"...เหล่านี้เป็นข้อมูลที่สำนักข่าว Next News รวบรวมและสัมภาษณ์เพิ่มเติมมานำเสนอ จะเห็นว่าในช่วงที่ปรากฏข่าวการโยกย้ายอธิบดีทั้ง 2 ราย นายภูมิธรรม รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (ในขณะนั้น) ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า การโยกย้ายข้าราชการทั้งสองรายไม่เกี่ยวข้องกับ 'สี' หรือ 'สายบุรีรัมย์' แต่เป็นการย้ายเพราะยึดเรื่องประสิทธิภาพของงาน ซึ่งภายหลังครม.มีมติโยกย้ายข้าราชการเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2568 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (ในขณะนั้น) ไปร้องเรียนต่อ ก.พ.ค. ..."
สืบเนื่องสำนักข่าว Next News นำเสนอข่าว เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2569 นายวรวิทย์ สุขบุญ ประธานคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) แถลงผลการประชุม ก.พ.ค. ว่าตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนเมื่อเดือนก.ค. 2568 กรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายภูมิธรรม เวชยชัย) เสนอรายชื่อต่อคณะรัฐมนตรีให้มีการโยกย้ายอธิบดีสองรายไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง ในกระทรวงมหาดไทยโดยให้เหตุผลว่า เพื่อเหตุผลความจำเป็นของราชการ ต่อมาข้าราชการสองรายดังกล่าวได้ร้องทุกข์ต่อ ก.พ.ค. เมื่อวันที่ 6 และวันที่ 14 ส.ค. 2568 ตามลำดับ ซึ่ง ก.พ.ค. ได้มีมติรับเรื่องร้องทุกข์ไว้พิจารณาและดำเนินการตามกระบวนการ
บัดนี้ ก.พ.ค. ได้มีคำวินิจฉัยในเรื่องดังกล่าว ก.พ.ค. ฝ่ายเสียงข้างมากเห็นว่า เป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การเสนอชื่อผู้ร้องทุกข์ทั้งสองรายจึงแสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์ของการกระทำที่มีลักษณะเร่งรีบ อันแฝงไว้ ด้วยวัตถุประสงค์อื่นที่มิใช่เหตุผลความจำเป็นของทางราชการที่แท้จริง แต่การจะเพิกถอนการแต่งตั้งผู้ร้องทุกข์ทั้งสองรายจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยเพื่อไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีในหน่วยงานเดิมย่อมไม่เกิดประโยชน์แก่ทางราชการ ด้วยเหตุผลดังกล่าว ก.พ.ค. ฝ่ายเสียงข้างมาก จึงมีคำวินิจฉัยให้จำหน่ายเรื่องร้องทุกข์ออกจากสารบบ

สะเทือนมท.! ก.พ.ค. ชี้คำสั่งย้าย 2 อธิบดี ยุค 'ภูมิธรรม' ไม่ชอบด้วยกม.
ต่อไปมาย้อนดูกันว่าเหตุการณ์ก่อนจะมีคำวินิจฉัยข้างต้นมีที่มาอย่างไร สำนักข่าว Next News รวบรวมข้อมูลที่ปรากฏเป็นข่าวมานำเสนอสาธารณชน ดังนี้
@ จุดเริ่มต้น : 8 ก.ค. 2568 ครม.เคาะย้ายขรก.-'ภูมิธรรม' ให้สัมภาษณ์ ย้ายขรก.ไม่เกี่ยว 'สายบุรีรัมย์'
เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2568 ปรากฏข่าวว่า กระทรวงมหาดไทย (มท.) เตรียมเสนอแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำแหน่งบริหารระดับสูงให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี พิจารณาเห็นชอบรวม 4 ตำแหน่ง ได้แก่
1.นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง (ปค.) ไปดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการ
2.นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ไปดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการ
3.นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมการปกครอง
4.ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์

นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์
