News Logo
หน้าแรก
สภาอุตฯ เผยโพล CEO 85.7% ชี้ทุจริตรุนแรงขึ้น ดันต้นทุนธุรกิจพุ่ง 20%

สภาอุตฯ เผยโพล CEO 85.7% ชี้ทุจริตรุนแรงขึ้น ดันต้นทุนธุรกิจพุ่ง 20%

1 เม.ย. 2569 18:04
ผู้ชม 88 คน

สภาอุตสาหกรมฯ เผยผลสำรวจ CEO ทั่วประเทศ หัวข้อ "เอกชนไม่ทน" ชี้คอร์รัปชันรุนแรงขึ้น 85.7% ดันต้นทุนธุรกิจพุ่งเกิน 20% ขณะ CEO อีก 61.2% เคยประสบปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์ด้วยตนเอง

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เปิดเผยผลสำรวจ FTI CEO Poll ประจำเดือนมีนาคม 2569 ภายใต้หัวข้อ "เอกชนไม่ทน: เสียงสะท้อนภาคธุรกิจกับปัญหาคอร์รัปชัน" โดยทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารระดับสูงขององค์กร (หรือที่รู้จักกันในชื่อ CEO - Chief Executive Officer) จำนวน 645 ท่าน ครอบคลุม 48 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด. การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนมุมมองของภาคเอกชนต่อปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ.

ผลสำรวจเผยว่า ผู้บริหารภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ถึง 85.7% เห็นว่าปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในปัจจุบันมีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีต. มีเพียง 11.8% เท่านั้นที่เห็นว่าปัญหาเท่าเดิม และ 2.5% เห็นว่าลดลง

โดย ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ รองประธาน ส.อ.ท. เน้นย้ำว่าตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาดังกล่าวยังคงฝังลึกและบั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง.

ภาระต้นทุนและการเผชิญหน้าโดยตรง

หนึ่งในประเด็นที่น่ากังวลคือ ต้นทุนที่เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชัน โดยผู้ตอบแบบสำรวจมากกว่า 55.5% ระบุว่าต้นทุนดังกล่าวคิดเป็นมากกว่า 20% ของต้นทุนการดำเนินธุรกิจทั้งหมด. นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามถึง 61.2% เคยประสบปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์หรือการทุจริตคอร์รัปชันด้วยตนเอง

ผลสำรวจระบุว่าตัวเลขเหล่านี้ตอกย้ำว่าปัญหาคอร์รัปชันไม่ใช่แค่ปัญหาด้านธรรมาภิบาล แต่ยังสร้างภาระต้นทุนโดยตรงต่อภาคธุรกิจ กระทบความสามารถในการแข่งขัน และลดทอนประสิทธิภาพของระบบเศรษฐกิจโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ.

รูปแบบการทุจริตที่พบมากที่สุด

จากการสำรวจ รูปแบบของการทุจริตคอร์รัปชันที่พบมากที่สุด ได้แก่:

  1. การทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง อาทิ การล็อกสเปกและการฮั้วประมูล คิดเป็น 81.4%

  2. การติดสินบนและการเรียกรับผลประโยชน์ คิดเป็น 72.6%

  3. การทุจริตเชิงนโยบายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มคนบางกลุ่ม คิดเป็น 69.8%

  4. การวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งในหมู่เจ้าหน้าที่รัฐ คิดเป็น 40.2%

ม.ล.ปีกทองระบุว่า ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าปัญหาคอร์รัปชันไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะระดับปฏิบัติการ แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงกลไกเชิงนโยบายและโครงสร้างการบริหารภาครัฐด้วย.

สาเหตุสำคัญของปัญหาคอร์รัปชัน

ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปัญหาคอร์รัปชันยังคงเกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยผู้บริหารระบุว่า:

  1. วัฒนธรรมระบบอุปถัมภ์และผลประโยชน์ทับซ้อน คิดเป็น 70.9%

  2. ช่องว่างของกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายไม่เข้มงวด คิดเป็น 57.2%

  3. การที่เจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจใช้ดุลยพินิจสูง เปิดช่องให้เกิดการใช้อำนาจโดยมิชอบ คิดเป็น 53%

  4. การเมืองแทรกแซงระบบบริหารราชการ คิดเป็น 49.6%

สาเหตุเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ภาคเอกชนเห็นว่าจำเป็นต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง.

ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขจากภาคเอกชน

เมื่อสอบถามถึงแนวทางที่ภาครัฐควรเร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน พบว่าข้อเสนอแนะหลักคือ:

  1. เร่งปฏิรูปกฎหมายและยกระดับการบังคับใช้ให้เข้มงวดและมีประสิทธิภาพ ด้วยคะแนน 64.5%

  2. ขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล ใช้เทคโนโลยีลดการใช้ดุลยพินิจ พร้อมเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data) ให้ตรวจสอบได้ ด้วยคะแนน 60.2%

  3. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคเอกชน เพิ่มช่องทางร้องเรียน และคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยคะแนน 55.5%

  4. ยกระดับระบบตรวจสอบนโยบายและโครงการภาครัฐ ให้มีการประเมินความคุ้มค่าและความโปร่งใสก่อน ระหว่าง และหลังดำเนินการ ด้วยคะแนน 54.9%

ม.ล.ปีกทอง สรุปว่า ส.อ.ท. เห็นว่าการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ทั้งการปฏิรูปกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง การลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐผ่านระบบดิจิทัล การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐให้ตรวจสอบได้ และการสร้างกลไกการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น เสริมสร้างบรรยากาศการลงทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว. ภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนการต่อต้านทุจริตอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่ระบบเศรษฐกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืน.

แท็กที่เกี่ยวข้อง
คดีทุจริต
โพล



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย