News Logo
หน้าแรก
‘อนุชา’ เปิด 5 นโยบายหลัก ชิงผู้ว่าฯ-เสนอโอน ขสมก. ให้ กทม. บริหาร

‘อนุชา’ เปิด 5 นโยบายหลัก ชิงผู้ว่าฯ-เสนอโอน ขสมก. ให้ กทม. บริหาร

26 พ.ค. 2569 18:20
ผู้ชม 8 คน

‘อนุชา’ เปิด 5 นโยบายสู้ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เสนอโอน ขสมก. ให้ กทม. คุม พร้อมตั้งเป้าฝังกลบขยะเป็นศูนย์ สร้างที่อยู่อาศัยให้ผู้สูงอายุ และใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการขนส่งสาธารณะ

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอนุชา บูรพชัยศรี ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) แถลงนโยบาย ภายใต้แคมเปญ ‘เมืองฟ้าอมร and more’ พร้อมชู 5 นโยบายหลัก ได้แก่ เดินทางสะดวก, เมืองสะอาด, ใช้ชีวิตสบาย, รายได้เพิ่มขึ้น และโปร่งใสตรวจสอบได้

นายอนุชา ระบุว่า กรุงเทพฯ มีความหลากหลายทั้งทางกายภาพ เศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ ทำให้พื้นที่ชั้นในและชั้นนอกเจอปัญหาคนละแบบ พรรคประชาธิปัตย์จึงส่งผู้สมัครสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ครบทุกเขต สำหรับนโยบายวันนี้คือภาพใหญ่ที่สะท้อนจุดร่วมของปัญหา ส่วนรายละเอียดในทางปฏิบัติ สก. แต่ละคนจะเป็นผู้ลงพื้นที่เข้าถึงและตอบโจทย์ปัญหาของแต่ละเขตโดยตรง 

นายอนุชา กล่าวว่า การเดินทางเป็นปัญหาสำคัญในกรุงเทพฯ นโยบายเชิงรุกคือการเสนอให้รัฐบาลดึงขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและการบริหารจัดการของกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วยให้คนกรุงเทพฯ เดินทางสะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ จะนำเทคโนโลยีมาใช้ประมวลผลข้อมูล เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการการเดินทางที่เป็นระบบ

สิ่งที่จะดำเนินการควบคู่กันไปคือ การลดการใช้เครื่องยนต์ดีเซลและเปลี่ยนมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่สะอาดและลดมลพิษทางอากาศ อีกหนึ่งสิ่งคือการฟื้นฟูเรือ EV ที่ถูกปล่อยทิ้งร้างให้กลับมาใช้งานใหม่ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนหลักได้มากยิ่งขึ้น

ประเด็นถัดมาคือเรื่องความสะอาด สิ่งที่กรุงเทพฯ ทำได้ทันที คือการควบคุมและจัดระเบียบพื้นที่ก่อสร้างต่างๆ ถัดมาเป็นเรื่องการจัดการขยะ ซึ่งขณะนี้กรุงเทพฯ มีศูนย์กำจัดขยะทั้งหมด 3 แห่ง ได้แก่ หนองแขม อ่อนนุช และสายไหม จึงจำเป็นต้องเพิ่มศูนย์กำจัดขยะให้มากขึ้น นอกจากนี้ จะนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเปลี่ยนขยะมูลฝอยให้เป็นพลังงาน ทั้งยังตั้งเป้าหมายการฝังกลบขยะให้เป็นศูนย์อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการควบคุมกลิ่น น้ำเสีย และการบำบัดอย่างเป็นระบบ ซึ่งต้องเร่งดำเนินการโดยเร็ว 

นโยบายถัดมาเกี่ยวข้องกับความสบายทั้งทางกายและทางใจ สิ่งแรกที่พรรคประชาธิปัตย์จะทำคือ การสร้างที่อยู่อาศัยให้กับผู้สูงอายุ นอกเหนือจากนั้นจะให้ความสำคัญกับการบริการอื่นๆ อาทิ การเข้ารับการรักษาฟันเร็วขึ้นกว่าคนอื่น นอกจากนี้ความสบายครอบคลุมถึงศูนย์บริการสาธารณสุขทั่วกรุงเทพฯ จะต้องร่วมมือกับคลินิก ประชาชนเข้ารับบริการโดยไม่ต้องไปไกลจากบ้าน อีกทั้งการปรับพื้นที่สาธารณะที่ไม่ได้ใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด อาทิ การจัดทำเป็น Art Space, สวนหย่อม, สวนสาธารณะ, สวนกีฬา และที่ทำงาน เป็นต้น

ต่อมาเป็นเรื่องเศรษฐกิจ นายอนุชาระบุว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงที่ทุกคนรู้ดีว่าทุกอย่างกระจุกตัวอยู่ที่นี่ ซึ่งควรมีการสร้างมาตรฐานเพื่อให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้ อาทิ ร้านกัญชาที่มีการโฆษณาเพื่อสันทนาการโดยไม่มีการกำกับดูแล ซึ่งกรุงเทพฯ จะเปิดกว้างทางเศรษฐกิจชุมชน แต่ต้องไม่สร้างความเสี่ยงต่อเยาวชนและสังคม ทั้งยังต้องมีมาตรฐานที่ชัดเจนภายใต้ระเบียบและข้อกฎหมาย นอกจากนี้ จะมีการสนับสนุนระบบเศรษฐกิจให้กับพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นนอกด้วย 

สุดท้ายคือเรื่องความโปร่งใสในการบริหารราชการ ในระดับชาติมีการพูดถึงแพลตฟอร์ม 'ส่องรัฐ' เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะนำมาประยุกต์ใช้เพื่อเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างและการใช้งบประมาณของท้องถิ่นให้ประชาชนตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน พร้อมทั้งพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ ฝุ่น PM 2.5 และสภาพการจราจรแบบ Real-time รวมถึงเปิดให้ประชาชนสามารถเข้าถึงภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ในพื้นที่สาธารณะเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

“กทม.ในยุคประชาธิปัตย์ในอนาคตถ้าเราได้เข้าไป เราจะไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ แต่เราพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพในการนำปัญหาทั้งหมดมาแก้ ในขณะเดียวกันเราไม่ได้ดูแลปัญหาอย่างเดียว เราต้องสร้างความหวังและโอกาสให้กับคน กทม. ด้วย” นายอนุชากล่าว 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
อนุชา บูรพชัยศรี



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘อภิสิทธิ์’ เปิดใจกู้ ปชป. เร่งสร้างสายเลือดใหม่-ยึดอุดมการณ์สุจริต
‘อภิสิทธิ์’ เปิดใจกู้ ปชป. เร่งสร้างสายเลือดใหม่-ยึดอุดมการณ์สุจริต