'โดนัลด์ ทรัมป์' ส่งแผนสันติภาพ 15 ข้อให้อิหร่านผ่านปากีสถาน หวังยุติสงคราม แต่เตหะรานปฏิเสธ ไม่เคยเจรจา-ผลวัดในสนามรบ ไม่ใช่บนโซเชียล
สื่อต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่ง แผนสันติภาพ 15 ข้อ ไปยังอิหร่านผ่านช่องทางลับ โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง หวังหาทางยุติสงครามในตะวันออกกลางที่กำลังทวีความรุนแรง และแม้ผู้นำสหรัฐฯ จะยังคงโพสต์ย้ำว่าการเจรจามีความคืบหน้าและสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย แต่อิหร่านยังไม่ยืนยันว่ามีการรับข้อเสนอหรือเปิดการเจรจา พร้อมโต้กลับว่า “ผลแพ้ชนะวัดกันในสนามรบ ไม่ใช่บนโซเชียลมีเดีย”
รายงานจาก The New York Times ระบุว่า แผนดังกล่าวถูกส่งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ผ่านตัวกลางจากปากีสถาน ซึ่งเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับ อิหร่าน ท่ามกลางสถานการณ์ที่สหรัฐฯ เสริมกำลังทหารในภูมิภาคเพิ่มอีกอย่างน้อย 1,000 นาย จากกำลังเดิมราว 50,000 นาย
ขณะที่ Associated Press รายงานว่า ข้อเสนอ 15 ข้อมีเป้าหมายยุติความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 หลังปฏิบัติการโจมตีทางอากาศร่วมระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล ต่ออิหร่าน โดยทรัมป์ได้ขยายเส้นตายการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานออกไปอีก 5 วัน จนถึงวันที่ 28 มีนาคมนี้เพื่อเปิดทางให้การเจรจา
แม้ยังไม่มีการเผยแพร่เอกสารอย่างเป็นทางการ แต่สาระสำคัญจากแหล่งข่าวระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า สหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านยุติและไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์โดยสิ้นเชิง หยุดการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม รื้อหรือปิดโรงงานนิวเคลียร์หลัก ได้แก่ นาตันซ์ อิสฟาฮาน และฟอร์โด พร้อมส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงให้ IAEA หรือสหรัฐฯ เพื่อการตรวจสอบ
นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขให้ระงับโครงการขีปนาวุธเป็นเวลา 5 ปี ยุติการสนับสนุนเครือข่ายตัวแทนในภูมิภาค เปิดเสรีการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และเริ่มต้นหยุดยิงชั่วคราว 1 เดือนเพื่อเข้าสู่การเจรจาเชิงลึก โดยสหรัฐฯ เสนอแลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร การสนับสนุนโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติ และการให้หลักประกันด้านความมั่นคง รวมถึงความเป็นไปได้ในการถอนกำลังทหารบางส่วนออกจากภูมิภาค
ข้อมูลเพิ่มเติมระบุว่า อิหร่านจะต้องโอนยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงราว 450 กิโลกรัมให้ IAEA และเปิดให้ตรวจสอบอย่างเต็มรูปแบบ ควบคู่กับการยุติบทบาทสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค
ด้านสื่ออิสราเอลรายงานว่า แผนอาจเริ่มต้นด้วยการหยุดยิง 1 เดือน และมีความเป็นไปได้ที่จะจัดการประชุมสุดยอดที่กรุงอิสลามาบัด โดย เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาอาจเข้าร่วม
อย่างไรก็ตาม ฝั่งอิหร่านออกมาปฏิเสธ โดย โมฮัมหมัด บาเกอร์ กอลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน และ เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่าข่าวดังกล่าวเป็น ข่าวปลอม ที่มีเป้าหมายชี้นำตลาด ปั่นหุ้น โดยยืนยันว่าไม่มีการเจรจากับสหรัฐฯ และมองว่าเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการเมือง
ท่ามกลางกระแสข่าว โดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงย้ำว่าการเจรจากำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น และมีความคืบหน้าในประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะเงื่อนไขที่อิหร่านต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมยืนยันว่า “อิหร่านต้องการทำข้อตกลง” และ “สงครามนี้เราชนะแล้ว”
ด้าน เอบราฮิม โซลฟาการี โฆษกกองบัญชาการกลางของกองทัพอิหร่าน ตอบโต้ว่า ผลของสงครามไม่อาจตัดสินผ่านโซเชียลมีเดีย แต่ต้องวัดกันในสนามรบ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สหรัฐฯ ไม่กล้าเข้าใกล้
ขณะที่ เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน แสดงท่าทีพร้อมสนับสนุนการเจรจา โดยระบุว่า ปากีสถานยินดีเป็นเจ้าภาพอำนวยความสะดวก หากทั้งสองฝ่ายต้องการ เช่นเดียวกับ ทาฮีร์ อันดราบี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ที่ย้ำว่ากรุงอิสลามาบัดพร้อมเป็นเวทีเจรจา
แม้จะมีสัญญาณทางการทูต แต่สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงตึงเครียด อิหร่านยังเดินหน้ายิงขีปนาวุธตอบโต้ ขณะที่สหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงปฏิบัติการทางทหารต่อเนื่อง แม้ตลาดน้ำมันและตลาดหุ้นจะฟื้นตัวชั่วคราวจากความหวังในการเจรจา
ความขัดแย้งครั้งนี้เริ่มต้นหลังการเจรจานิวเคลียร์ล้มเหลว ก่อนที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะเปิดฉากโจมตีเป้าหมายด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 ราย และประชาชนจำนวนมากต้องอพยพ
อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในภูมิภาค และข่มขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันโลกกว่า 20% โดยปัจจุบันยังคงควบคุมเส้นทางดังกล่าวและจำกัดการผ่านของเรือที่ถูกมองว่าไม่เป็นมิตร
นักวิเคราะห์จาก Al Jazeera ประเมินว่า ช่องว่างระหว่างทั้งสองฝ่ายยังคงกว้าง โดยอิหร่านยืนยันเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่ การรับประกันว่าจะไม่ถูกโจมตีอีก การชดเชยความเสียหาย และการถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากอ่าวเปอร์เซีย
แม้ทรัมป์จะแสดงความมั่นใจ แต่การที่อิหร่านยังไม่ยืนยัน ทำให้แผนสันติภาพ 15 ข้อ ยังคงเป็นเพียงข้อเสนอเบื้องต้น ท่ามกลางการสู้รบที่ยังดำเนินต่อไป โดยมีหลายประเทศรวมถึงปากีสถาน อียิปต์ และตุรกี พยายามผลักดันให้เกิดการเจรจาเพื่อหาทางออกจากวิกฤตครั้งนี้
อ้างอิง:
The New York Times: United States Said to Have Sent Iran a Plan to End the Middle East War
Associated Press: Trump administration offers 15-point ceasefire plan to Iran
Al Jazeera: Pakistan ‘ready to host US-Iran talks’: Can latest peace push work?
Reuters: Trump cites progress with Iran, US proposes plan to end war




