News Logo
หน้าแรก
‘รังสิมันต์’ จี้ทลาย 'Huione Pay' ฟอกเงินแสน ล.-รมว.ยธ.รับทำงานไม่ง่าย

‘รังสิมันต์’ จี้ทลาย 'Huione Pay' ฟอกเงินแสน ล.-รมว.ยธ.รับทำงานไม่ง่าย

14 พ.ค. 2569 13:23
ผู้ชม 18 คน

‘รังสิมันต์’ กระทุ้ง รมว.ยุติธรรม เร่งทลาย 'Huione Pay' ฟอกเงินแสนล้าน ชี้คดีล่าช้า-ทรัพย์สินเสี่ยงถูกยักย้าย ด้าน รมว.ยธ.แจงเร่งยึดทรัพย์กว่า 2 หมื่นล้าน-ประสานอินเตอร์โพลให้จัดการแล้ว ยอมรับจัดการ 'Huione Pay' ไม่ง่ายเพราะบริษัทไม่ร่วมมือ

 

สำนักข่าว Next News รายงานข่าวว่าเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถามพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เกี่ยวกับความคืบหน้าในการดำเนินงานของภาครัฐต่อกรณีของบริษัทฮุ่ยวันเปย์ (Huione Pay) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินขนาดใหญ่ และมีข้อกังวลถึงความล่าช้าในการขยายผลการสืบสวน การยึดอายัดทรัพย์สิน และการนำตัวผู้กระทำความผิดมารับโทษ ท่ามกลางกระแสความเชื่อมโยงกับเครือข่ายการเงินที่ไม่โปร่งใสและบุคคลในแวดวงการเมืองไทย

นายรังสิมันต์ เริ่มต้นด้วยการตั้งกระทู้ถามโดยชี้ให้เห็นว่าคดีการฟอกเงินนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง แต่กลับถูกปล่อยปละละเลยมาอย่างยาวนาน โดยตนเชื่อว่ามีบุคคลที่เป็น "สวิตช์" ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายการเงินที่ไม่โปร่งใส รวมถึงมีความสัมพันธ์และการติดต่อกับนักการเมืองและบุคคลในแวดวงการเมืองไทย สิ่งเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดข้อกังวลหลายประการ ทั้งในเรื่องของความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ามีทั้งผลประโยชน์ทับซ้อนและการเอื้อผลประโยชน์ และนำไปสู่คำถามที่สำคัญว่าบุคคลเหล่านี้จะถูกดำเนินคดีอย่างจริงจังหรือไม่

สส.พรรคประชาชน ได้นำเสนอข้อมูลประกอบการตั้งกระทู้ โดยระบุว่าจากข้อมูลปรากฏการดำเนินงานของการฟอกเงินโดยใช้แพลตฟอร์ม Huione Pay มีการโอนเงินถึง 18 ครั้ง และใช้บัญชีม้าอย่างน้อย 12 บัญชี โดยกระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำๆ กันหลายครั้ง ส่งผลให้จำนวนเงินที่ไหลผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าวในช่วง 4 ปีที่ผ่านมามีมูลค่าสูงถึง 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณแสนล้านบาท ซึ่งจำนวนเงินนี้เทียบเท่ากับงบประมาณแผ่นดินของประเทศไทยในบางปี

นายรังสิมันต์ยังชี้ว่า หน่วยงานอย่าง FINCEN ของสหรัฐอเมริกา ได้มีการแนะนำให้ Huione Pay ถูกขึ้นบัญชีดำแล้วด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติของแพลตฟอร์มนี้ในระดับสากล นอกจากนี้  เรื่องนี้บุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้อง อาทินายจอร์จ (George) และนายกลินห์ (Glenn) สองชาวสิงคโปร์ที่เชื่อมโยงกับ Huione Pay และปัจจุบันถูกทางการสิงคโปร์จับกุมแล้ว ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าข้อมูลการกระทำความผิดและการจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินผ่าน Huione Pay นั้นมีอยู่จริงในระดับสากล