โดยก่อนเริ่มประชุม ครม. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี (ในขณะนั้น) ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงกระแสข่าวการโยกย้ายนายไชยวัฒน์และนายนฤชาว่า รอให้มติ ครม. ออกมาก่อน ส่วนกระแสข่าวทั้ง 2 ตำแหน่งดังกล่าวเป็นความจริงหรือไม่นั้น ไม่ทราบ ตอนนี้เห็นลือกันไปว่ามีทั้งปลัดกระทรวง ทั้งอธิบดี และผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ตนเองทำให้เห็นว่าสามารถทำงานได้ที่เคยพูดไว้ว่าภายใน 3 เดือน ไม่ได้หมายความว่าต้องรอ 3 เดือน อะไรที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานสามารถอธิบายได้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ข้าราชการที่มีความใกล้ชิดกับ รมว.มหาดไทย คนเก่าจะโดนโยกย้ายด้วยหรือไม่
นายภูมิธรรม ตอบว่า ไม่ได้ย้ายเพราะใกล้ชิดหรืออยู่ใกล้กับ มท.1 คนเก่า เพราะตนเองต้องการทำงานเรื่องยาเสพติด และหลาย ๆ เรื่อง ยึดเรื่องประสิทธิภาพของงานเป็นหลัก บอกแล้วว่าไม่มีสี มีแต่สีมหาดไทย
เมื่อถามว่าอธิบดีทั้งสองคนอาจโดนโยกย้าย เป็นเพราะอยู่สายบุรีรัมย์หรือไม่
นายภูมิธรรม ตอบว่า ไม่เกี่ยวกับสายบุรีรัมย์ เกี่ยวกับงาน
เมื่อถามว่าอธิบดีกรมการปกครองคนปัจจุบันอีก 2 เดือนจะเกษียณอายุราชการ มีข่าวโยกย้ายแบบนี้จะเป็นการทำลายขวัญกำลังใจข้าราชการหรือไม่
นายภูมิธรรม ตอบว่า ไม่ทำลาย เพราะสิ่งที่ตนเองดำเนินการ ส่วนใหญ่ข้าราชการรับรู้ว่าเป็นปัญหาแบบนั้นจริง ๆ เช่น เรื่องบัตรประจำตัวประชาชนที่บุรีรัมย์ถามว่ารอให้เกิดปัญหาแบบนี้ได้อย่างไร เพราะต้องมีการเตรียมการทั้งหมดไว้ ไม่ควรเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น นี่คือเรื่องที่ตนเองยกตัวอย่าง รวมถึงเรื่องยาเสพติดและเรื่องอื่น ๆ อย่างไรก็ตามปัญหาบัตรประชาชนที่บุรีรัมย์ขณะนี้ตนเองได้ดำเนินการแล้วไม่น่ามีปัญหาอะไร ซึ่งการจ่ายบัตรการซื้อบัตรเป็นวงรอบอยู่แล้ว ทั้งที่รู้เป็นวงรอบทำไมถึงปล่อยให้เกิดปัญหา
ต่อมาในวันเดียวกัน ครม. มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ตำแหน่งบริหารระดับสูงรวม 4 ตำแหน่ง ตามที่ปรากฏเป็นข่าวข้างต้น
@ ‘นฤชา’ ร้อง ก.พ.ค. 16 ก.ค. 68
เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2568 นายวรวิทย์ สุขบุญ ประธานกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในประเด็นการสัมมนาเชิงปฏิบัติการระหว่าง ก.พ.ค. กรรมการวินิจฉัยฯ ผู้บริหารสำนักงาน ก.พ. และเจ้าหน้าที่ สพค. โดยช่วงหนึ่งนายวรวิทย์ กล่าวถึงเรื่องร้องทุกข์เกี่ยวกับการโยกย้ายของข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยว่า ก.พ.ค. ได้รับเรื่องร้องทุกข์ตามระบบงานสารบรรณ เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2568 และจะได้มอบหมายให้องค์คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ พิจารณาดำเนินการต่อไป โดยเห็นว่ากรณีดังกล่าวเป็นที่น่าสนใจของสาธารณชนจะพิจารณาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด
สำหรับกรณีการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยไม่เป็นธรรม ที่ปรากฏเป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ คือ กรณี นายไชยวัฒน์ และนายนฤชา ที่ถูกโยกย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการ กระทรวงมหาดไทย โดยผู้ร้องเรียนต่อ ก.พ.ค. คือ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์
เหล่านี้เป็นข้อมูลที่สำนักข่าว Next News รวบรวมและสัมภาษณ์เพิ่มเติมมานำเสนอ จะเห็นว่าในช่วงที่ปรากฏข่าวการโยกย้ายอธิบดีทั้ง 2 ราย นายภูมิธรรม รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (ในขณะนั้น) ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า การโยกย้ายข้าราชการทั้งสองรายไม่เกี่ยวข้องกับ 'สี' หรือ 'สายบุรีรัมย์' แต่เป็นการย้ายเพราะยึดเรื่องประสิทธิภาพของงาน ซึ่งภายหลังครม.มีมติโยกย้ายข้าราชการเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2568 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (ในขณะนั้น) ไปร้องเรียนต่อ ก.พ.ค.
อ้างอิงและเรียบเรียงข้อมูลจาก




