News Logo
หน้าแรก
ปชน.แถลงจวกนโยบาย 'อนุทิน' สวยแค่ผิวเผิน แต่ไม่กล้าชนปัญหาทุจริต

ปชน.แถลงจวกนโยบาย 'อนุทิน' สวยแค่ผิวเผิน แต่ไม่กล้าชนปัญหาทุจริต

7 เม.ย. 2569 10:58
ผู้ชม 22 คน

‘ณัฐพงษ์’ แถลงจวกนโยบาย ‘อนุทิน’ดูสวยแต่ผิวเผิน แต่ไม่กล้าชนทุจริต ชี้รัฐบาลทำงานแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแต่ไม่คิดแก้ปัญหาล่วงหน้า เคาะ 20 ขุนพลอภิปรายธีม 'พอแล้วไม่ไหวแล้ว' ซักฟอกทุกประเด็นทั้งเศรษฐกิจ พลังงาน ความชอบธรรม 9-10 เม.ย.นี้ ยอมรับห่วง 44 สส. ปชน.ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนสงกรานต์

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569  นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้แถลงข่าวถึงแนวทางการอภิปรายนโยบายของรัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเปิดเผยว่าพรรคประชาชนจะใช้วาระการอภิปรายภายใต้แนวคิด "พอแล้วไม่ไหวแล้ว" เพื่อสะท้อนวิกฤตพลังงาน น้ำมัน และความเดือดร้อนที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ พร้อมย้ำจุดยืนของพรรคในการเป็นตัวแทนส่งเสียงสะท้อนความทุกข์ร้อนไปยังรัฐบาล

ห้วหน้าพรรคประชาชนกล่าวว่าการทำงานของรัฐบาลว่ามักจะแก้ปัญหาแบบ "ตามหลัง" หรือ "ย้อนหลัง" ไม่มีการมองการณ์ไกลหรือบริหารจัดการล่วงหน้าเพื่อป้องกันปัญหา ยกตัวอย่างเช่น วิกฤตน้ำมันที่เริ่มต้นจากการปฏิเสธการกักตุน แต่สุดท้ายก็ยอมรับว่ามีการแสวงหาผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของประชาชนจริง หรือปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องทุกปี แต่รัฐบาลกลับขาดการจัดสรรงบประมาณและสวัสดิการที่เพียงพอให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และทำได้เพียงแสดงความเสียใจหลังจากเกิดความสูญเสียไปแล้วเท่านั้น ซึ่งตนขอว่ารัฐบาลควรจะบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียตั้งแต่แรก

หัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวต่อไปถึงวิกฤตเชิงโครงสร้างที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ อาทิ วิกฤตเศรษฐกิจที่เติบโตช้า ปัญหาด้านการศึกษา การจัดการสิ่งแวดล้อม การเรียกร้องให้เปิดเสรีตลาดพลังงาน และการยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร โดยยืนยันว่าพรรคประชาชนได้เตรียมผู้อภิปรายไม่ต่ำกว่า 20 คน ที่จะครอบคลุมทุกประเด็นปัญหาอย่างรอบด้าน โดยคาดว่านายณัฐพงษ์จะเป็นผู้เปิดการอภิปราย และนายวีรยุทธ กันชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค จะรับหน้าที่อภิปรายในประเด็นเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนทั่วประเทศให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับการร่างนโยบายรัฐบาลที่เผยแพร่ออกมา นายณัฐพงษ์ยอมรับว่าเห็นความพยายามในการปรับปรุงให้ดูใหม่ขึ้น เช่น การตั้งคลัสเตอร์ยุทธศาสตร์การบริหารแบบบูรณาการ 5 กลุ่ม ซึ่งมองว่าเป็นการนำนโยบายของพรรคอื่นมารวมกัน โดยหลักการแล้วหลายอย่างพรรคประชาชนก็เคยนำเสนอ อย่างไรก็ตาม ตนเน้นย้ำว่าการออกแบบผังโครงสร้างเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีพลังและความไว้เนื้อเชื่อใจจากประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ขาดไปอย่างยิ่ง พร้อมตั้งคำถามถึงความชอบธรรมของรัฐบาล ที่มาที่ไปของฐานอำนาจ ตลอดจนการมีผลประโยชน์ทับซ้อนในการบริหารประเทศ และวิจารณ์ว่าคณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่เป็น "หน้าเดิม" ที่มาจากโควตาทางการเมือง