นายรังสิมันต์ยังได้กล่าวถึงนางแคทรียา บีเวอร์ ซึ่งเป็นภรรยาของนายเบน สมิธ ซึ่งปรากฏชื่อในกองทุนของ CAI OPTIMAL FUND และตั้งคำถามถึงความคืบหน้าของคดี รวมถึงการออกหมายจับและหมายแดง (Red Notice) ของตำรวจสากล (Interpol) สำหรับนายเบน สมิธ เพื่อนำไปสู่การจับกุมและการขยายผลต่อไป

ยธ.แจงคืบหน้าปราบปรามเครือข่าย-ยึดทรัพย์ 

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ชี้แจงต่อกระทู้ถาม โดยกล่าวว่าประเด็นที่ สส.รังสิมันต์สอบถามนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง และขออนุญาตตอบในภาพรวมของเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งมีความเกี่ยวพันกันทั้งกรณีของนายเบน สมิธ และ Huione Pay รวมถึงเครือข่ายของนายยิม เลียก และนางวิริยา ยิมจ์ ภรรยา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าวถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการปราบปรามเครือข่ายฟอกเงินของนายเบน สมิธ โดยระบุว่ากองปราบปรามได้ออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายนี้รวม 10 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการย้อนเส้นทางการเงินจากบัญชีของนายยิม เลียก ไป 5 ชั้นบัญชีม้า จนพบว่าเป็นบัญชีของผู้เสียหาย ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียหายประมาณ 100 บัญชี ที่โอนเงินให้กับเครือข่ายดังกล่าว โดยคดีนี้ได้ส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการพิเศษแล้ว

สำหรับกรณีของนายเบน สมิธ และนางแคทรียา รัฐมนตรีฯ ชี้แจงว่า ปลัดกระทรวงยุติธรรมได้ทำเรื่องถึงกองการต่างประเทศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อประสานงานกับตำรวจสากล (Interpol) ในการขอออกหมายแดงเพื่อติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งสองแล้ว นอกจากนี้ ยังมีอีกคดีที่เกี่ยวข้องกับนางแคทรียาซึ่งถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงประชาชนด้วยการชักชวนให้ร่วมลงทุน และทำให้เกิดความเสียหายกว่า 900 ล้านบาท โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ดำเนินการในคดีนี้อยู่

ในด้านการยึดทรัพย์สิน รัฐมนตรีฯ ระบุว่ามีการยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐานไปแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเป็นการยึดทรัพย์สินของนายเบน สมิธ และภรรยา รวมถึงผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ รวมมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล

ส่วนการยึดทรัพย์ครั้งที่ 2 ทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ตรวจสอบและขยายผลเส้นทางการเงินเพิ่มเติม และได้ยึดทรัพย์สินรวม 300 รายการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดนี้ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลและบางส่วนอยู่ระหว่างรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยคาดว่าจะมีการส่งเรื่องให้พนักงานอัยการพิเศษพิจารณาได้ประมาณเดือนมิถุนายน

รัฐมนตรีฯ ยอมรับว่าสำหรับการดำเนินการกับบริษัท Huione Pay นั้นมีความท้าทาย เนื่องจากทางบริษัทไม่ได้ให้ความร่วมมือในการส่งข้อมูลรายละเอียดและบัญชีผู้ได้ประโยชน์ต่าง ๆ เจ้าหน้าที่จึงต้องอาศัยการรวบรวมพยานหลักฐานด้วยตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดตามเส้นทางการเงินที่ซับซ้อน ตั้งแต่ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีม้า จากนั้นเปลี่ยนเป็นเงินสกุลจีน แล้วจึงถูกแปลงเป็นคริปโตเคอร์เรนซี (USDT) ก่อนจะโอนเข้าแพลตฟอร์ม Huione Pay ซึ่งทำให้การติดตามยุ่งยากและเป็นข้อจำกัดในการสืบสวน อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโลยี (บก.ปอท.) ก็ยังคงติดตามคดีเหล่านี้

 ส่วนกรณีของนายฮุนโต หลานของนายฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกับพูชาที่ยอมรับว่าถือหุ้นใน uione Pay  รัฐมนตรีฯ ระบุว่ากำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการในส่วนต่อไป

สส. รังสิมันต์ ย้ำข้อกังวล-ความล่าช้า-ความพยายามถ่ายเททรัพย์สิน 

นายรังสิมันต์ โรม ได้กล่าวแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อความล่าช้าในการดำเนินคดีและขยายผล โดยเฉพาะการยึดอายัดทรัพย์สินเพื่อคืนให้แก่ผู้เสียหาย เพราะมีตั้งข้อสังเกตว่าข้อมูลที่รัฐมนตรีชี้แจงมานั้นแทบไม่เห็นความคืบหน้าของการขยายผลเกี่ยวกับ Huione Pay เลย แม้รัฐมนตรีจะกล่าวว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ดำเนินการมาถึง 9 เดือนแล้ว และกำลังรวบรวมเอกสาร แต่จากรายงานข่าวที่ออกมา ระบุว่า Huione Pay โดยเฉพาะสำนักงานในกัมพูชา กำลังมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน หากการดำเนินการล่าช้าเช่นนี้ ประชาชนผู้เสียหายจะได้รับเงินคืนได้อย่างไร

สส.พรรคประชาชน ยังได้ตั้งคำถามว่า ตกลงแล้วใครคือผู้ที่จะต้องดำเนินการขยายผลกับ Huione Pay และการประสานงานกับตำรวจสากลเพื่อออกหมายแดงนั้น มีความคืบหน้าจริงจังเพียงใด เพราะก่อนหน้านี้ในสมัยที่ตนเป็นประธานกรรมาธิการความมั่นคง ก็ได้รับคำบอกกล่าวในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วหลายเดือน แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการปราบปรามอาชญากรยังขาดความเชิงรุก

นายรังสิมันต์ยังได้กล่าวถึงกรณีของนายฮุนโต ที่ตนเคยอภิปรายถึงความเกี่ยวข้องกับบริษัท Huione Pay เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และต้องการทราบว่า ณ ปัจจุบัน มีการออกหมายจับนายฮุนโกแล้วหรือไม่ มีการดำเนินคดี หรือมีการประสานงานกับตำรวจสากลเพื่อขอออกหมายแดงหรือไม่ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลในการทลายเครือข่ายฟอกเงินขนาดใหญ่นี้ นายรังสิมันต์ยังได้เน้นย้ำถึงความเต็มใจที่จะให้ข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่ตนมีอยู่แก่กระทรวงยุติธรรม เพื่อช่วยในการสอบสวนและขยายผลต่อไป พร้อมทั้งแสดงความเป็นห่วงว่าหากไม่มีการดำเนินการอย่างเด็ดขาด อาจเข้าข่ายเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้

รัฐมนตรีฯ ยืนยันเดินหน้ากลไกคณะกรรมการ 3 มิติ

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ ได้กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยระบุว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้ตั้งคณะกรรมการ 3 มิติ เพื่อบูรณาการการทำงานในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและฟอกเงิน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานในมิติการปราบปราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ดูแลมิติการป้องกัน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังดูแลมิติการตรวจสอบเส้นทางการเงินและธุรกรรมต่างๆ รัฐมนตรีฯ ยอมรับว่าการดำเนินการกับ Huione Pay มีข้อจำกัดเนื่องจากบริษัทไม่ให้ความร่วมมือในการส่งข้อมูล แต่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหา และพร้อมรับข้อมูลจากนายรังสิมันต์ โรม เพื่อขยายผลต่อไปเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดในการทลายเครือข่ายเหล่านี้

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
Huione Pay



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โซเชียลเดือดแห่โพสต์ปมวิกฤตเศรษฐกิจ  3 เจนสะท้อนปัญหา-ปรับตัวสู้
โซเชียลเดือดแห่โพสต์ปมวิกฤตเศรษฐกิจ 3 เจนสะท้อนปัญหา-ปรับตัวสู้