News Logo
หน้าแรก
'ทวี' จี้ รบ.ใช้วิกฤตตะวันออกกลางเร่งแก้ปากท้อง ปชช. น้ำมัน-ไฟแพง-หนี้

'ทวี' จี้ รบ.ใช้วิกฤตตะวันออกกลางเร่งแก้ปากท้อง ปชช. น้ำมัน-ไฟแพง-หนี้

25 มี.ค. 2569 13:52
ผู้ชม 27 คน

'ทวี' จี้รัฐบาลใช้โอกาสวิกฤตตะวันออกกลาง เร่งแก้ปัญหาปากท้องคนไทย ทั้งน้ำมันแพง ค่าไฟสูง วิกฤตปุ๋ย และหนี้สินประชาชน ชี้ รธน. ม.56 ถูกละเลย เสนอลดภาษีน้ำมัน เก็บภาษีลาภลอย และคืนบทบาท กฟผ. ย้ำเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ประชาชนรอคอยการแก้ไขอย่างจริงจังก่อนวิกฤตสงคราม

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 นายทวี สอดส่อง สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ซึ่งเป็นพรรคฝั่งรัฐบาล ได้อภิปรายในประเด็นเรื่องวาระปัญหาพลังงานจากวิกฤตตะวันออกกลาง
โดยนายทวีกล่าวว่าแม้เหตุการณ์จะอยู่ห่างไกล แต่กลับส่งผลกระทบโดยตรงต่อทุกครอบครัวในประเทศไทย จึงเป็นโอกาสที่รัฐบาลควรใช้แก้ไขปัญหาวิกฤตภายในประเทศ โดยเฉพาะปัญหาปากท้องของประชาชน

ชี้รัฐธรรมนูญมาตรา 56 ถูกละเลย

นายทวีกล่าวเน้นย้ำถึงรัฐธรรมนูญมาตรา 56 ที่บัญญัติให้รัฐต้องดูแลโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคอย่างน้อย 51% เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงและการอยู่รอดของประชาชน แต่กลับถูกละเลย ทำให้เกิดปัญหาในหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตประจำวัน

ข้อเสนอเร่งด่วนสำหรับราคาน้ำมัน

เกี่ยวกับปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น นายทวีชี้ว่าในอดีตเคยมีบทเรียนที่รัฐบาลสามารถลดภาระประชาชนได้ อาทิ สมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเป็นศูนย์ หรือสมัยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ลดลง 5 บาท ปัจจุบันภาษีสรรพสามิตและภาษีกองทุนน้ำมันรวมกันเกือบ 9 บาท จึงเสนอให้รัฐบาลพิจารณาลดภาษีเหล่านี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน นอกจากนี้ ยังเสนอให้เก็บภาษีลาภลอยจากโรงกลั่นและบริษัท ปตท. ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดถึง 22% ซึ่งได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น

เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน นายทวีเสนอให้ประเทศไทยส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มให้มากขึ้น เช่น B40 หรือ B50 เหมือนกับอินโดนีเซีย ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนการพึ่งพาพลังงานใต้ดิน (น้ำมันดิบ) มาเป็นพลังงานบนดิน (ปาล์ม) โดยปัจจุบันประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิต B100 ถึง 11 ล้านลิตร แต่กลับนำมาผสมเพียง 3 ล้านลิตรเท่านั้น การส่งเสริมนี้จะช่วยให้เงินหมุนเวียนในประเทศและสร้างความมั่นคงทางการเกษตร

ทบทวนโครงสร้างค่าไฟฟ้า

ในส่วนของค่าไฟฟ้า นายทวีวิพากษ์วิจารณ์ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผลิตไฟฟ้าเองเพียง 30% ที่เหลือ 70% ต้องซื้อจากเอกชนที่มีต้นทุนสูงกว่ามาก ทั้งที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะมีต้นทุนการผลิตเพียง 1 บาทต่อหน่วย และเขื่อนบางลางก็มีต้นทุนต่ำมากจนสามารถหล่อเลี้ยงจังหวัดยะลาได้ทั้งจังหวัด นายทวีเรียกร้องให้รัฐบาลกล้านำกฎหมายมาใช้ โดยเฉพาะการนำสัญญาการผลิตไฟฟ้าของเอกชนที่ครบกำหนดกลับคืนมาบริหารจัดการเอง

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตถึงมติของคณะกรรมการพลังงานในปี 2568 ที่จัดสรรก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยให้ภาคปิโตรเคมีแทนที่จะนำมาใช้ผลิตไฟฟ้า ซึ่งส่งผลให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้น นายทวีเชื่อว่าหากคณะกรรมการพลังงานทบทวนมติและนำก๊าซธรรมชาติมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า จะช่วยลดค่าไฟลงได้ถึง 50 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าไม่เกิน 3 บาท

รับมือวิกฤตปุ๋ยเคมี

นายทวีกล่าวเตือนถึงวิกฤตปุ๋ยเคมีที่กำลังจะเกิดขึ้น เนื่องจากประเทศไทยพึ่งพาปุ๋ยเคมีจากตะวันออกกลางกว่า 6 ล้านตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าแสนล้านบาท การสู้รบในตะวันออกกลางจะส่งผลให้เกิดปัญหาการนำเข้าปุ๋ยอย่างรุนแรง และอาจต้องใช้เวลาถึง 2 ปีในการฟื้นตัว จึงถึงเวลาที่ต้องศึกษาและทบทวน "ปุ๋ยแห่งชาติ" โดยใช้ศักยภาพของแร่โปแตชในประเทศที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในจังหวัดนครราชสีมาและชัยภูมิ ซึ่งหากบริหารจัดการได้ดี จะทำให้ประเทศไทยเป็นมหาอำนาจทางการเกษตรที่พึ่งพาตนเองได้

เร่งแก้หนี้ครัวเรือนและปรับโครงสร้างหนี้

หัวหน้าพรรคประชาชาติกล่าวว่าอีกหนึ่งปัญหาสำคัญคือปัญหาหนี้สินของประชาชน โดยเรียกร้องให้มีการปรับโครงสร้างหนี้ ไม่ใช่การนำหนี้ใหม่มาใช้หนี้เก่า โดยส่วนตัวขอตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังที่อนุญาตให้สถาบันการเงินคิดดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูงถึง 25-28% ซึ่งขัดแย้งกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654 ที่กำหนดเพดานดอกเบี้ยไว้ไม่เกิน 15% โดยมองว่านี่คือการขูดรีดประชาชน จึงเรียกร้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายฟื้นฟูลูกหนี้ที่ผ่านการอนุมัติแล้ว

"ปัญหาค่าครองชีพ รายได้ไม่พอกับรายจ่าย และหนี้สิน เป็นปัญหาอันดับต้นๆ ที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลแก้ไขมาตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตสงครามเสียอีก และเชื่อว่าการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจังจะช่วยบรรเทาความทุกข์ของประชาชนได้อย่างแท้จริง" หัวหน้าพรรคประชาชาติกล่าวทิ้งท้าย

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย