News Logo
หน้าแรก
'อนุทิน' แถลงนโยบายรัฐสภา ชูปั้นเศรษฐกิจ-สังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย

'อนุทิน' แถลงนโยบายรัฐสภา ชูปั้นเศรษฐกิจ-สังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย

9 เม.ย. 2569 10:45
ผู้ชม 17 คน

"อนุทิน" แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ชูวิสัยทัศน์ "สร้างโอกาส ลดภาระ ยกระดับไทยสู่เวทีโลก" เน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล นวัตกรรม ดึงดูดการลงทุน พร้อมพัฒนาคนและท้องถิ่นอย่างทั่วถึง พลิกโฉมภาคเกษตรสู่ความแม่นยำยั่งยืน ผลักดันการค้า สร้างพันธมิตร และยกระดับการท่องเที่ยว มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ประชาชน เสริมศักยภาพแข่งขันของประเทศในทุกมิติสู่สากล

สำนักข่าว Next News รายงานข่าวเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ว่านายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยนำเสนอวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์สำคัญ 5 ด้าน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง มุ่งเน้นการสร้างโอกาส ลดภาระ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศบนเวทีโลก โดยครอบคลุมทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม การค้า การเกษตร และการท่องเที่ยว โดยมีเป้าหมายที่การพัฒนาอย่างยั่งยืนและทั่วถึง

นโยบายเศรษฐกิจ: สร้างโอกาส ลดภาระ พัฒนาศักยภาพคนไทยและท้องถิ่น

นายอนุทินได้กล่าวถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก โดยเน้นยุทธศาสตร์ "สร้างโอกาสการเริ่มต้นและเติบโตอย่างทั่วถึง" ให้กับทุกกลุ่มคนไทยอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะกลุ่มคนตัวเล็กในระบบเศรษฐกิจ อาทิ นักเรียน นักศึกษา ผู้สูงวัย วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ SME รัฐบาลจะเร่งจัดการภาระหนี้สินที่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโต โดยมุ่งช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาหนี้แบบเบ็ดเสร็จและเป็นองค์รวม ยึดลูกหนี้เป็นศูนย์กลาง และเชื่อมโยงฐานข้อมูลจากทุกสถาบันการเงิน บริษัทบริหารสินทรัพย์ และสหกรณ์ เพื่อให้ลูกหนี้สามารถตั้งต้นและกลับเข้าสู่ระบบสินเชื่อได้อีกครั้ง

ควบคู่กับการลดภาระหนี้สิน รัฐบาลยังเตรียมดำเนินมาตรการลดรายจ่ายในชีวิตประจำวันให้กับประชาชน เช่น ค่าน้ำดื่มสะอาดและค่าพลังงาน พร้อมทั้งเร่งพัฒนาเชื่อมโยงระบบข้อมูลรายบุคคลของคนไทยตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิต เพื่อให้ภาครัฐสามารถออกแบบและจัดสวัสดิการแบบรวมศูนย์ คุ้มครองสิทธิ และดำเนินมาตรการช่วยเหลือเยียวยาที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังให้การสนับสนุนการเข้าถึงองค์ความรู้ แหล่งทุน และเทคโนโลยี อาทิ โครงการคนละครึ่งพลัส การพัฒนายกระดับทักษะดิจิทัล (Digital Literacy) และทักษะการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงทักษะทางการเงิน (Financial Literacy) เพื่อให้คนไทยสามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลจะจูงใจให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการเรียนรู้และเพิ่มทักษะให้แก่พนักงาน เพื่อยกระดับผลิตภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์

ในการส่งเสริมผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME รัฐบาลจะช่วยให้เข้าถึงธุรกิจและแหล่งเงินทุนในระบบได้อย่างเหมาะสม โดยจะปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และขั้นตอนการอนุมัติอนุญาตประกอบธุรกิจ การค้า การลงทุนให้สะดวกและโปร่งใสยิ่งขึ้น พร้อมให้แต้มต่อกับ SME ที่ผลิตสินค้า "Made in Thailand" ในการจัดซื้อจัดจ้างและบริการของภาครัฐ รวมถึงจูงใจให้ผู้ประกอบการขนาดใหญ่เข้ามาดูแลและพัฒนา SME ในห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ จะพัฒนาเครื่องมือบริหารจัดการธุรกิจออนไลน์ฟรี เช่น ระบบบัญชีออนไลน์ ระบบประเมินภาระภาษี และระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-tax invoice) ที่เชื่อมโยงกับระบบใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ (e-receipt) และระบบการเงินพร้อมบิส (PromptBiz)

สำหรับการพัฒนาท้องถิ่น รัฐบาลจะส่งเสริมบทบาทของท้องถิ่นในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ โดยกระจายอำนาจการคลังตามความพร้อม ผลักดันกฎหมายภาษีบ้านเกิดเมืองนอน และส่งเสริมให้เกิดภาษีใหม่ ค่าธรรมเนียม และเครื่องมือที่สร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นในการวางแผนและพัฒนา ส่งเสริมการเพิ่มบทบาทภาคเอกชนในการพัฒนา และนำเทคโนโลยี งานวิจัยที่เหมาะสมไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์ คุณภาพ และมาตรฐาน เพื่อสร้างโอกาส สร้างงาน และอาชีพที่มีค่าตอบแทนเหมาะสม มีสวัสดิการที่มั่นคงในท้องถิ่น

การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ: ยกระดับสู่การแข่งขันอย่างยั่งยืน

นายอนุทินได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย เพื่อให้เติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน โดยมุ่งเสริมศักยภาพการเติบโตของประเทศให้พ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ด้วยการสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเดิม ควบคู่กับการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญใหม่ อาทิ ดิจิทัล, AI, หุ่นยนต์, เซมิคอนดักเตอร์, อาหารแปรรูปมูลค่าสูง, พลังงานสะอาด, เทคโนโลยีชีวภาพ, ยานยนต์สมัยใหม่, การแพทย์และสุขภาพ

รัฐบาลจะยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจและสังคมไทย รวมถึงคนไทยให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากเศรษฐกิจดิจิทัล ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน บูรณาการข้อมูล และพัฒนาบุคลากรในทุกภาคส่วน ส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมมียุทธศาสตร์ด้าน AI ที่ชัดเจน เพื่อให้คนไทยและธุรกิจเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ได้อย่างเต็มที่ เพื่อยกระดับผลิตภาพและความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในทุกมิติ และช่วยให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ จะปรับระบบส่งเสริมการลงทุนให้เอื้อต่อการพัฒนาและปรับโครงสร้างไปสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติที่มีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับบริษัทไทย เพื่อยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการและสนับสนุนธุรกิจที่ใช้ชิ้นส่วน วัตถุดิบ และแรงงานในประเทศเป็นหลัก เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยไปลงทุนในต่างประเทศเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รัฐบาลจะยกระดับสู่การวางรากฐานเศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน โดยพลิกโฉมมหาวิทยาลัยให้เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ นวัตกรรม และการแก้ปัญหาของประเทศ สนับสนุนเทคโนโลยีของไทยในโครงสร้างขนาดใหญ่ของภาครัฐ หรือการลงทุนที่มีความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรมภายในประเทศ ลดการพึ่งพาเครื่องจักร อุปกรณ์จากต่างประเทศ และวางรากฐานการพัฒนาเทคโนโลยีเชิงลึก เพื่อเปลี่ยนผ่านจากผู้พึ่งพาเทคโนโลยีสู่ผู้สร้างและผู้ร่วมกำหนดทิศทางเทคโนโลยีในภูมิภาค อาทิ การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานวิจัย หรือทดสอบเทคโนโลยีระดับสูง โดยเริ่มต้นจากอุตสาหกรรมที่ไทยมีความได้เปรียบ เช่น เกษตร, อาหาร, ยาและเวชภัณฑ์จากธรรมชาติ, อุตสาหกรรมชีวภาพ, เซมิคอนดักเตอร์ รัฐบาลจะจูงใจให้รัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ สร้างระบบนิเวศที่ทำให้นวัตกรรมเกิดขึ้นได้ในทุกระดับ อาทิ พัฒนาตลาดทุนให้เอื้อต่อการระดมทุนของธุรกิจนวัตกรรม จัดตั้งกองทุนร่วมลงทุน (Matching Fund) บ่มเพาะผู้ประกอบการนวัตกรรมรายใหม่ (สตาร์ทอัพ) ที่มีศักยภาพให้เติบโตและแข่งขันได้ในระดับโลก รวมถึงสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนในการเตรียมความพร้อมและกำลังคนสำหรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต

รัฐบาลยังมุ่งเพิ่มบทบาทภาคเอกชนและเพิ่มทางเลือกในการระดมทุน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หรือกองทุนรวมมายุภักดิ์ เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนที่สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในประเทศ การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ การลดต้นทุนระบบโลจิสติกส์ และรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และช่วยให้เกิดการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยในกิจการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการสาธารณะ สนับสนุนการบริหารจัดการทรัพย์สินของรัฐ รวมถึงช่วยเพิ่มผลิตภัณฑ์ และส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุนไทยโดยไม่เป็นภาระงบประมาณหรือภาระภาษีให้แก่ประชาชน

นอกจากนี้ จะยกระดับตลาดเงิน ตลาดทุนให้ทันสมัย โปร่งใส และแข่งขันได้ในระดับสากล เพื่อเป็นแหล่งระดมทุนที่หลากหลายให้กับภาคธุรกิจทุกขนาด ดึงดูดจูงใจผู้ประกอบการ นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ สนับสนุนการออมและการเข้าถึงโอกาสต่างๆ ในตลาดเงินตลาดทุน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินของคนไทยทุกคนผ่านการลงทุนที่มีผลตอบแทนในระยะยาวอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการผลักดันการแก้ไขกฎหมายและปรับปรุงกระบวนการให้มีประสิทธิภาพ ทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มศักยภาพให้สามารถส่งเสริมการลงทุนขนาดใหญ่ ที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของประเทศ พร้อมยกระดับกลไกการกำกับดูแล มีระบบบริหารจัดการเชื่อมโยงข้อมูล และการให้ความยินยอมเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

นโยบายการค้า: เชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก สร้างพันธมิตร

ในด้านการค้า นายอนุทินได้กล่าวถึงการมุ่งเน้น “เชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก สร้างพันธมิตรการค้า” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทย รัฐบาลจะส่งเสริมการพัฒนาแพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลของประเทศ และกำหนดกลไกควบคุมการส่งสินค้าที่นำเข้ามาในประเทศเพื่อส่งออก โดยไม่มีการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศ เช่น การปรับกลไกตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้าให้เข้มงวดและโปร่งใสยิ่งขึ้น พร้อมทั้งผลักดันให้สินค้าและบริการ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมของผู้ประกอบการ SME เป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจขนาดใหญ่ ทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการจัดการปัญหา Nominee ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อทำธุรกิจในประเทศไทยอย่างไม่ตรงไปตรงมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะวิสาหกิจชุมชน และ SME นอกจากนี้ ยังจะอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและผู้ประกอบการในการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา และบังคับใช้กฎหมายลงโทษผู้ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง

รัฐบาลจะผลักดันสินค้าและบริการไทยสู่สากล โดยอาศัยแนวคิด "ทีมประเทศไทย" ด้วยรูปแบบต่างๆ เช่น การให้สินค้าและบริการไทยเป็นส่วนหนึ่งในการเจรจาการค้าในการจัดซื้อเครื่องจักร อุปกรณ์ของภาครัฐจากต่างประเทศที่มีมูลค่าสูง การปรับปรุงโครงสร้างภาษี และดำเนินมาตรการที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างโอกาสและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย อาทิ การให้แต้มต่อแก่ผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าไทย (Made in Thailand First) ในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐและธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

