ครป. -สหภาพ NT-สภาผู้บริโภค ชี้แจงที่ประชุมกรรมการสรรหา กสทช. ย้ำ ‘หมอสรณ’ ขาดคุณสมบัติ ปธ.กสทช. เหตุดำรงตำแหน่งควบทั้งพนักงาน ม.มหิดล-กรรมการ ธ.กรุงเทพ เผย 25 มี.ค. ยื่นผู้ตรวจการฯ พิจารณาส่งศาล รธน.แล้ว
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ร่วมกับนางมลฤดี โพธิ์อินทร์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายและนวัตกรรม สภาองค์กรของผู้บริโภค และนายเชิดชัย กัลยาวุฒิพงศ์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ได้เข้ายื่นเอกสารเพิ่มเติมและชี้แจงต่อที่ประชุมคณะกรรมการสรรหา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามคำเชิญของประธานคณะกรรมการฯ ณ ห้องประชุม CA429 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา เวลา 11.30 น. การชี้แจงครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569
โดยในวันนี้ (5 มิถุนายน)มีการนำส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ของคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม (กมธ.ไอซีที) วุฒิสภา พร้อมภาคผนวกเอกสารการตรวจสอบทั้งหมด เพื่อประกอบการพิจารณาข้อร้องเรียนและผลการตรวจสอบเรื่องการขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช.
ประเด็นการขาดคุณสมบัติของประธาน กสทช.
นายเมธา มาสขาว และคณะฯ ได้ใช้เวลาชี้แจงและตอบข้อซักถามต่อที่ประชุมนานกว่า 30 นาที โดยได้ระบุถึงประเด็นปัญหาการขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามของประธาน กสทช. หลายประการที่ถูกตรวจสอบโดย กมธ.ไอซีที วุฒิสภา
โดยประเด็นแรกคือการไม่ลาออกจากตำแหน่งในหน่วยงานรัฐภายใน 15 วัน ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 8 และมาตรา 18 กำหนดให้กรรมการ กสทช. ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม เช่น ไม่เป็นพนักงาน ลูกจ้าง หรือกรรมการของหน่วยงานรัฐ และหากมีลักษณะดังกล่าว จะต้องลาออกหรือแสดงหลักฐานการเลิกประกอบอาชีพนั้นภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับเลือก มิฉะนั้นจะถือว่า "ไม่เคยได้รับเลือก"
ข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบพบว่า นพ.สรณ ได้รับเลือกจากวุฒิสภาเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2564 แต่ไม่ได้ลาออกจากการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย (มหาวิทยาลัยมหิดล / โรงพยาบาลรามาธิบดี) อย่างเด็ดขาดภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยยังคงปฏิบัติหน้าที่และปรากฏหลักฐานการรับค่าตอบแทน หรือยังมีสถานะผูกพันในลักษณะผู้เชี่ยวชาญ/พนักงานรายชั่วโมง แม้จะมีการยื่นลาออกจากตำแหน่งบริหาร (รองคณบดี) แล้วก็ตาม ซึ่งถือว่ามีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายมาตั้งแต่ต้น กมธ.ไอซีที วุฒิสภา ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและบัญชีรายรับย้อนหลัง และพบหลักฐานการจ่ายเงินเดือน ค่าตอบแทนพิเศษ หรือเงินประจำตำแหน่งจากมหาวิทยาลัยมหิดลและโรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ยังคงมีการจ่ายให้หลังจากที่ นพ.สรณ ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นประธาน กสทช. แล้ว ซึ่งหักล้างข้อต่อสู้ที่ว่า "ไม่ได้ปฏิบัติงานแล้ว"
กรณีดำรงตำแหน่งกรรมการธนาคารกรุงเทพ
นอกจากนี้ ยังพบว่าเมื่อ นพ.สรณ ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้เป็นกรรมการ กสทช. แล้ว ทราบดีว่าต้องลาออกจากทุกตำแหน่งตามกฎหมายเพื่อเข้ารับหน้าที่ แต่กลับยินยอมรับตำแหน่งกรรมการ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) อีก โดยมิได้ลาออกก่อนนายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้าแต่งตั้ง ซึ่งเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืน พ.ร.บ. กสทช. โดยตรง ทั้งมาตรา 5 และมาตรา 18 ประกอบมาตรา 20 และมาตรา 26
ครป. ระบุว่า มีความพยายามที่จะช่วยเหลือและปัดความรับผิดชอบในประเด็นนี้ โดยนายเมธากล่าวหาว่าสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้พยายามโยนเรื่องให้อีกฝ่ายรับผิดชอบและอ้างว่ารายงานของ กมธ.ไอซีที วุฒิสภา ยังไม่มีการรับรองและไม่สมบูรณ์
ครป. ได้ชี้แจงว่าข้ออ้างดังกล่าวเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างร้ายแรง เนื่องจากรายงานดังกล่าวได้ผ่านการรับทราบจากที่ประชุมวิปวุฒิสภาและประกาศลงเว็บไซต์ของวุฒิสภาแล้วตั้งแต่ปี 2567 จึงถือว่ารายงานสมบูรณ์แล้ว
ที่ผ่านมา ครป. ได้ยื่นหนังสือถึงเลขาธิการองคมนตรี เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2567 เพื่อขอให้ตรวจสอบยืนยันการขาดคุณสมบัติตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 20 (4), (5) และยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี (นางสาวแพทองธาร ชินวัตร และนายอนุทิน ชาญวีรกูล) ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 และตุลาคม 2568 ตามลำดับ เพื่อให้เร่งดำเนินการตามกฎหมายในกรณีที่ นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติ แต่ไม่ได้รับการตอบรับ
ครป. ยังระบุว่าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ส่งหนังสือถึงรักษาการเลขาธิการ กสทช. เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงและเอกสารหลักฐาน กรณีมีผู้กล่าวหาว่ามีการทุจริตหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ สำนักงานกฤษฎีกาได้มีความเห็นให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ที่พ้นไปแล้ว แม้จะมีข้อกล่าวหาว่าพยายามช่วยเหลือนายกรัฐมนตรี
เมื่อยังไม่มีความคืบหน้า ครป. จึงใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งคำร้องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นที่กระทบต่อประโยชน์สาธารณะและองค์กรอิสระ โดยได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 เพื่อขอให้พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นพ.สรณ ประธาน กสทช. พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม พร้อมขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย




