อาม่า มารีน ออกโรงแจงปมถูก สส. ปชน.โยงกว้านซื้อที่ดิน 500 ไร่ โครงการแลนด์บริดจ์ ยันไร้ส่วนเกี่ยวข้อง-ไม่ใช่บริษัทอสังหาฯ-ไม่เคยซื้อที่เพื่อเก็งกำไร-แจงตอนนี้มีที่ดินแค่ในศรีราชาเท่านั้น ยืนยันบริษัทพร้อมให้ตรวจสอบ เผยขั้นตอนดำเนินการตอนนี้คงแค่ชี้แจง ส่วนจะฟ้องหรือไม่ต้องดูอีกที
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ AMA โดยนายพิศาล รัชกิจประการ กรรมการผู้จัดการ ได้จัดการแถลงข่าวฉุกเฉินเมื่อ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีที่บริษัทถูกพาดพิงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเข้ากว้านซื้อที่ดินจำนวนมากในพื้นที่โครงการแลนด์บริดจ์ จังหวัดระนอง โดยยืนยันว่าข่าวลือดังกล่าวไม่เป็นความจริงและสร้างความเข้าใจผิดอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชนและนักลงทุน
นายพิศาล กล่าวยืนยันความบริสุทธิ์ใจของ AMA หลังมีกระแสข่าวที่เชื่อมโยงบริษัทกับการกว้านซื้อที่ดินกว่า 500 ไร่ บริเวณอ่าวเคย จังหวัดระนอง เพื่อรองรับโครงการเมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์ ซึ่งข้อมูลที่แพร่หลายออกไปก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน ตลอดจนประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก ในฐานะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย AMA ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาโดยตลอด โดยให้ความสำคัญสูงสุดต่อความโปร่งใสและความถูกต้องของข้อมูล จึงเป็นที่มาของการแถลงข่าวเพื่อชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและพร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบในทุกขั้นตอน
ต้นตอข่าวลือ: คำกล่าวอ้างจาก สส.พรรคประชาชน
นายพิศาลได้กล่าวถึงที่มาของข้อกล่าวหาที่พาดพิงถึงบริษัท โดยอ้างอิงจากการแถลงข่าวของ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชน เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ซึ่งได้มีการกล่าวถึงการยกเลิกการลงพื้นที่ของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และแนะนำให้ไปรับฟังความเห็นจากประชาชนที่อ่าวเคย จังหวัดระนอง
ในการแถลงครั้งนั้น สส.ท่านดังกล่าวได้ระบุว่า "ขณะนี้ทราบว่า 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการกว้านซื้อที่ดินไปแล้ว ประมาณ 500 ไร่ จากบริษัทนอมินี ที่คนในพื้นที่รู้จักกันในนามของอาม่า" ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทำให้ชื่อของ บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) ถูกเชื่อมโยงและตกเป็นเป้าของการจับตามองจากสาธารณชนและสื่อมวลชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
AMA ยืนยันหนักแน่น: ดำเนินธุรกิจขนส่ง ไม่ใช่อสังหาฯ และไม่ได้กว้านซื้อที่ดิน
นายพิศาล กล่าวต่อไปว่าสำหรับ บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีธุรกิจหลักในการให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์ทั้งทางบกและทางน้ำ โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมัน เคมีภัณฑ์ และสินค้าเหลว รวมถึงการให้บริการด้านโลจิสติกส์อื่นๆ ซึ่งเป็นธุรกิจที่บริษัทได้ดำเนินมาเป็นระยะเวลานานตั้งแต่ปี 2539 และเป็นแหล่งรายได้หลักที่สำคัญของบริษัทมาโดยตลอด
โดยธุรกิจของ AMA ได้มีการขยับขยายและเติบโตจากการให้บริการขนส่งทางเรือภายในประเทศ สู่การให้บริการในภูมิภาคเอเชีย และยังได้เพิ่มการให้บริการขนส่งทางบก เช่น รถน้ำมัน รถขนตู้คอนเทนเนอร์ รถขนรถยนต์ และรถขนสารเคมี รวมถึงธุรกิจโคเชน (cold chain) สำหรับสินค้าควบคุมอุณหภูมิ
กรรมการผู้จัดการ AMA ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าบริษัท "มิได้มีการประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์" และ "ไม่มีนโยบายกว้านซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไรจากโครงการของภาครัฐแต่อย่างใด"
สำหรับประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่าบริษัทได้เข้าไปกว้านซื้อที่ดินกว่า 500 ไร่ เพื่อรองรับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นายพิศาลได้ชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้องและไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง พร้อมทั้งระบุว่า หากบริษัทมีการถือครองทรัพย์สินใดๆ ก็เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจตามปกติ โดยบริษัทมีที่ดินที่ใช้ในการประกอบกิจการเพียงแปลงเดียวคือที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ขนาดประมาณ 21 ไร่ ซึ่งซื้อมาตั้งแต่ประมาณปี 2559 ซึ่งเป็นปีที่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และที่ดินผืนนี้ใช้สำหรับซ่อมบำรุงและบริหารจัดการรถขนส่งของบริษัทเท่านั้น
โปร่งใส ตรวจสอบได้ ปฏิเสธไม่ได้เป็นนอมินีใคร
นายพิศาล ได้เน้นย้ำถึงโครงสร้างการดำเนินงานของ AMA ว่าบริษัทมีโครงสร้างผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัท ระบบบริหารจัดการ และการกำกับดูแลกิจการที่โปร่งใส เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล และอยู่ภายใต้การตรวจสอบของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผู้สอบบัญชี นักลงทุน รวมถึงผู้ถือหุ้นของบริษัทเอง
"บริษัทไม่ได้เป็น nominee หรือถือครองทรัพย์สินแทนบุคคลใดทั้งสิ้น โดยทรัพย์สินใดๆ ที่บริษัทถือครองเพื่อประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจตามปกติมีการเปิดเผยข้อมูลตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์และสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด และในฐานะบริษัทมหาชน การดำเนินธุรกิจทุกขั้นตอนของบริษัทต้องเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และสามารถตรวจสอบได้เสมอ แม้ว่าอาจจะมีผู้ถือหุ้นบางท่านที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่โครงสร้างการถือหุ้นดังกล่าวก็ถูกต้องตามกฎหมายและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้น” นายพิศาลกล่าว
ยืนยันบริษัทจะชี้แจงก่อนพิจารณาทางกฎหมาย
กรรมการผู้จัดการ AMA กล่าวแสดงความกังวลว่า "ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนดังกล่าวอาจสร้างความเข้าใจผิดแก่นักลงทุนและสาธารณชนเกี่ยวกับประเภทธุรกิจของบริษัท" แม้ว่าในปัจจุบันยังไม่พบผลกระทบที่ชัดเจนต่อการดำเนินธุรกิจ แต่การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องในสื่อออนไลน์ได้สร้างความจำเป็นให้บริษัทต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันไม่ให้นักลงทุนเข้าใจผิดว่า AMA ได้ขยายไปสู่ธุรกิจประเภทอื่น หรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับโครงการของรัฐ
เกี่ยวกับแนวทางในการรับมือกับข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น นายพิศาลระบุว่า ในขั้นตอนแรก บริษัทมีความกังวลเพียงว่าจะมีนักลงทุนหรือสาธารณชนที่เข้าใจผิด จึงเป็นการชี้แจงข้อเท็จจริง โดยในเบื้องต้น บริษัทจะมุ่งเน้นไปที่การให้ข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันก่อน ส่วนเรื่องการดำเนินคดีตามกฎหมายนั้น คงจะเป็นในขั้นตอนต่อไป" ซึ่งจะมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่ในขณะนี้ยังคงเน้นการชี้แจงเพื่อความเข้าใจร่วมกันเป็นหลัก
นายพิศาลกล่าวยืนยันความพร้อมของบริษัทที่จะให้ข้อมูลข้อเท็จจริงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและพร้อมเปิดเผยข้อมูลตามกระบวนการที่ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ หากมีการตรวจสอบเพิ่มเติมที่เป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง บริษัทก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่
กรรมการบริษัท AMA กล่าวทิ้งท้าย โดยขอบคุณผู้ถือหุ้น นักลงทุน ลูกค้า ผู้ค้า และทุกฝ่ายที่ยังคงเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจของบริษัทมาโดยตลอด พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของความเชื่อมั่นที่บริษัทมีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ AMA ต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในครั้งนี้ เพื่อยืนยันถึงการยึดมั่นในกลยุทธ์ธุรกิจด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจร และความโปร่งใสในทุกมิติของการดำเนินงาน.