"โฉมหน้าคณะรัฐมนตรีลักษณะนี้เนี่ย ต่อให้นโยบายสวยหรูขนาดไหนเนี่ยก็อาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างใหญ่ใหญ่ได้ ถ้าคุณไม่กล้าชนกับเรื่องคอร์รัปชัน ถ้าคุณไม่กล้าชนกับเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมือง" นายณัฐพงษ์กล่าว และกล่าวต่อว่าตนเชื่อว่าหากรัฐบาลไม่กล้าเผชิญหน้ากับปัญหาคอร์รัปชันและผลประโยชน์ทับซ้อน ก็ยากที่จะแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างได้อย่างแท้จริง

ในประเด็นการกักตุนน้ำมันที่นายกรัฐมนตรีออกมาระบุว่าพบความผิดปกติ นายณัฐพงษ์เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการเปิดเผยข้อมูลและลงโทษผู้ที่อยู่เบื้องหลังอย่างจริงจัง นอกจากนี้ยังได้เสริมประเด็นความผิดปกติในการเลือกตั้ง โดยเฉพาะกรณีเขต 2 สุพรรณบุรี ที่มีผู้สมัครโดยตรงจากพรรคภูมิใจไทย ควรได้รับการตรวจสอบภายในพรรคโดยไม่ต้องรอผลจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อสร้างความโปร่งใสและเป็นธรรมในการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความชอบธรรมของรัฐบาล

ส่วนเรื่องโรงกลั่นน้ำมันที่รัฐมนตรีเรียกเข้าชี้แจงในวันนี้ นายณัฐพงษ์กล่าวว่าตนความคาดหวังให้มีการเปิดเผย ตัวเลขต้นทุนการกลั่นและค่าการกลั่นอย่างโปร่งใส พร้อมเสนอให้มีการเรียกคืนผลประโยชน์ที่โรงกลั่นอาจได้รับเกินควรในช่วงที่ผ่านมา และกำหนดมาตรการหรือโครงสร้างที่ทำให้ค่าการกลั่นในอนาคตเป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย โดยย้ำว่าผลสรุปจากการประชุมในวันนี้ควรมีการกางตัวเลขให้สาธารณชนได้รับทราบ

หัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวยืนยันว่าทุกเวทีในสภาคือเวทีซักฟอกรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายปกติ หรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคประชาชนได้เตรียมเนื้อหาของผู้ร่วมอภิปรายกว่า 20 คนอย่างดี เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน และพร้อมรับมือกับการใช้ข้อบังคับหรือเทคนิควิธีในสภาเพื่อพยายาม "ตีรวน" กระบวนการ แต่ไม่ต้องการให้เวทีอภิปรายกลายเป็นการทะเลาะกันเองของสมาชิกรัฐสภา โดยคาดหวังว่ารัฐสภาจะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์ของประชาชน

นายณัฐพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนกังวลอย่างยิ่งต่อกรณี 44 ส.ส. ที่อาจถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนช่วงสงกรานต์ โดยมองว่านี่คือ "นิติสงคราม" ที่มีนัยยะทางการเมืองเพื่อบล็อกผู้อภิปรายของพรรคประชาชน และตั้งคำถามถึงอิทธิพลของพรรคภูมิใจไทยต่อองค์กรอิสระ เรียกร้องความยุติธรรมจากศาลฎีกาในคดีที่เห็นได้ชัดว่าเป็นคดีการเมืองนี้ โดยพรรคประชาชนได้เตรียมแผนรับมือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดไว้แล้ว และพร้อมที่จะเดินหน้าต่ออย่างเต็มที่ ไม่ว่าคำสั่งจะออกมาในรูปแบบใดก็ตาม

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รมว.แรงงานเข้ากระทรวง-ผู้ประกันตนม.39 ร้องสปส.คำนวณบำนาญไม่เป็นธรรม
รมว.แรงงานเข้ากระทรวง-ผู้ประกันตนม.39 ร้องสปส.คำนวณบำนาญไม่เป็นธรรม