พรรคฝ่ายค้านยืนยันยกร่างคำร้องยื่นประธานสภาฯ เพื่อเอาผิด ป.ป.ช. ปมยกคำร้องคดี 'ศักดิ์สยาม' เสร็จต้นเดือน มิ.ย.นี้ ด้าน คปท.จี้พรรคฝ่ายค้านเร่งทำหน้าที่ เนื่องจากคดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน
นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยว่า หลังจากเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องพรรคฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ให้เร่งดำเนินการยื่นคำร้องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีมีมติยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทางพรรคประชาชนได้ยกร่างคำร้องฉบับนี้แล้ว พร้อมทั้งรวบรวมคำร้องฉบับก่อนที่ตกไปในสภาชุดที่แล้วขึ้นมาทำใหม่
ทั้งนี้ จะประกอบด้วยข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นใหม่ และมีการแยกฉบับในการยื่นต่อสภาฯ เพื่อให้ประธานสภาฯ ได้วินิจฉัยมูลเหตุเพิ่มเติม โดยในความตั้งใจแรกพรรคต้องการยื่นภายในเดือนนี้ แต่คดีดังกล่าวได้รับความสนใจทั้งจากภาคประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่อีกหลายภาคส่วนที่ส่งข้อมูลเข้ามา ทำให้ต้องนำข้อเท็จจริงหลายส่วนมาใช้ประกอบคำร้อง ส่งผลให้อาจต้องยกร่างคำร้องเสร็จสิ้นในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน
นอกจากนี้ ภายในร่างคำร้องจะมีทั้งข้อเท็จจริงที่ยุติแล้วจากศาลรัฐธรรมนูญ และข้อเท็จจริงที่ปรากฏในกระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ทั้ง 8 คน ซึ่งทั้งหมดจะเป็นการตรวจสอบการทำงานของกรรมการ ป.ป.ช. ทั้ง 8 คน ว่าได้ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
นพ.วาโย ระบุด้วยว่า ในทางหลักการหน้าที่ของ ป.ป.ช. ไม่ใช่การพิพากษาหรือวินิจฉัยเนื่องจากเป็นหน้าที่ของศาล แต่ ป.ป.ช. เปรียบเสมือนพนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานอัยการ ที่ทำหน้าที่ไต่สวนมูลความผิด และหากพบว่ามีมูลก็ควรส่งเรื่องต่อไปยังศาล
"ป.ป.ช. ไม่ใช่ผู้พิพากษา แต่การที่ ป.ป.ช. ไม่ส่งเรื่องต่อ เปรียบเสมือนว่า ป.ป.ช. ได้พิพากษายกฟ้องไปแล้ว" นพ.วาโยกล่าว
ขณะที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอดและทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน ในกรณีที่ ป.ป.ช. มีคำวินิจฉัยยกคำร้องไม่ตรงกับศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 การยื่นเรื่องให้ศาลฎีกาตั้งผู้ไต่สวนอิสระนั้น ต้องใช้เสียงของรัฐสภาจำนวน 140 เสียง จึงจำเป็นต้องร่วมมือกับพรรคฝ่ายค้าน รวมถึงยังมีพรรคเสรีรวมไทยและพรรคไทยภักดีมาร่วมด้วย ซึ่งจะทำงานร่วมกับคณะกรรมการยกร่าง ทั้งในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชาชน เพื่อยื่นเรื่องนี้ตามที่คุณหมอวาโยและผู้นำฝ่ายค้านได้แถลงไว้
นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะมีการยื่นเรื่องแยกเฉพาะตามกฎหมาย ป.ป.ช. ซึ่งเป็นการเริ่มเรื่องในประเด็นที่ ป.ป.ช. ยังไม่ได้วินิจฉัยในกรณีของนายศักดิ์สยาม ส่วนประเด็นที่ 2 ที่ คปท. ยื่นเรื่องให้ติดตามกรณีการเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้เกาะติดสถานการณ์มาโดยตลอด และจะมีการแถลงมาตรการในการติดตามเรื่องนี้ต่อไปว่าจะมีทิศทางอย่างไร
ด้าน นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. ระบุว่า ทางกลุ่มต้องการใช้ช่องทางรัฐสภาในการตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช. เนื่องจากคดีนายศักดิ์สยามได้รับความสนใจจากประชาชน และศาลรัฐธรรมนูญก็ได้มีคำวินิจฉัยไว้อย่างละเอียดกว่า 50 หน้า โดยเชื่อว่าฝ่ายค้านพร้อมที่จะร่วมลงชื่อ คปท. ได้ติดตามและเร่งรัดให้พรรคฝ่ายค้านรวบรวมรายชื่อ สส.รวมถึง สว. บางส่วน เพื่อยื่นเรื่องต่อประธานสภาฯ ในลำดับถัดไป




