News Logo
หน้าแรก
‘อนุทิน’ ยึดปิดชื่อถือพฤติกรรมแก้ปมชายแดนใต้ แม่ทัพ 4 ขอโทษพูดหลุดปาก

‘อนุทิน’ ยึดปิดชื่อถือพฤติกรรมแก้ปมชายแดนใต้ แม่ทัพ 4 ขอโทษพูดหลุดปาก

17 เม.ย. 2569 21:57
ผู้ชม 29 คน

นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ปัตตานีประชุมติดตามสถานการณ์ความมั่นคง ยึดหลัก 'ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม' ลุยแก้ปัญหาความขัดแย้ง 3 จังหวัดชายแดนใต้ แม่ทัพภาค 4 ขอโทษปมปิดไมค์-กล่าวหาโรงเรียนปอเนาะ

เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์ความมั่นคงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และบุคลากรที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายอนุทิน กล่าวว่า พื้นที่ชายแดนใต้เป็นพื้นที่สำคัญในเชิงยุทธศาสตร์และมีความละเอียดอ่อนสูง ส่งผลให้ภารกิจด้านความมั่นคงถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนา ส่วนการประชุมในวันนี้ มุ่งเน้นไปที่การติดตาม ประเมินผล และบูรณาการทำงานระหว่างหน่วยงาน 

นายอนุทิน เน้นย้ำว่า การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งการสื่อสารระหว่างหน่วยงานและการสื่อสารกับพี่น้องประชาชนที่มีความเดือดร้อนใจ โดยขอให้ทุกหน่วยงานพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ความจริงปรากฏโดยเร็ว ทั้งยังขอให้ยึดหลัก ‘ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม’ ในการจัดการกับความไม่ชอบมาพากลและขอให้อำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนต่อระบบยุติธรรมกลับคืนมา

อย่างไรก็ดี การประชุมในครั้งนี้ถือเป็นการติดตามผลการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติราชการของหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดเข้าร่วม ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล นอกจากนี้ยังมีการประชุมเรื่องความคืบหน้าของคดีสำคัญในพื้นที่และสถานการณ์สำคัญต่าง ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อยกระดับแผนเสริมสร้างสันติสุขในทุกพื้นที่

ด้าน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ แถลงหลังประชุมว่า นายกรัฐมนตรีไม่สบายใจเกี่ยวกับกระแสสังคมที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องต่างๆ จึงได้พารัฐมนตรี และผู้บริหารกระทรวงต่างๆ มารับทราบปัญหาเกี่ยวกับกระแสสังคมที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงเรียนปอเนาะ รวมถึงการปิดไมค์พูดของแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งขอยืนยันว่าแม่ทัพภาคที่ 4 ตั้งใจมาปฎิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจและมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหา แต่ด้วยบรรยากาศในการแถลงข่าวที่มีสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก ทำให้รู้สึกกดดันบ้าง ตายไมค์บ้าง ขอยืนยันอีกครั้งว่า แม่ทัพภาคที่ 4 มาด้วยความตั้งใจ

นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ที่ปิดไมค์พูดเกี่ยวกับคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ นั้นการปิดไมค์เป็นเรื่องส่วนตัว "อย่ามาพูดถึงกันเลย มันผ่านไปแล้ว ท่านก็ขอโทษแล้ว เป็นเรื่องที่ให้อภัยกันได้ เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน ขอให้ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 มีกำลังใจในการทำงานให้กับพี่น้องประชาชน"

เมื่อถามว่ากรณีที่สมาคมโรงเรียนปอเนาะ ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกนอกพื้นที่ จะมีการสร้างความเข้าใจในพื้นที่อย่างไร พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า แม่ทัพภาคที่ 4 ก็รับผิดแล้ว ซึ่งไม่ใช่ความผิดทั้งทางวินัย และอาญา แค่พูดสื่อสารกันน้อยไป และมีการขอโทษกันแล้ว คิดว่าพี่น้องคนไทยให้อภัยกันได้

ขณะที่ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวขอโทษพี่น้องประชาชน โดยระบุว่า ตนเองอาจจะผิดเพราะการสื่อสารที่มีผลทำให้ประชาชนไม่สบายใจ โดยเฉพาะโรงเรียนปอเนาะที่สอนศาสนา ขอยืนยันว่า ในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้เกิดสันติสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ด้าน พล.ต.อ.สำราญ กล่าวถึงคดีของนายกมลศักดิ์ ว่า คดีดังกล่าวนายกรัฐมนตรีได้ติดตามอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีความห่วงใยต่อคดีดังกล่าว และได้กำชับให้เร่งรัดการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง โดยตนเองได้ลงพื้นที่ติดตามการทำงานด้วยตนเอง เพื่อให้การรวบรวมพยานหลักฐานและการดำเนินคดี

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิด 'ไอ้โม่ง' 3 กลุ่มเบื้องหลัง ขัดขวางร่างกฎหมายอากาศสะอาด
เปิด 'ไอ้โม่ง' 3 กลุ่มเบื้องหลัง ขัดขวางร่างกฎหมายอากาศสะอาด