สำหรับการบริหารจัดการความเสี่ยงและเพิ่มสมดุลเชิงโครงสร้างการค้า รัฐบาลจะแก้กฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรค เพื่อให้นโยบายสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เปลี่ยนคู่ค้าเป็นพันธมิตรทางการค้า ยกระดับการค้าเสรีกับคู่ค้าเดิม และดำเนินการเชิงรุกในการเปิดตลาดใหม่ ขยายกรอบมูลค่าธุรกิจโดยการเจรจาเพื่อสร้างห่วงโซ่มูลค่าให้กับสินค้าและบริการของคนไทยกับประเทศพันธมิตร เน้นการกระจายตลาดลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง ลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของตลาดส่งออกในกลุ่มประเทศหลัก และสร้างโอกาสให้ผู้ส่งออกรายย่อย โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME นอกจากนี้ ยังจะส่งเสริมการค้าภาคบริการ โดยพัฒนาความสามารถของผู้บริการไทยในสาขาการศึกษา สุขภาพ ดิจิทัล และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ และจัดทำกรอบข้อตกลงด้านการค้าภาคบริการกับประเทศคู่ค้าสำคัญ เพื่อไปสู่การปรับโครงสร้างการค้าของประเทศที่มีความหลากหลายและมีภูมิคุ้มกันจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกให้มากยิ่งขึ้น

นโยบายการเกษตร: สู่เกษตรแม่นยำ มั่นคง ยั่งยืน

ในภาคการเกษตร นายอนุทินได้กล่าวถึงการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมไปสู่ "เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน" ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน รัฐบาลจะสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิถีการเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ศักยภาพของดิน และแหล่งน้ำในพื้นที่ พัฒนาการทำการเกษตรแม่นยำด้วย AI และเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการทำการเกษตร รวมถึงช่วยให้เกษตรกรไทยสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างยืดหยุ่น

ควบคู่กับการสร้างองค์ความรู้และเทคนิคการเกษตรสมัยใหม่ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพของการผลิตและการแปรรูปสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทานให้แก่เกษตรกร ผ่านโครงการดอกเบี้ยคนละครึ่งสำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการพัฒนายกระดับทักษะการใช้แม่ปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

รัฐบาลจะพัฒนาข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และ AI ในการวางแผนการผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เชื่อมโยงการผลิตสินค้าเกษตรกับอุตสาหกรรมแปรรูป โดยใช้ความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศเป็นตัวกำหนดทิศทาง เพื่อให้ราคาสินค้าเกษตรอยู่ในระดับที่เหมาะสม เพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์ปริมาณน้ำและสภาพอากาศในระดับตำบล พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรที่ไม่สร้างภาระและต้นทุนให้แก่เกษตรกร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความรับผิดชอบต่อคุณภาพสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทาน รัฐบาลจะปราบปรามสินค้าเกษตรเถื่อนอย่างจริงจัง ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพ เพิ่มผลผลิต และลดต้นทุน อาทิ การพัฒนาเมล็ดพันธุ์ ต้นพันธุ์ ปุ๋ยคุณภาพสูง โดยสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ในด้านปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะปุ๋ย เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าและสร้างเสถียรภาพด้านต้นทุนให้แก่เกษตรกร

นอกจากนี้ ยังจะดำเนินการจัดการที่ดินเพื่อให้เกษตรกรมีความมั่นคงในสิทธิที่ดินทำกินอย่างเป็นธรรม ดำเนินการตรวจสอบและจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดิน สร้างเสถียรภาพ และยกระดับอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหารไทย ให้เป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตรอย่างยั่งยืน โดยส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจหรืออุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่ใช้ผลิตภัณฑ์เกษตรในพื้นที่ พัฒนากลไกที่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถนำผลผลิตไปจำหน่ายในราคาที่เหมาะสมกับสภาวะตลาด อาทิ การยกระดับสหกรณ์การเกษตรสู่การเป็นองค์กรธุรกิจสมัยใหม่ที่มีธรรมาภิบาล เพื่อทำหน้าที่สร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่การผลิต และร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาช่องทางการตลาดเพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองให้แก่กลุ่มเกษตรกร รวมทั้งเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนให้เกษตรกรไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ ปรับปรุงรูปแบบเกษตรพันธสัญญา (Contract Farming) ที่มีความเป็นธรรมระหว่างเกษตรกรและผู้ประกอบการ พัฒนาระบบโลจิสติกส์ภาคการเกษตรให้มีประสิทธิภาพและอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ สร้างความมั่นคงด้านปริมาณและคุณภาพสินค้าเกษตร ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านอาหาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สินค้าเกษตรและอาหารไทยในตลาดโลก

นโยบายการท่องเที่ยว: สร้างไทยเป็นจุดหมายสำคัญระดับภูมิภาค

นายอนุทินกล่าวนำเสนอนโยบายด้านการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้น "สร้างไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค" ยกระดับภาคการท่องเที่ยวจากการเน้นปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าสูง รัฐบาลจะปรับโครงสร้างการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของประเทศ โดยออกกฎหมายเพื่อนำภารกิจด้านการท่องเที่ยวเป็นภารกิจของกระทรวงวัฒนธรรม ควบคู่กับการส่งเสริมอัตลักษณ์และความหลากหลายทางภาษาที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ยกระดับบทบาทของวัฒนธรรมไทยในเวทีระหว่างประเทศ ผ่านการขับเคลื่อนการทูตทางวัฒนธรรมเชิงรุก (Cultural Diplomacy) เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีและส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศ รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการเพิ่มศักยภาพการบริหาร จัดการ และการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศ ซึ่งจะช่วยให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากความหลากหลายและมั่งคั่งทางวัฒนธรรมของประเทศให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

รัฐบาลจะพัฒนาให้ไทยเป็นจุดหมายในการเดินทาง 365 วัน (Destination Thailand) โดยนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สร้างความประทับใจ ความทรงจำที่ดีงาม และความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้นักท่องเที่ยวกลับมาเยี่ยมเยือนประเทศไทยซ้ำ เสมือนเป็นบ้านหลังที่ 2 โดยเริ่มต้นจากการต่อยอดกับธุรกิจและบริการในสาขาที่ประเทศมีความได้เปรียบ เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ศิลปวัฒนธรรม วิถีไทยที่คำนึงถึงความยั่งยืน ควบคู่กับการเชื่อมโยงสินค้าและบริการไทยผ่านประสบการณ์ท่องเที่ยว ผนวกสินค้าและบริการไทย อาทิ ผลไม้ อาหาร สปา ให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การท่องเที่ยว เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดจนห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ประกอบการแปรรูป ไปจนถึงธุรกิจชุมชน ทำให้เกิดการกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไปสู่ท้องถิ่นทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ จะส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โดยคนในชุมชนได้รับประโยชน์และมีความพร้อมในการร่วมกันดูแลและรักษาอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการส่งเสริมการพัฒนาสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับการจัดนิทรรศการ การประชุม และกิจกรรมสันทนาการระดับนานาชาติ ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่ต่างๆ ให้พร้อมรองรับการพักระยะยาวของคนต่างชาติที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากรูปแบบการทำงานและใช้ชีวิตของคนทำงานในยุคใหม่ที่สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ (Working from Anywhere) โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพที่มีศักยภาพสูง และเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมไทย

รัฐบาลจะสนับสนุนให้คนไทยท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น โดยการยกระดับเมืองน่าเที่ยวผ่านมาตรการจูงใจด้านภาษีและสิทธิประโยชน์ด้านการเดินทาง และส่งเสริมให้ภาคเอกชนและชุมชนท้องถิ่นร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นเชื่อมโยงกับสินค้า GI (Geographical Indication) หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อภิสิทธิ์' ชี้ นโยบาย รบ.บกพร่องเพียบ ระวังคนทั้ง ปท.จะบอกไม่ไหวแล้ว
'อภิสิทธิ์' ชี้ นโยบาย รบ.บกพร่องเพียบ ระวังคนทั้ง ปท.จะบอกไม่ไหวแล้ว