูลทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อการศึกษาดูงานต่างประเทศในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเป็นจำนวนมหาศาล แต่ขาดความคุ้มค่าและมีปัญหาการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน ดังนั้นตนจึงเรียกร้องให้หน่วยงานราชการทุกฝ่ายโดยเฉพาะเสาหลักของประเทศ เช่น ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ ต้องตั้งมาตรฐานการใช้เงินของแผ่นดินอย่างเข้มแข็ง โปร่งใส และเน้นคุณภาพเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน รวมทั้งเป็นแบบอย่างในการบริหารงบประมาณอย่างมีธรรมาภิบาล

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย