News Logo
หน้าแรก
'กรณ์' ซัดรบ.บริหารพลังงานล้มเหลว ชี้ไอ้โม่งกักตุนน้ำมันมีจริง

'กรณ์' ซัดรบ.บริหารพลังงานล้มเหลว ชี้ไอ้โม่งกักตุนน้ำมันมีจริง

25 มี.ค. 2569 12:46
ผู้ชม 47 คน

'กรณ์' อภิปรายซัดรัฐบาลบริหารจัดการปัญหาน้ำมันแพง-ไฟฟ้าแพงผิดพลาด แม้ไทยมีศักยภาพสูง ชี้ปัญหาเกิดจากโครงสร้างราคาที่ไม่เป็นธรรม การบริหารข้อมูลบกพร่อง-เอื้อประโยชน์เอกชน ขณะประชาชนต้องเดือดร้อนหนัก ชี้ข้อมูลจัดการน้ำมันที่ขัดกันบ่งชี้ 'ไอ้โม่ง' กักตุนน้ำมันมีจริง

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช สส.จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการวิกฤตพลังงานของรัฐบาลในระหว่างการอภิปรายเรื่องวิกฤตจากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้า

สส.พรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่าปัญหาเหล่านี้มีสาเหตุหลักมาจากการบริหารงานที่ล้มเหลวและโครงสร้างที่ผิดพลาด แม้ว่าประเทศไทยจะมีศักยภาพเพียงพอ ทั้งโรงกลั่นน้ำมันที่สามารถผลิตได้เกินความต้องการภายในประเทศและส่งออกได้

นายกรณ์ชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เมื่อประเทศมีโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่ง โดย 5 ใน 6 แห่งมีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่ประชาชนกลับประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันและไม่สามารถซื้อน้ำมันได้ตามปกติ บางคนต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อไปเข้าคิวซื้อน้ำมันในปริมาณที่จำกัด

นายกรณ์ระบุว่าวิกฤตน้ำมัน ประกอบด้วยหลายประการ ประการแรก ปัญหาไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของรัฐบาลเอง ประการที่สอง คือข้อมูลที่ขัดแย้งกันระหว่างการยืนยันว่าโรงกลั่นผลิตน้ำมันได้ตามปกติ กับความเป็นจริงที่โรงกลั่นไม่ได้ส่งน้ำมันอย่างเพียงพอไปยังสถานีบริการน้ำมัน

สส.พรรคประชาธิปัตย์ยังตั้งคำถามว่าน้ำมันอยู่ที่ไหน โดยชี้ว่ารัฐบาลขาดข้อมูลที่ชัดเจนในการติดตามการเคลื่อนย้ายน้ำมันทุกหยด ทำให้การบริหารจัดการเพื่อแก้ปัญหาเป็นไปได้ยาก

"ข้อมูลที่ขัดแย้งกันระหว่างการยืนยันว่าโรงกลั่นผลิตน้ำมันได้ตามปกติ กับความเป็นจริงที่โรงกลั่นไม่ได้ส่งน้ำมันอย่างเพียงพอไปยังสถานีบริการน้ำมัน รัฐบายังลขาดข้อมูลที่ชัดเจนในการติดตามการเคลื่อนย้ายน้ำมันทุกหยด ทำให้การบริหารจัดการเพื่อแก้ปัญหาเป็นไปได้ยาก ท่านยังยืนยันจากข้อมูลที่ขัดแย้งกันนี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า "ไอ้โม่ง" ที่เป็นตัวการกักตุนน้ำมันนั้น "มีจริง" และรัฐบาลต้องดำเนินการอย่างจริงจัง มิเช่นนั้นประชาชนอาจเข้าใจผิดว่ารัฐบาลกับ "ไอ้โม่ง" เป็นพวกเดียวกัน" นายกรณ์กล่าว

นอกจากนี้ นายกรณ์ยังได้กล่าวถึงโครงสร้างราคาที่ซับซ้อน ซึ่งแบ่งเป็น 3 ตลาด คือ ตลาดสำหรับประชาชนทั่วไปที่หน้าปั๊มซึ่งได้รับการชดเชย, ตลาดขายส่ง (Jobber) ที่ไม่ได้รับการชดเชย และตลาดน้ำมันเขียวสำหรับชาวประมง ซึ่งการอุดหนุนราคาน้ำมันหน้าปั๊ม ทำให้ราคาขายส่งสูงกว่าราคาหน้าปั๊ม ส่งผลให้ผู้ซื้อกลุ่มอื่น ๆ แห่มาซื้อที่หน้าปั๊ม เกิดภาวะขาดแคลนสำหรับประชาชนทั่วไป ท่านยังกังวลเกี่ยวกับหนี้สินกองทุนน้ำมันที่มีมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท และการที่รัฐบาลยังไม่มีมติอนุมัติให้กองทุนกู้ยืมเงินมาชำระหนี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของโรงกลั่น

ในส่วนของค่าไฟฟ้า นายกรณ์กล่าวว่าต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกลไกตลาดโลก โดยเฉพาะราคา LNG ที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ก็ชี้ว่าโครงสร้างการพึ่งพาแก๊สในการผลิตไฟฟ้ามากเกินไปเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องแก้ไขในระยะยาว

"สิ่งที่ต้องเน้นย้ำคือ โครงสร้างการจัดซื้อไฟฟ้าของรัฐบาลในปัจจุบัน ที่ท่านมองว่าเอื้อประโยชน์ให้กับภาคเอกชนและนายทุน โดยทำให้เอกชนมีกำไรเพิ่มขึ้นเมื่อต้นทุนค่าแก๊สสูงขึ้น ซึ่งเป็นภาระที่ประชาชนต้องรับไป"

นายกรณ์ได้เสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาหลายประการ เช่น การขอให้โรงกลั่นแบ่งปันกำไรส่วนเกินในช่วงวิกฤตมาช่วยลดภาระประชาชน และการให้รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงอย่างน้อย 6 บาท นอกจากนี้ เสนอให้มีการทบทวนสูตรคำนวณค่าการกลั่นน้ำมันที่อาจสูงเกินจริง และเปิดเสรีการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน รวมถึงการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป

สุดท้าย นายกรณ์เรียกร้องให้รัฐบาลมีความจริงใจในการสื่อสารกับประชาชน และให้รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบโดยตรงออกมาอธิบายชี้แจงปัญหา แทนที่จะผลักภาระให้ข้าราชการระดับสูง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคลายความกังวลให้กับประชาชน

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย