'อธิบดีกรมฝนหลวง' เปิดใจหลังตัดสินใจลาออกราชการ เหตุทำงานไม่ตอบสนองต่อนโยบายของฝ่ายการเมือง ปูดหลักฐานการติดต่อขอเข้าพบของ 'หลานสุริยะ' ครบถ้วน
นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยถึงสาเหตุการตัดสินใจลาออกจากราชการภายหลังมีคำสั่งโยกย้ายให้ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า การโยกย้ายดังกล่าวเป็นเรื่องของผู้ใหญ่และการทำงานของตนเองไม่ตอบสนองต่อนโยบายของฝ่ายการเมือง
ทั้งนี้ การลาออกดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีชนวนเหตุมาจากกรณีที่ 'หลาน' ของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ติดต่อนายราเชนเพื่อขอเข้าพบ โดยนายสุริยะได้ตั้งข้อสังเกตว่า หากเพียงแค่หลานติดต่อขอเข้าพบแต่ไม่สะดวกให้พบ สาเหตุเพียงเท่านี้มีความสมเหตุสมผลเพียงพอแล้วหรือไม่ที่จะนำมาเป็นเหตุในการสั่งโยกย้ายนายราเชน
นายราเชนชี้แจงในประเด็นนี้โดยยืนยันว่า ตนเองมีหลักฐานครบถ้วน รวมถึงประวัติการโทรศัพท์ ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการโทรศัพท์เข้ามาหากว่า 5 ครั้ง แต่กำลังปฏิบัติราชการอยู่ อย่างไรก็ตาม บุคคลดังกล่าวไม่ได้เดินทางมาพบด้วยตนเอง แต่ส่งทีมงานจำนวน 3 คนเข้าพบแทน โดยอ้างความประสงค์ว่าต้องการซ่อมบำรุงอากาศยานฝนหลวง ซึ่งนายราเชนได้แจ้งกลับไปว่า ตนเองไม่ได้นัดหมายกับกลุ่มทีมงาน แต่มีการนัดหมายกับบุคคลที่โทรศัพท์เข้ามาเท่านั้น
“เจ้าตัวโทรมา อยากคุยผมก็ยินดี แต่วันนั้นเจ้าตัวไม่มา กลับมีทีมงานมา 3 คน โดยอ้างว่าอยากมาซ่อมอากาศยานฝนหลวง ผมเลยบอกไปว่าผมไม่ได้นัดพวกท่าน แต่นัดกับคนที่โทรเข้ามา ผมต้องขอประทานโทษด้วย และวันนั้นผมต้องรีบเดินทางไปขึ้นเครื่องเพื่อไปปฏิบัติงาน มีเรคคอร์ดไว้ทุกอย่าง เบอร์โทรศัพท์ก็มีหมด เดี๋ยวเอาให้ดูก็ได้ ” นายราเชนกล่าว
นายราเชนระบุอีกว่า กรณีที่นายสุริยะขอดูงบประมาณปี 2570 ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ เป็นเรื่องปกติ และทุกหน่วยงานมีการจัดทำตามแนวทางของสำนักงบประมาณอยู่แล้ว โดยปกติกรมมีอากาศยานรวม 30 ลำ มีค่าซ่อมบำรุงรักษาเฉลี่ยปีละ 300 ล้านบาท ส่วนการซ่อมอากาศยานแบบครบวงจรจะอยู่ที่ประมาณ 30-40 ล้านบาทต่อลำ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดำเนินการเพื่อความปลอดภัยและป้องกันไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานประสบอุบัติเหตุ
นอกจากนี้ นายราเชนยังได้ตอบโต้ประเด็นที่นายสุริยะระบุถึงสาเหตุการโยกย้ายว่ามาจากอายุงานที่ใกล้เกษียณ โดยชี้ว่าเป็นแนวคิดของรัฐมนตรีที่ตนเองไม่ขอก้าวล่วงแต่ส่วนตัวไม่ได้มีความคิดเห็นเช่นนั้น และในวันนี้ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะขอลาออกจากตำแหน่ง
“ในมุมมองของข้าราชการถ้าผมผิดยินดีที่จะโดนตั้งกรรมการสอบ ผมรับราชการมาตั้งแต่ C1 ไต่เต้ามาถึงขนาดนี้ คนย้ายตามวาระก็มีเยอะแยะ คนอื่นก็เกษียณเยอะ แต่ถ้าเป็นแนวคิดนโยบายของท่านผมไม่ก้าวล่วง แต่ผมไม่ได้คิดเช่นนั้น แต่วันนี้ตัดสินใจแน่วแน่ลาออกก่อนกำหนด” นายราเชนกล่าว
ด้านนายสุริยะ กล่าวว่า การโยกย้ายนายราเชนไม่เกี่ยวกับหลานตัวเอง แต่เป็นเรื่องการเกษียณอายุ และความเหมาะสม




